กมธ.ปปช.วุ่น‘ดล’ไขก๊อก‘ไพบูลย์’เสียบ


เพิ่มเพื่อน    

 "บิ๊กป้อม" ลั่นเรื่องชี้แจง กมธ.ป.ป.ช.จบไปแล้ว ผู้ช่วยฯ ขู่ซ้ำหากยังดันทุรังใช้ พ.ร.บ.คำสั่งเรียกฯ มั่วเจอคุกแน่ "ปารีณา” ยกปมขัดแย้งกับ "เสรีพิศุทธ์" หารือในห้องประชุมสภา “ชวน”เบรกหัวทิ่ม! ชี้เป็นเรื่องภายใน กมธ. แนะต้องทำงานเพื่อ ปชช. ฝ่ายรัฐบาลแก้เกม "ส.ส.ดล" ลาออก "ไพบูลย์" เสียบแทน ฝ่ายค้านเดินหน้ายื่นซักฟอกปลาย พ.ย. บรรจุให้ทัน 17-20 ธ.ค. อ้างนับเป็นปีปฏิทินไม่ใช่รอบปี แต่ "วิษณุ" ยันรัฐบาลเข้ามาเดือน พ.ค. จะครบรอบปีเดือน พ.ค.ถัดไปถึงจะอภิปรายได้ 

    ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 21 พฤศจิกายน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีมีการประชุมคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร โดยจะพิจารณาหนังสือคำชี้แจงของ พล.อ.ประวิตรและ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมในสัปดาห์หน้า ซึ่งอาจจะมีการเรียกให้เข้ามาชี้แจงอีกครั้งว่า จบไปแล้ว เราชี้แจงไปหมดแล้ว จะเชิญอะไรอีก และรอบนี้เป็นรอบที่ 3 ส่วนรอบที่ 4 ยังไม่เชิญ “แหม่ ก็พูดไปเรื่อย”
    ผู้สื่อข่าวถามว่า จะฟ้องกลับหรือไม่ในเรื่องการใช้อำนาจเชิญหลายครั้ง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “โอ๊ย เดี๋ยวให้มันจบไปก่อน" เมื่อถามว่าในระยะยาวจะรับมือกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธาน กมธ.ป.ป.ช.เพราะอาจจะมีเรื่องอื่นต่อไปอีก พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “รับมืออะไร ไม่เห็นต้องรับมือ ไม่ต้องรับ ไปรับมืออะไร” 
    เมื่อถามย้ำว่า ในทุก กมธ.ที่มีปัญหากับตัว พล.อ.ประวิตรและพล.อ.ประยุทธ์ จะต้องมีการใช้ยุทธศาสตร์ส่งคนของพรรคเข้าไปเช่นเดียวกับ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี และนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เป็นเรื่องของสภา เราไม่เกี่ยว แล้วแต่สภา และ ส.ส.ส่วนจะเปลี่ยนตัว พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ จากการเป็นประธาน กมธ. ตนไม่รู้ แล้วแต่สภา
     นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีตัวแทน พล.อ.ประยุทธ์กับ พล.อ.ประวิตรไปชี้แจงกับ กมธ.ป.ป.ช.ว่า เรื่องดังกล่าวจะจบหรือไม่เป็นเรื่องของ กมธ. ส่วนที่ กมธ.ทำเกินอำนาจหน้าที่ รัฐบาลจะไม่เป็นฝ่ายดำเนินการอะไร เขาถามมาเราก็ตอบไป และตอนนี้เขายังไม่ได้มีการเรียกตาม พ.ร.บ.คำสั่งเรียก
    ผู้สื่อข่าวถามว่า หาก กมธ.ใช้กฎหมายดังกล่าวแล้วมีผู้เห็นว่าเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบคนดำเนินการจะเป็นผู้ที่ถูกเรียกเท่านั้นหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า เป็นความผิดอาญาแผ่นดิน หากใครเห็นว่าเป็นการใช้อำนาจมิชอบก็ไปแจ้งความกับตำรวจ เพราะไม่ใช่ความผิดต่อตัว ซึ่งเป็นเรื่องที่ กมธ.ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ไม่ใช่การแจ้งความตามกฎหมายอาญามาตรา 157 แต่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คำสั่งเรียก ซึ่งหากผิดจะผิดทั้งคณะ เพราะเวลาเซ็นประธาน กมธ.จะอ้างคำสั่งของคณะ กมธ.
    เมื่อถามถึงการแต่งตั้งนายวัฒนา เมืองสุข เป็นที่ปรึกษาประธาน กมธ. นายวิษณุกล่าวว่า หากตั้งเป็นที่ปรึกษา กมธ.ต้องใช้มติที่ประชุม แต่ถ้าเป็นที่ปรึกษาประธาน เป็นเรื่องของประธาน ส่วนที่มีหนังสือแต่งตั้งโดยอ้างมติที่ประชุมนั้น หากตรวจสอบพบว่าไม่ใช่ ก็ไปทำให้ถูก คงไม่มีความผิดอะไร เพราะไม่ได้เดือดร้อนอะไรใคร ที่ปรึกษาจะเข้าร่วมประชุมได้หรือไม่ อยู่ที่ประธานเป็นผู้อนุญาต และอำนาจซักถามผู้มาชี้แจงน่าจะไม่มี
ขู่ซ้ำ กมธ.ปปช.ระวังเจอคุก
     ด้านนายประสาน หวังรัตนปราณี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำ พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงกรณีที่ไปชี้แจงต่อ กมธ.ป.ป.ช. ว่าในการตอบชี้แจงครั้งนี้ ได้ตอบครบทุกประเด็นชัดเจน คิดว่าหลัง กมธ.ป.ป.ช.ได้พิจารณาคำชี้แจงแล้วน่าจะเป็นที่พอใจ และเป็นข้อยุติ ไม่ต้องชี้แจงอีก การจะออกคำสั่งเชิญผู้ใดตาม พ.ร.บ.คำสั่งเรียก พ.ศ.2554 ต้องดูว่าเรื่องที่จะเชิญอยู่ในอำนาจหน้าที่ของ กมธ. ตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ ข้อที่ 90 หรือไม่ เพราะ กมธ.ป.ป.ช. มีหน้าที่ศึกษาและป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน ไม่ใช่สอบสวน จึงต้องพึงระมัดระวัง เพราะมีกฎหมายเขียนบังคับไว้ว่าถ้าปฏิบัติหน้าที่หรือเชิญผู้ใดโดยมีเจตนาไม่สุจริต จะมีโทษทางอาญารุนแรง จำคุก 1-10 ปี สิ่งที่ กมธ.ป.ป.ช.ดำเนินการเรื่องนี้มาทั้งหมดมิชอบโดยกฎหมาย ทราบว่านายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรค พปชร. และ กมธ.ป.ป.ช. ได้นำหลายประเด็นไปดำเนินคดีทางอาญา
    “กมธ.จะทำตามใจไม่ได้ ท่านจะต้องดูกรอบกฎหมายและข้อบังคับให้ดี ผมไม่ได้ขู่ เพียงแต่ให้ทราบว่าสิ่งที่ท่านจะเดินต่อไปจะต้องใช้ความละเอียดรอบคอบ ต้องให้เกียรติกัน ไม่ใช่นึกอยากจะเชิญก็เชิญ เชิญแล้วไม่มาก็เชิญแล้วเชิญอีก แต่เชื่อว่าคงไม่มีแล้ว เพราะที่ชี้แจงไปชัดเจนทุกข้อ” นายประสานกล่าว
    ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณี กมธ.ป.ป.ช.ต้องการให้นายกฯ ส่งบัตรแข็งที่ใช้ในการกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณ นายประสานกล่าวว่า เป็นเรื่องระหว่างท่านนายกฯ กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโดยตรง เราคงไม่ไปก้าวล่วง
    วันเดียวกัน ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เป็นประธานในที่ประชุม ช่วงหารือ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ หารือกับที่ประชุมโดยเรียกร้องให้นายชวนสอบจริยธรรม พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธาน กมธ.ป.ป.ช. พร้อมอภิปรายว่า ตนเป็นผู้หญิงที่ทำงานในสภามานาน ส่วนพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ทำงานที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) มานาน ซึ่ง 2 องค์กรแตกต่างกัน ที่ผ่านมาตนทนกับพฤติกรรมของประธาน กมธ.ชุดดังกล่าวมาระยะหนึ่ง ไม่คุ้นเคย และไม่ชอบ รวมถึงรู้สึกว่าประธาน กมธ. ดูถูก ดูหมิ่น ด้วยคำพูด รวมถึงโดนชี้หน้า 
    อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่ น.ส.ปารีณาจะอภิปรายจบ นายชวน กล่าวตัดบทขึ้นว่า ไม่นำเรื่องภายใน กมธ.มาหารือ และตนไม่ประสงค์ให้นำเรื่องนี้มาพูด ทำให้ น.ส.ปารีณากล่าวโต้แย้งว่า เป็นสิทธิที่ทำได้ และอยากให้นายชวนสอบจริยธรรม พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ อีกทั้งขอให้ช่วยเหลือ เพราะการทำงานต้องทำด้วยกิริยาไม่ดูถูกหรือดูหมิ่นใคร ดังนั้นต้องสอบ
    ทำให้นายชวนกล่าวตัดบทอีกครั้งว่า ขอให้ส่งเรื่องดังกล่าวมาและตักเตือนด้วยว่าการหารือในที่ประชุมสภาต้องไม่พูดเพื่อกระทบกับผู้อื่น ปัญหาภายในของ กมธ. ต้องจัดการกันเอง ทั้งนี้ ตนต้องการให้ทุกคนทำงานเพื่อประชาชนร่วมกัน ไม่ขัดแย้งในเรื่องที่ไม่ควรขัดแย้ง
"ส.ส.ดล"ลาออก"ไพบูลย์"เสียบ
    วันเดียวกัน เวลา 17.00 น. นายดล เหตระกูล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติพัฒนา (ชพน.) ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง กมธ.ป.ป.ช. โดยที่ไม่มีตัวแทนจาก ชพน.ต้องการเข้ามาทำหน้าที่กมธ.แทน จึงยกโควตาดังกล่าวให้เป็นของรัฐบาล ซึ่งคาดว่าพรรคพปชร.จะส่งนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อเข้าเป็น กมธ.แทน
    ด้านนายดลให้สัมภาษณ์ว่า ได้ยื่นใบลาออกจากคณะกรรมาธิการชุดนี้เรียบร้อยแล้ว โดยจะมีการสลับโควตากับพรรคพลังประชารัฐ แต่กำลังรอดูว่าจะโยกไปอยู่ กมธ.ชุดไหนแทน ส่วนจะเพราะเหตุผลใดนั้น ตนขอไม่พูดถึง ยืนยันว่าไม่ได้ลำบากใจอะไรกับ กมธ.ท่านอื่น เพราะรู้จักกับทุกคนดี ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ถือเป็นการแก้เกมของพรรคร่วมรัฐบาล กับปัญหาระหว่าง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กับนายสิระและ น.ส.ปารีณา ด้วยการดึงนายไพบูลย์มาเสริมอีกแรง โดยนายดลจะสลับไปนั่งกมธ.การสื่อสารโทรคมนาคมและดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แทน
     ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ประชาชนไม่ต้องงงเกี่ยวกับความวุ่นวายใน กมธ.ป.ป.ช. เพราะสาเหตุหลักของความปั่นป่วนเป็นเพราะ พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยชินกับการถูกตรวจสอบ เลยเกิดการทำสงครามตัวแทนเพื่อขัดขวางไม่ให้สภาตรวจสอบ แต่ที่จริง พล.อ.ประยุทธ์ควรเดินอย่างสง่าผ่าเผยมาชี้แจงสภาเยี่ยงชายชาติทหาร จะได้ถือโอกาสล้างภาพความเป็นเผด็จการไปในตัว เพราะท่านชอบอ้างตัวว่าเป็นนายกฯจากการเลือกตั้ง ไม่อย่างนั้นก็ไม่ต่างอะไรจากฮิตเลอร์ เพราะอ้างว่ามาจากการเลือกตั้งเช่นกัน อย่าอ้างว่าไม่มีเวลาไปสภา ถ้าแบ่งเวลาไม่เป็นก็สมควรลาออกไป 
    นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงกรณีที่นายสิระ เจนจาคะ และ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ในฐานะ กมธ.ป.ป.ช.สภาฯ จะประสานไปยังวิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้าน เพื่อหารือกรณีเปลี่ยนตัว พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ออกจากตำแหน่งประธาน กมธ. ว่าขณะนี้ยังไม่ได้มีการประสานมา แต่หากมีการประสานเข้ามา เราก็พร้อมที่จะพูดคุย เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องของสไตล์การทำงาน ซึ่ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ก็ทำงานมีประโยชน์ เรื่องนี้ไม่ได้เกิดเพียงจาก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เท่านั้น ต้องคำนึงถึงคนที่ต้องให้ความร่วมมือด้วย ซึ่งหากดู พล.อ.ประยุทธ์แล้ว อย่าว่าแต่ กมธ.เลย ขนาดสภาใหญ่เขาก็ไม่ให้ความร่วมมือ ถ้าเชิญแล้วมาก็คงไม่เกิดปัญหา เพราะ กมธ.ชุดอื่นเขาเชิญคนอื่นมาเขาก็มา ไม่มีปัญหา เช่น ผบ.ทบ.
    "หากจะพูดคุยก็คงจะพูดเรื่องโควตา ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ไม่ได้เป็นไปตามอำเภอใจของฝ่ายค้านหรือ ส.ส. คงไม่พูดคุยเรื่องของพฤติกรรม จะไปชี้ขาดตัดสินไม่ได้ ยังมองไม่เห็นช่องที่ทั้ง 2 คนจะถอดถอน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ได้ นอกจากฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลจะตกลงเปลี่ยนโควตากัน ย้ายโควตานี้ให้ไปเป็นของพรรคอื่น ซึ่งเรื่องนี้ไม่น่าจะง่าย เพราะ ส.ส.ทั้ง 2 ซีกคงจะมีสติและมีงานทำอีกมาก" นายสุทินกล่าว 
เล็งซักฟอก17-20ธ.ค.
     ประธานวิปรัฐบาลกล่าวถึงการดันญัตติตั้ง กมธ.วิสามัญพิจารณาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2560 เข้าสู่ที่ประชุมสภาว่า คาดว่าจะเข้าสู่ที่ประชุมสภาได้ไม่เกินสัปดาห์หน้า ต้องขอบคุณนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ที่มีเจตนาต้องการให้เรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมสภาโดยเร็ว มีเพียงแต่ทางรัฐบาลที่มีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ ซึ่งเราจะหยิบยกไปอภิปรายในช่วงปลายเดือน ธ.ค. ซึ่งเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย
    เมื่อถามถึงระยะเวลาการนับวงรอบการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่นายวิษณุ เครืองาม ระบุไม่ตรงกับทางพรรคฝ่ายค้าน นายสุทินกล่าวว่า คิดว่าเป็นเรื่องที่เข้าใจไม่ตรงกัน ซึ่งตนและทีมกฎหมายเข้าใจว่านับเป็นปีปฏิทิน ไม่ใช่รอบปี ทั้งนี้ ในทางปฏิบัติคิดว่าไม่มีปัญหา เพราะเราสามารถอภิปรายไม่ไว้วางใจได้อยู่ดี เพียงแต่หากเข้าใจแบบนายวิษณุ ก็เท่ากับนับเดือน ส.ค.นี้ ไปชนส.ค.ปีหน้า เราจะอภิปรายไม่ได้อีกเท่านั้นเอง ดังนั้นจึงไม่ใช่อุปสรรคในการอภิปรายในเดือน ธ.ค.นี้ เพียงแต่คราวต่อไปเราจะได้อภิปรายอีกเมื่อไหร่เท่านั้น
    คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ได้ข้อสรุปว่าจะยื่นต่อประธานสภาฯ ในช่วงปลายเดือนนี้ เพื่อให้บรรจุวาระให้ทันประชุมประมาณ 17 ธ.ค.-20 ธ.ค.ในกรอบการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เราจะอภิปรายเป็นรายบุคคล โดยมี 3 เรื่องหลัก 1.ความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาล ที่หัวหน้าทีมเศรษฐกิจคือ พล.อ.ประยุทธ์ 2. การคอร์รัปชันเชิงนโยบาย ที่มีการเอื้อให้ทุนขนาดใหญ่ได้รับโครงการขนาดใหญ่ ทำให้เกิดการคอร์รัปชันและปัญหาความเหลื่อมล้ำ เนื่องจากทุนใหญ่ได้รับผลประโยชน์งบประมาณอย่างเต็มที่คนรวยกระจุก คนจนกระจาย 3.การตรวจพบการทุจริตในหลายกระทรวงที่มีการเรียกรับผลประโยชน์ หรือมีการดำเนินการในทางใดทางหนึ่งเพื่อประโยชน์ให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
    เมื่อถามว่า ได้มีการกำหนดตัวบุคคลที่จะอภิปราย 3 ป. จะอยู่ในรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายด้วยหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า คงโดนอภิปรายครบทั้ง 3 ป. เพราะหากไม่ครบอาจไม่ยุติธรรมได้ ส่วนทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลส่วนใหญ่เป็นชุดเดิม ดังนั้นคนชุดเดิมต้องรับผิดชอบในปัจจุบันด้วย บางส่วนจะมีรัฐมนตรีหน้าใหม่ถูกอภิปรายด้วย ส่วนกระทรวงคมนาคมที่มีปัญหาเรื่องโฮปเวลล์ เป็นเรื่องหนึ่งที่เราพิจารณาอยู่
     ส่วนนายวิษณุ เครืองาม กล่าวถึงการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่กำหนดให้ทำได้วงรอบละ 12 เดือนว่า ตนเข้าใจว่าเมื่อรัฐบาลเข้ามาเดือน พ.ค. ก็จะไปครบรอบเดือน พ.ค.ปีถัดไป เพราะในกฎหมายใช้คำว่าปีหนึ่ง หากจะยึดตามปีปฏิทินจะมีปัญหา สมมติว่าเลือกตั้งเสร็จในเดือน ต.ค. ปีหนึ่งให้มีการประชุมสภา 2 สมัย สมัยละ 120 วัน จะเกิดขึ้นได้อย่างไร จึงต้องแปลเป็นวงรอบ 12 เดือน ส่วนที่ฝ่ายค้านเข้าใจว่านับตามปีปฏิทินนั้น ฝ่ายค้านเข้าใจคนละอย่างกับรัฐบาลทุกเรื่อง.