พตอ.ยิงสนั่น อ้างระงับเหตุ


เพิ่มเพื่อน    


    เบนซ์ยางแตกจอดอยู่บนสะพานไทย-ญี่ปุ่น ทำเก๋งชนท้าย จยย.ที่เบรกกะทันหัน คู่กรณีชกต่อยกัน คนขับรถเบนซ์ออกมาห้ามไม่มีใครฟังทั้งที่ประกาศตัวเป็นตำรวจ คว้าปืนยิงขู่สนั่น กระทั่งกู้ภัยจะมารับคนเจ็บส่ง รพ.ยังเจอดี ถูกชิงกล้องหน้ารถ ก่อนที่จะมีรถอีกคันมารับตัวมือปืนหายไป ตรวจสอบพบเป็นตำรวจจริง รอง ผบก.นครสวรรค์ ช่วยราชการ บชภ.2 ถูกตั้งกรรมการสอบแล้ว
    เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 19 พฤศจิกายนนี้ ร.ต.อ.เฉลิมพันธ์ ภูสมหมาย รอง สว. (สอบสวน) สน.ทุ่งมหาเมฆ รับแจ้งเหตุรถชนกันและมีการยิงปืนข่มขู่บนสะพานไทย-ญี่ปุ่น ฝั่งขาเข้ามุ่งหน้าโรงแรมดุสิตธานี แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ จึงประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานและเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูเข้าตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นช่วงกลางสะพานข้ามแยกวิทยุ พบรถจักรยานยนต์ สีเหลือง ทะเบียน 1 ขฒ 6998 กรุงเทพฯ จอดอยู่เลนซ้าย ห่างออกไปพบรถนิสสัน อัลเมร่า สีดำ ทะเบียน 7 กข 5693 กรุงเทพฯ สภาพกระโปรงหน้าพังยับ นอกจากนี้ยังมีรถเบนซ์ อี 200 สีดำ ทะเบียน พน 6211 กรุงเทพฯ ยางล้อหน้าซ้ายแตก จอดเปิดไฟกะพริบอยู่บนสะพานเช่นกัน นอกจากนี้ยังพบปลอกกระสุนขนาด 9 มม.ตกอยู่ในจุดเกิดเหตุ 4 นัด ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
    สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุรถเบนซ์ได้จอดยางแตกอยู่ช่วงกลางสะพาน ขณะนั้นมีรถปิกอัพวิ่งผ่านมาแล้วหักหลบเบรกกะทันหัน ทำให้จักรยานยนต์ที่วิ่งตามมารีบเบรกเช่นกัน แต่รถนิสสัน อัลเมร่า ที่ตามหลังมาเบรกไม่ทัน เฉี่ยวชนจักรยานยนต์ ทำให้คนขี่คือนายชนะชล เปราะแดง อายุ 26 ปี ได้รับบาดเจ็บที่แขนซ้ายเป็นแผลถลอก รวมทั้งแม่ที่นั่งซ้อนท้ายก็ได้รับบาดเจ็บ จากนั้นนายชนะชลได้เดินไปต่อว่าคนขับรถนิสสัน คือนายณัฐยุทธ เหล่ากิจเขต อายุ 43 ปี แล้ว เกิดการชกกัน 
    นายชนะชลเปิดเผยว่า ระหว่างนั้นชายคนที่ขับรถเบนซ์สีดำได้ลงจากรถเดินมา พร้อมบอกให้ตนใจเย็นและอ้างว่าเป็นตำรวจ ขณะที่ตนกำลังจะโทรศัพท์หาแฟนสาว ชายคนขับรถเบนซ์ได้ยึดโทรศัพท์มือถือและเดินกลับไปที่รถ ตนจึงเดินตามไปเพื่อจะเอาโทรศัพท์มือถือคืนมา ปรากฏชายคนดังกล่าวเปิดประตูรถเบนซ์แล้วหยิบอาวุธปืนออกมา พร้อมกับยิงปืนขู่ขึ้นฟ้าก่อน 1 นัด ตนจึงเดินกลับมานั่งที่บริเวณขอบสะพาน แต่ชายคนดังกล่าวได้เดินมาคุยกับตนอีกครั้ง และพูดทางโทรศัพท์มือถือกับใครไม่รู้ บอกว่า “ตอนนี้อยู่บนสะพาน สามารถยิงกบาลคนอื่นได้มั้ย” แล้วก็ใช้มือผลักหัวตน บอกว่า “มึงจะไปไหนก็ไป” ก่อนจะยิงปืนขึ้นฟ้าอีก ตนจึงวิ่งหนีลงไปด้านล่าง สังเกตเห็นชายคนขับรถเบนซ์มีอาการคล้ายคนเมาสุรา ซึ่งหลังเกิดเหตุได้มีชายฉกรรจ์ 4 คนแต่งกายชุดสีขาว ขับรถยนต์สีดำมารับคนขับรถเบนซ์หายไป
    ด้านนายเฉลียว คำชู อาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู เปิดเผยว่า เพื่อนอาสาสมัครได้แจ้งอุบัติเหตุบนสะพานไทย-ญี่ปุ่น มีผู้บาดเจ็บจำนวน 3 คน จึงได้ขับรถออกมาตรวจสอบพร้อมกับรถพยาบาลอีกหนึ่งคัน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุก็พบชายคนกล่าวยืนอยู่ โดยบอกว่า ให้ออกไป ไม่ต้องมาช่วย พร้อมกับยิงปืนขึ้นฟ้า 2 นัด ตัวเองจึงได้ขับรถออกไปทันที 
    ส่วนนางสาวณัฐชยา ธรรมสุทธิพงษ์ อาสาสมัครกู้ภัยที่ขับรถพยาบาล เปิดเผยว่า เมื่อขับรถมาถึงที่เกิดเหตุก็ลงไปพูดคุยกับคนเจ็บซึ่งเป็นแม่นายชนะชล ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด คิดว่าเป็นเสียงรถจักรยานยนต์ จนได้ยินเสียงปืนนัดที่ 3 จึงได้ยกมือไหว้ชายคนขับรถเบนซ์ บอกว่าขอพาคนเจ็บไปส่งโรงพยาบาล ซึ่งชายคนดังกล่าวบอกว่าให้พาคนเจ็บที่เป็นผู้หญิงไปได้เพียงคนเดียว จากนั้นชายคนดังกล่าวได้ใช้มือตีเข้าไปที่รถพยาบาล บอกว่ากล้องหน้ารถพี่ขอนะ ใครมีปัญหาอะไรหรือเปล่า 
    ตำรวจเจ้าของคดีได้ตรวจสอบในรถเบนซ์ พบหมวกตำรวจอยู่ที่หลังรถ และพบบัตรข้าราชการตำรวจห้อยอยู่ที่กระจกมองหลังภายในรถ ระบุชื่อ พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย รอง ผบก.ภ.จ.นครสวรรค์ 
    พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า คดีอุบัติเหตุจราจร พนักงานสอบสวนได้เชิญตัวผู้ขับขี่รถยนต์นิสสันมาสอบปากคำ พร้อมส่งตัวไปตรวจร่างกาย เพื่อหาร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกาย และสารเสพติดหรือปริมาณแอลกอฮอลล์ในกระแสเลือด ยัง รพ.ตำรวจ ส่วนผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถจักรยานยนต์ที่ได้รับบาดเจ็บ ถูกนำตัวส่ง รพ.จุฬาฯ เพื่อรักษาตัว พร้อมทั้งพนักงานสอบสวนได้ตรวจยึดรถยนต์นิสสัน และรถจักรยานยนต์คู่กรณีเก็บรักษาไว้ เพื่อทำการตรวจพิสูจน์หาลักษณะร่องรอยการเฉี่ยวชนเพื่อดำเนินการต่อไป
    กรณีมีชายอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาระงับเหตุและได้ยิงปืนขึ้นฟ้านั้น พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องที่เกิดขึ้น โดยหากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริง ก็จะมีรายงานเหตุเป็นยังหน่วยงานต้นสังกัด และหากได้กระทำผิดตามที่ถูกกล่าวอ้างไปนั้น คงต้องมีการตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จ และดำเนิการทางวินัยและอาญาตามระเบียบกฎหมายต่อไป 
    ต่อมาที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ น.ส.ศิริกานดา จูหมื่นไวย์ อายุ 23 ปี แฟนของนายชนะชล เดินทางมาขอสำเนาบันทึกประจำวันไปเป็นหลักฐาน เพื่อทำเรื่องให้แฟนออกจากโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 1 โดยแฟนมีบาดแผลถลอกตามร่างกายหลายแห่ง และต้องใส่เฝือกที่ขา 
    ขณะที่ พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ภ.2 กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับรายงานว่าตำรวจนายดังกล่าวถูกขอตัวให้มาช่วยราชการในสังกัดกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ดังนั้นในฐานะที่ตนเป็นผู้บังคับบัญชา ก็จะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยเฉพาะพฤติการณ์ยิงปืนขึ้นฟ้าว่าเหมาะสมหรือไม่ เพราะหากเป็นการห้ามปรามเหตุทะเลาะวิวาทก็สามารถทำได้ ดังนั้นจึงต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
    พ.ต.ท.ณรงค์ ยิ้มปั่น รอง ผกก. (สอบสวน) สน.ทุ่งมหาเมฆ เปิดเผยว่า ตำรวจเจ้าของรถเบนซ์ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาเพื่อแสดงความบริสุทธิใจ แล้วเดินทางกลับทันที ขณะนี้ยังไม่มีการสอบปากคำ ซึ่งจะต้องตรวจสอบพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงอีกครั้ง ว่าตำรวจคนนี้เป็นคนขับจริงหรือไม่ แต่เบื้องต้นจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุน 4 ปลอก หลังจากนี้ก็จะเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาสอบปากคำอีกครั้ง รวมถึงให้ชุดสืบสวนไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณรอบที่เกิดเหตุทั้งหมด ส่วนกล้องติดหน้ารถกู้ภัยที่มีรายงานว่าตำรวจนายดังกล่าวเอาไปนั้น ก็ยังไม่มีการนำมอบให้พนักงานสอบสวนแต่อย่างใด.


เอาละครับ..... นับจากวันนี้ (๘ ส.ค.๖๓) เป็นต้นไป ถึงสิ้นปี และมีความเป็นไปได้ ที่จะติดพันไปถึงต้นปีหน้า

"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ
'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'