มติ7:2‘ทอน’พ้นส.ส. ศาลรธน.ชี้วันสมัครเลือกตั้งยังถือหุ้นสื่อ


เพิ่มเพื่อน    

 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 2 เสียง ให้ "ธนาธร" พ้นจาก ส.ส.นับแต่วันที่ 23 พ.ค.62 วันที่ศาลได้สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ เปิดคำวินิจฉัย พบหลักฐานมีข้อพิรุธหลายจุด สอดรับแน่นหนาจากพฤติการณ์แวดล้อม ในวันสมัคร ส.ส.ยังมีชื่อถือหุ้นวี-ลัค มีเดีย ด้าน "ทอน" เถียงคำไม่ตกฟาก! ตอบเรื่องเช็ค "มันเป็นเรื่องของผม" ย้อนศาลให้ข้อสันนิษฐานไม่มีข้อเท็จจริงที่เป็นวิทยาศาสตร์มาหักล้าง ส่วน "ปิยบุตร" ขอให้เสรีภาพโจมตีศาล

     เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน ที่ศาลรัฐธรรมนูญ องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยในคดีที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 ว่าสมาชิกภาพ ส.ส.ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ สิ้นสุดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) จากกรณีถือครองหุ้นสื่อบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด หรือไม่  
    ในห้องพิจารณาคดีฝ่าย กกต. (ผู้ร้อง) มีผู้อำนวยการสำนักและวินิจฉัยเข้าร่วมรับฟังคำวินิจฉัย ขณะที่ฝ่าย (ผู้ถูกร้อง) นายธนาธรเดินทางมาฟังคำวินิจฉัยด้วยตนเอง โดยมีนางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ภรรยา ติดตามมาให้กำลังใจด้วย พร้อมกลุ่มผู้สนับสนุนที่พากันมาเชียร์เสียงดังลั่นศาล
    ทั้งนี้ ก่อนที่ศาลจะเริ่มอ่านคำวินิจฉัย เจ้าหน้าที่ศาลได้แนะนำผู้ร่วมรับฟังคำวินิจฉัยภายในห้องพิจารณาอยู่ในความสงบ ไม่ว่าคำวินิจฉัยจะออกมาอย่างไร อย่าแสดงกิริยาเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย เพราะจะมีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลได้
    จากนั้น ศาลรัฐธรรมนูญได้มอบให้นายปัญญา อุดชาชน และนายวรวิทย์ กังศศิเทียม เป็นตุลาการร่วมอ่านคำวินิจฉัย ความว่า คดีนี้ศาลกำหนดประเด็นต้องวินิจฉัยว่า สมาชิกภาพ ส.ส.ของนายธนาธรสิ้นสุดลงหรือไม่ และสิ้นสุดลงเมื่อใด โดยพยานหลักฐานเห็นว่า กกต.ได้ประกาศกำหนดวันเลือกตั้ง 24 มี.ค.62 และกำหนดให้พรรคการเมืองยื่นบัญชีรายชื่อผู้สมัครประจำเขตเลือกตั้ง ตั้งแต่วันที่ 4-8 ก.พ.62 ซึ่งพรรคอนาคตใหม่ยื่นบัญชีรายชื่อผู้สมัครในวันที่ 6 ก.พ.62 และมีชื่อนายธนาธรเป็นผู้สมัครในลำดับที่ 1  
    เมื่อมีการประกาศผลการเลือกตั้ง นายธนาธรถูกร้องว่าขาดคุณสมบัติเป็น ส.ส. เนื่องจากถือหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ซึ่งประกอบกิจการสื่อสิ่งพิมพ์ ตั้งแต่ 12 ม.ค.58 โดยรับหุ้นจากนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ (มารดา) ทั้งที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้สมาชิกภาพสิ้นสุด เมื่อมีลักษณะต้องห้าม เพื่อไม่ให้ผู้เป็นเจ้าของสื่ออาศัยความเป็นได้เปรียบ หรือความเป็นเจ้าของกิจการ เผยแพร่ข่าวสารที่เป็นประโยชน์หรือโทษ หรือครอบงำสื่อมวลชนทำให้สื่อไม่สามารภปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นกลาง
     ข้อโต้แย้งของนายธนาธรที่ระบุว่า กระบวนการไต่สวนของ กกต.ไม่ชอบ ศาลเห็นว่า มาตรา 82 วรรค 4 กำหนดให้ กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ในกรณีที่เห็นว่าสมาชิกภาพสิ้นสุดลง โดยกกต.มีมติเมื่อวันที่ 14 พ.ค. และวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพสิ้นสุดลง การยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญจึงถูกต้องและชอบด้วยกฎหมาย
ส่วนข้อโต้แย้งที่ 2 ซึ่งนายธนาธรระบุว่า บริษัท วี-ลัค มีเดียฯ ไม่ได้ประกอบกิจการหนังสือพิมพ์ หรือสื่อมวลชนใดๆ และได้ปิดกิจการไปแล้วตั้งแต่วันที่ 16 พ.ย.61  
    แต่เมื่อพิจารณาตาม พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์แล้วเห็นว่า กิจการสื่อสิ่งพิมพ์หมายความรวมถึงวารสารและนิตยสารด้วย และเมื่อเจ้าของกิจการประสงค์จะเลิกกิจการต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ทราบเพื่อภายใน 30 วัน แต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าบริษัท วี-ลัค มีเดียฯ ไปจดแจ้งยกเลิกการพิมพ์ก่อนวันที่ 16 ก.พ. 62 ซึ่งเป็นวันที่พรรคอนาคตใหม่ส่งรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ
วันสมัคร ส.ส.ยังถือหุ้น
    นอกจากนี้ บริษัม วี-ลัค มีเดียฯ ยังจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการโฆษณาในหนังสือพิมพ์ แผ่นป้าย กระจายเสียงทางวิทยุ โทรทัศน์ และเคเบิลทีวี งบการเงินที่ยื่นต่อกรมธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ รอบปี 59, 60 และ 61 ก็ระบุว่ามีรายได้จากการโฆษณา ดังนั้นแม้ว่าบริษัท วี-ลัค มีเดียฯ จะอ้างว่าหยุดกิจการ เลิกจ้างพนักงานตั้งแต่วันที่ 12 พ.ย.61 เป็นต้นมา และแจ้งต่อสำนักงานประกันสังคมแล้ว แต่บริษัทยังสามารถประกอบกิจการอีกเมื่อไรก็ได้ จนกว่าจะจดทะเบียนแจ้งยกเลิกกิจการ บริษัท วี-ลัค มีเดียฯ จึงถือเป็นบริษัทที่ประกอบกิจการสื่อมวลชนอยู่จนถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.
    ข้อโต้แย้งที่ 3 นายธนาธรอ้างว่า ในวันสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ นายธนาธรไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดียฯ แล้วเพราะได้โอนหุ้นให้นางสมพรตั้งแต่วันที่  8 ม.ค.62 แต่จากการไต่สวนพบว่า แบบสำเนารายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ที่ยื่นต่อกรมธุรกิจการค้า ในวันที่ 12 ม.ค.58 และ 21 มี.ค.62 ยังปรากฏชื่อนายธนาธรเป็นผู้ถือหุ้นบริษัทดังกล่าวจำนวน 670,000 หุ้น จนกระทั่งเมื่อวันที่ 21 มี.ค.62 จึงมีการส่งสำเนา บอจ.5 ระบุว่านางสมพรเป็นผู้ถือหุ้นดังกล่าว
    ข้อชี้แจงว่า มีโอนหุ้นที่ปรากฏตามตราสารการโอนหุ้น มีลายมือชื่อ น.ส.ลาวัลย์ จันทร์เกษม น.ส.กานต์ฐิตา อ่วมขำ เป็นพยาน และมีการจ่ายค่าตอบแทนในการโอนหุ้นจำนวน  6.7 ล้านบาท เป็นเช็คธนาคารกรุงศรีฯ ลงวันที่ 8 ม.ค.62 สั่งจ่ายนายธนาธร ต่อมามีการโอนหุ้นให้นายทวี จรุงสถิตพงศ์ และโอนกลับคืนให้นางสมพร โดยไม่มีค่าตอบแทน ทำให้ต้องวินิจฉัยในข้อเท็จจริงว่านายธนาธรโอนหุ้นจริงหรือไม่  
    โดยพบว่า ในทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้ถือหุ้นบริษัทวี-ลัค มีเดียฯ จะมีการส่งรายชื่อตาม บอจ.5 ให้กรมธุรกิจการค้าโดยเร็ว เป็นปกติทุกครั้ง เช่นในปี 52 จัดส่งบัญชีภายในวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น หรือในการประชุมปี 58 ก็จัดส่งบัญชีภายในวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ซึ่งเป็นการโอนหุ้นของนางสมพรให้นายธนาธร แต่การโอนหุ้นในวันที่ 8 ม.ค. กลับไม่ปรากฏการส่งสำเนา บอจ.5 ทั้งที่เป็นหลักฐานสำคัญในการเข้าสู่การเมืองของนายธนาธร ซึ่งผิดปกติไปจากที่ผ่านมา ทั้งที่มีความสำคัญต่อการดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพราะจะทำให้มีลักษณะต้องห้าม
     แม้ฝ่ายของนายธนาธรจะแก้ข้อกล่าวหา โดยให้เหตุผลว่าไม่ได้ส่งสำเนา บอจ.5 ในทันที เพราะมีการเลิกจ้างพนักงาน จึงไม่มีนักบัญชีมาติดตามจัดการหลักฐานทางทะเบียน ดังเช่นตลอด  10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งขัดแย้งกับคำให้การของ น.ส.ลาวัลย์ ที่ระบุว่า สามารถทำได้ถ้ามีคำสั่งให้ทำ เพราะ น.ส.ลาวัลย์มีหน้าที่แจ้งแบบสำเนา บอจ.5 อยู่แล้ว ประกอบกับการยื่นเอกสารดังกล่าว สามารถกระทำได้โดยไม่มีความยุ่งยาก โดยบริษัท วี-ลัค มีเดียฯ จัดส่งสำเนา บอจ.5 งบดุลทางอิเล็กทรอนิกส์มาตั้งแต่ปี 59-61
    ส่วนประเด็นที่นางสมพรสั่งจ่ายเช็คค่าหุ้นวงเงิน 6,750,000 บาท แต่กลับนำเช็คไปขึ้นเงินตรงกับวันที่ กกต. ส่งคำร้องให้ศาลวินิจฉัย ซึ่งเป็นเวลานานถึง 128 วัน ทั้งที่ประมวลกฎหมายแพ่ง กำหนดให้ผู้ทรงเช็คมีหน้าที่นำเช็คไปยื่นต่อธนาคารเพื่อให้ขึ้นเงินภายใน 1 เดือน กรณีเช็คต่างเมืองให้เวลา 3 เดือน โดยคดีนี้เป็นเช็คธนาคารกรุงศรีอยุธยา อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ เจ้าของเช็คจึงมีหน้าที่นำไปขึ้นเงินภายในวันที่  8 ก.พ.62 และเมื่อตรวจสอบย้อนหลัง 3 ปี พบว่าเช็ควงเงินตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป บริษัท วี-ลัค มีเดียฯ จะเรียกเก็บเงินภายใน  42-45 วัน แต่ในการเรียกเก็บเช็ค ฉบับลงวันที่ 8 ม.ค.62  กลับใช้เวลาถึง 128 วัน  
    ส่วนเช็คบางฉบับที่ใช้เวลา 98 วันในการขึ้นเงิน ก็มียอดเงินเพียง 27,000 บาทเท่านั้น ข้ออ้างที่นางรวิพรรณเบิกความว่าไม่สะดวกจะนำเช็คไปขึ้นเงินเพราะต้องดูแลบุตรซึ่งเป็นเด็กทารก รวมถึงยังอ้างว่าทนายความนำเช็คต้นฉบับไปใช้ต่อสู้คดี ก็ขัดแย้งกับหนังสือของ กกต. ที่ชี้แจงต่อเลขาฯ กกต. ว่านายธนาธรส่งสำเนาเช็คมาชี้แจงเท่านั้น ไม่ได้ส่งเช็คต้นฉบับมาแต่อย่างใด    แสดงให้เห็นว่านางรวิพรรณสามารถนำเช็คเข้าบัญชีได้ตั้งแต่ 9 ม.ค.62 ข้อโต้แย้งจึงไม่มีน้ำหนัก เชื่อถือไม่ได้ เพราะเป็นเช็คขีดคร่อม โอนไปยังบุคคลอื่นไม่ได้ สามารถมอบอำนาจให้บุคคลอื่นดำเนินการแทนได้ เพราะนางรวิพรรณก็ไม่มีชื่อเป็นผู้รับเงินตามเช็ค จึงไม่ต้องรอเวลาถึง 4 เดือนเศษ
มีข้อพิรุธหลายจุด 
    สำหรับประเด็นที่นางสมพรโอนหุ้นให้แก่นายทวี หลานชาย แล้วต่อมาได้โอนกลับคืนนางสมพรนั้น ศาลเห็นว่า การโอนหุ้นให้และการโอนหุ้นคืน โดยไม่มีค่าตอบแทนตามที่อ้างความสัมพันธ์เครือญาติ ย้อนแย้งกับการโอนหุ้นให้กับนายธนาธรซึ่งบุตร แม้นางสมพรจะอ้างว่าต้องการให้นายทวีเข้ามาช่วยฟื้นฟูกิจการ แต่การโอนหุ้นโดยไม่มีค่าตอบแทนทำให้ไม่สามารถตรวจสอบได้ เพราะเอกสารต่างๆ บริษัท วี-ลัค มีเดียฯ สามารถจัดการได้เองในภายหลัง อีกทั้งการโอนหุ้นคืนภายในเวลา 2 เดือนเศษ โดยอ้างว่าศึกษาแล้วต้องใช้เงินลงทุนอีกหลายล้านบาท ข้อเท็จจริงส่วนนี้ขัดกับปกติวิสัยของนักลงทุนทั่วไป ที่ต้องศึกษาแผนและทดลองปฏิบัติตามแผนเสียก่อน และเมื่อเทียบกับสถานะทางเศรษฐกิจของนางสมพรแล้ว การอ้างว่ากิจการวี-ลัค มีเดีย มีหนี้สิน 10 ล้านบาท ก็ต่างจากการงบดุลที่นำส่ง โดยแจ้งว่ามีลูกหนี้เพียง 2 ล้านบาทเศษ จำนวนเงินดังกล่าวไม่ตรงกัน หนี้สินจำนวนไม่มาก การทวงถามและวิเคราะห์โครงสร้าง สามารถให้ทนายความหรือผู้เชี่ยวชาญดำเนินการแทนได้ โดยไม่จำเป็นต้องโอนหุ้นให้หลานก็ได้ เพราะการเป็นผู้ถือหุ้นไม่มีอำนาจบริหาร ติดตามหนี้สิน หรือบริหารเงินสด การที่ผู้ถูกร้องอ้างว่าโอนหุ้นกันในวันที่ 8 ม.ค.62 โดยมีพยานบุคคลกลุ่มเดียวกัน เมื่อพิจารณาจากเอกสารหลักฐานต่างๆ แล้ว เห็นว่าล้วนเป็นการกล่าวอ้างเพียงให้เจือสมกับหลักฐานที่ปรากฏตาม บอจ.5 ที่โอนหุ้นกลับคืนจากนายทวี
     ส่วนข้อโต้แย้งเรื่องการเดินทางกลับจากการปราศรัยใน จ.บุรีรัมย์ มายังบ้านพักในกรุงเทพฯ ในวันที่ 8 ม.ค.62 เพื่อโอนหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดียฯ ให้กับนางสมพรนั้น แม้จะฟังได้ว่าเดินทางกลับมาจริง แต่ข้อเท็จจริงฟังได้เพียงว่านายธนาธรอยู่ใน กทม.เท่านั้น ไม่ได้หมายความว่ามีการโอนหุ้นในวันดังกล่าวจริง  เพราะการโอนหุ้นต้องพิจารณาจากหลักฐานทั้งปวง แม้ผู้ถูกร้องจะมีพยานหลักฐานมาแสดง แต่การโอนหุ้นจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อต้องจดแจ้งต่อนายทะเบียน 
    กรณีจึงมีข้อพิรุธหลายจุด หลายประการ สอดรับแน่นหนาจากพฤติการณ์แวดล้อมมากกว่าพยานของผู้ถูกร้อง และมีน้ำหนักหักล้างพยานของผู้ถูกร้อง “ฟังได้ว่านายธนาธรเป็นผู้ถือหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดียฯ ซึ่งประกอบกิจการสื่อสิ่งพิมพ์ ในวันที่พรรคอนาคตใหม่ยื่นบัญชีรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ทำให้สมาชิกภาพของนายธนาธรสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่วันที่ 23 พ.ค. 62 ซึ่งเป็นวันที่ศาลได้สั่งให้นายธนาธรหยุดปฏิบัติหน้าที่ และให้ถือว่าวันที่ศาลอ่านคำวินิจฉัย หรือวันนี้ (20 พ.ย.) เป็นวันที่ตำแหน่ง ส.ส.ว่างลง ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อเลื่อนรายชื่อ ส.ส.ในลำดับถัดไปแทนตำแหน่งที่ว่างลงภายใน 7 วัน
    ทั้งนี้ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 2 เสียง
    หลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยเสร็จสิ้นลง นายธนาธรมีสีหน้าเคร่งเครียด นั่งก้มหน้า คอตกอยู่ตลอดเวลา ขณะที่มวลชนที่มาปักหลักรอให้กำลังใจยังตะโกนข้อความให้กำลังใจนายธนาธร “สู้ สู้” และยืนชู 3 นิ้วแสดงออกเชิงสัญลักษณ์
     สำหรับ ส.ส.บัญชีรายชื่อที่จะเลื่อนลำดับขึ้นมาแทนนายธนาธร คือนายมานพ คีรีภูวดล ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 51 พรรคอนาคตใหม่ ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์
    ต่อมานายธนาธรออกมากล่าวกับมวลชนว่า ศาลได้ให้เหตุผลเกี่ยวกับการขาดคุณสมบัติการเป็น ส.ส.ของตน 3 ข้อ โดยตนมีความเห็นดังนี้ 1.ประเด็นใบอนุญาตการพิมพ์ โดยศาลรัฐธรรมนูญได้อ้างถึง พ.ร.บ.การพิมพ์ สื่อสิ่งพิมพ์ ว่าบริษัทของตนยังไม่ได้แจ้งยกเลิก ดังนั้น บริษัท วี-ลัคฯ จะทำสื่ออีกครั้งเมื่อไรก็ได้ โดยศาลยอมรับไปแล้วว่าบริษัท วี-ลัคฯ ไม่มีรายได้แล้ว ในความเห็นของตน ถ้าบริษัท วี-ลัคฯ ยังเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ ก็ควรไปตัดสินตอนนั้น ทำไมมาตัดสินตอนนี้ ทั้งที่ศาลยอมรับว่าบริษัทนี้ไม่มีรายได้ ไม่มีพนักงาน และปิดตัวลงตั้งแต่ 26 พ.ย.61
มันเรื่องของผม
    2.ศาลพูดถึงเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ มาตรา 98 ว่าไม่ให้นักการเมืองให้คุณกับตัวเอง ให้โทษกับผู้อื่น แต่ศาลไม่ได้พูดเลยว่าตนหรือบริษัท วี-ลัคฯ กระทำผิดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญอย่างไร
    3.เรื่องการจดแจ้ง บอจ.5 กับกระทรวงพาณิชย์ ตามกฎหมายจะแจ้งเมื่อไรก็ได้ภายใน 1 ปี การแจ้งช้าหรือเร็วไม่ใช่การกระทำผิด โดยบริษัท วี-ลัคฯ ในวันนี้ไม่มีพนักงานแล้ว เอางานไปฝากกับบริษัทอื่น การยื่น บอจ.5 ช้า ไม่ได้มีครั้งนี้ครั้งเดียว แต่ที่ผ่านมาก็เคยมี ที่สำคัญคือหลังการประชุมผู้ถือหุ้นทุกครั้ง มักจะยื่น บอจ. 5 ในวันที่ 8 ม.ค. ซึ่งเป็นเรื่องปกติและเป็นหลักปฏิบัติในทุกครั้ง 
    นายธนาธรกล่าวว่า กรณีการนำเช็คค่าหุ้นไปขึ้นเงินของนางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ภรรยาตนเองนั้น นางรวิพรรณชี้แจงชัดเจนแล้วว่า จะเป็นคนโอนเช็คให้กับตน วันนั้นลูกยังอ่อน ศาลบอกว่าสามารถให้คนอื่นไปแทนได้ แต่นี่เป็นเรื่องภายในครอบครัว 
    "ผมจะให้ใครเป็นก็เป็นเรื่องของผม ที่ผ่านมาแนวทางปฏิบัติของผม ให้ภรรยาเป็นผู้ดำเนินการทุกครั้ง ไม่เคยให้คนอื่นไป เป็นธรรมเนียมปฏิบัติของครอบครัวผม เราเอาเช็คตัวจริงไปให้ กกต.ดูด้วย เพราะเมื่อภรรยารู้ว่ามีเรื่องเกิดขึ้น จึงไม่กล้าเอาเช็คไปขึ้นเงิน เก็บเช็คไว้กับตัว"
    นายธนาธรกล่าวอีกว่า เรื่องต่อไป ไม่มีตุลาการคนใดเป็นนักธุรกิจเลย ซึ่งเรื่องการลงทุนในธุรกิจเป็นเรื่องของรสนิยม ซึ่งนักธุรกิจจะมีรสนิยมในการลงทุนต่างกัน โครงการไหนน่าลงทุนหรือไม่น่าลงทุน มีความรักชอบในความเสี่ยงต่างกัน แบกรับการขาดทุนของตลาดต่างกัน ผู้เชี่ยวชาญการลงทุน 100 คน มาตัดสินใจเรื่องการลงทุนก็จะตัดสินใจต่างกัน จะใช้มาตรฐานศาลมาตัดสินนางสมพร ควรจะตัดสินใจลงทุนหรือไม่ ในเรื่องใดคงไม่ได้ เพราะมันเป็นเรื่องรสนิยมความชอบในความเสี่ยงที่แตกต่างกัน
    "เหตุผลที่ศาลยกขึ้นมาวินิจฉัยให้สมาชิกภาพ ส.ส.ของตนสิ้นสุดลง ล้วนเป็นข้อสันนิษฐาน ไม่มีข้อเท็จจริงที่เป็นวิทยาศาสตร์มาหักล้างเอกสารหลักฐานที่เรานำเสนอ ศาลให้น้ำหนักกับข้อสันนิษฐานมากกว่าข้อเท็จจริง ทั้งที่มีข้อเท็จจริงปรากฏเป็นเอกสารหลายข้อ แต่ศาลกลับให้น้ำหนักกับข้อสันนิษฐานมากกว่า"
    นายธนาธรกล่าวต่อว่า ตนตั้งข้อสังเกตข้อสุดท้ายว่า การอ่านคำวินิจฉัยวันนี้ ไม่มีการออกมติขององค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด ซึ่งแตกต่างจากการวินิจฉัยคดีอื่นๆ ของศาลรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา
    เมื่อถามว่า ในอนาคตจะมีโอกาสกลับมาเป็น ส.ส.ได้อีกหรือไม่ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ตอบว่า มีโอกาสได้กลับมา การเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค. ไม่ได้เป็นสมรภูมิเดียว พรรคอนาคตใหม่คือการเดินทาง เรายังต้องผ่านการเลือกตั้งอีกมากมาย และที่สำคัญ ตนยังเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอยู่ ไม่กังวลเรื่องการยุบพรรค และอย่าไปกังวลกับเรื่องต่างๆ 
    ด้านนางระวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ภรรยาของนายธนาธร เผยว่า เผื่อใจไว้แล้ว โดยหลังจากนี้จะพยายามทำหน้าที่คอยสนับสนุนให้นายธนาธรได้เดินหน้าทำงานการเมืองต่อไปโดยไม่กังวล ห่วงหน้าพะวงหลัง และคงจะเป็นเรื่องยากที่จะไปห้ามนายธนาธรให้เลิกเล่นการเมือง
    นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่าขอใช้สิทธิเสรีภาพไม่เห็นด้วยต่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ถ้ามีคำวินิจฉัยของศาลฉบับเต็มออกมา มีคำวินิจฉัยส่วนตัวของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกมา ตนจำเป็นต้องใช้สิทธิวิพากษ์วิจารณ์
    เมื่อถามว่า กกต.จะยื่นเรื่องดำเนินคดีทางอาญา นายปิยบุตร กล่าวว่า เราพร้อมสู้คดี จะมาอีกกี่มรสุม อีกกี่ระลอกก็ว่ามา ขอร้องว่าอย่าฉายหนังม้วนนี้ซ้ำ อยากฝากทิ้งท้ายว่า เวลาจะทำอะไรให้นึกถึงประชาชนบ้างว่าเขาโอดร้องกันด้วยเรื่องอะไร
    น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ ระบุว่า "อนาคตใหม่ ยังเดินหน้าต่อ ธนาธรยังเป็นหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แม้สิ้นสภาพ ส.ส. แต่ธนาธรยังคงเป็นหัวหอกทีมอนาคตใหม่ เตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลประยุทธ์
     นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า เป็นเรื่องที่น่าผิดหวัง และยากที่จะยอมรับ เห็นด้วยกับสิ่งที่นายธนาธรได้เคยพูดเอาไว้ว่า “ถ้าถามผมว่าผมผิดอะไร คำตอบคือ ไม่ใช่เรื่องหุ้นสื่อ แต่ความผิดของผม คือการต่อต้านการสืบทอดอำนาจของ คสช.” หดหู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นจนมือไม้สั่น 
     พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากนี้คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนจะดำเนินการสอบสวนกรณีคำร้องที่มีผู้กล่าวหาว่านายธนาธรฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมือง กรณีผู้ใดรู้อยู่ว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ได้สมัครรับเลือกตั้งหรือทำหนังสือยินยอมให้พรรคการเมืองเสนอรายชื่อเพื่อสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อต่อไป คงนำผลคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ไปพิจารณาประกอบในสำนวนด้วย. 


เมื่อคืนเป็นไงครับ? ได้ดูกันเปล่า......... ประชุมรัฐสภาในนัด "แก้รัฐธรรมนูญ" เพื่อตั้ง ส.ส.ร.ไปร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แทนรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนั่นน่ะ

'อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ'
'พระผู้ไม่ทอดทิ้งประชาชน'
ประตูบานที่ ๓ 'ระบอบทักษิณ'
ด้วย 'รู้เช่น-เห็นชาติ' ธนาธร
ม็อบจะฆ่าพรรคฝ่ายค้าน
ใครจะพาประเทศลงเหว!