
23 พ.ย.2562 นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมศุลกากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร องค์การเภสัชกรรม และสมาคมร้านขายยา เป็นต้น ให้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรในการรณรงค์ "Safe Meds, Save Lives” เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวซื้อยาจากร้านขายยาที่ได้รับอนุญาต และจะสร้างกลไกความร่วมมือระหว่างหน่วยงานอย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากการแก้ปัญหาการจำหน่ายยาปลอมจะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เห็นผลในระยะยาว
ทั้งนี้ กระทรวงฯ ยังเตรียมการหารือกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อจัดกิจกรรมมอบนโยบายต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและปราบปรามการจำหน่ายยาปลอม และยาที่จำหน่ายโดยผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาต พร้อมทั้งลงพื้นที่รณรงค์อย่างเข้มข้นในบริเวณที่มีการกระทำผิดค่อนข้างมาก เช่น ซอยนานาและถนนสุขุมวิท ซึ่งมีการหลอกขายยาปลอมแก่นักท่องเที่ยวและประชาชนอยู่บ่อยครั้ง
“การดำเนินการดังกล่าว นอกจากจะสร้างความเข้าใจให้แก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ รวมถึงผู้บริโภคชาวไทยได้ตระหนักถึงอันตรายจากการใช้ยาปลอมแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ให้เห็นว่าประเทศไทยไม่สนับสนุนให้มีการจำหน่ายยาปลอมและยาที่จำหน่ายโดยผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาตด้วย”
นายวีรศักดิ์กล่าวว่า ยาปลอมเป็นเรื่องการละเมิดเครื่องหมายการค้า โดยการนำเข้า ผลิต และจำหน่ายยาปลอม ซึ่งนอกจากสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจต่อเจ้าของเครื่องหมายการค้าสินค้ายาแล้ว ยังเป็นการซ้ำเติมผู้ป่วยหรือผู้ที่ใช้ยาให้ได้รับความทุกข์ทรมาน ได้รับอันตรายต่อสุขภาพ หรือเสียชีวิตจากการใช้ยาปลอม โดยไม่คำนึงถึงมนุษยธรรมและผลกระทบต่อสังคม ซึ่งความเสียหายต่อสุขภาพผู้ซื้อยาปลอมนั้นประเมินมูลค่าไม่ได้ นับเป็นความสูญเสียที่เสียหายหนักกว่าปัญหาการละเมิดเครื่องหมายการค้า
ก่อนหน้านี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย โดยสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาสหรัฐ (USPTO) ทำการเปิดตัวโครงการรณรงค์ “Safe Meds , Save Lives” ซึ่งเป็นการรณรงค์เสริมสร้างความเข้าใจให้แก่ประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้ตระหนักถึงอันตรายจากการใช้ยาปลอม หรือยาที่จำหน่ายโดยผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต จากนั้นสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ได้ขอให้กรมทรัพย์สินทางปัญญา เชิญสำนักงานคณะกรรมการอาหารและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วมในการรณรงค์ด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับยาปลอมที่มีการจำหน่ายกันเป็นอย่างมาก เช่น ยาเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ยาลดน้ำหนัก เป็นต้น โดยยาปลอมที่มีการจับกุมได้มาก คือ ยาไวอากร้า มีทั้งปลอมเครื่องหมายการค้า ด้วยการปลอมยี่ห้อของเจ้าดังๆ และปลอมตัวยา โดยใช้แป้งมาทำ ทำให้ไม่มีสารออกฤทธิ์ เมื่อซื้อไปใช้ก็ไม่มีประโยชน์และอาจเป็นโทษต่อร่างกาย โดยโทษกรณีปลอมเครื่องหมายการค้า จำคุก 4 ปี ปรับ 4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และกรณีทำยาปลอมตามพ.ร.บ.ยา จำคุก 3 ปีถึงตลอดชีวิต และปรับ 1-5 หมื่นบาท
|
ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802 |
| นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร' |
| อนาคต 'คนนินทาเมีย' |
| 'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ' |
| ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ |
| วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง" |
| "การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา. |