'บิ๊กแดง'โชว์วิสัยทัศน์เวทีผบ.ทบ.อาเชียน เพิ่มความร่วมมือข่าวกรอง จัดการด้านไซเบอร์และสื่อโซเชียลมีเดีย


   

26 พ.ย.62- พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก และคณะ ได้เข้าร่วมการประชุมผู้บัญชาการทหารบก กลุ่มประเทศอาเซียน หรือ ACAMM ครั้งที่ 20 ณ เมืองบันดุง สาธารณรัฐอินโดนีเซีย โดยก่อนพิธีเปิดการประชุม ผู้บัญชาการทหารบก ได้เยี่ยมชมนิทรรศการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของอินโดนีเซีย ที่มีการจัดแสดงอาวุธและยุทโธปกรณ์

จากนั้นพิธีเปิดการประชุมจึงได้เริ่มขึ้น โดยมีพลโท พลาโบโว ซูเบียนโต้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียเป็นผู้กล่าวบรรยายพิเศษเป็นท่านแรก โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซีย ได้กล่าวว่าสถานการณ์ภูมิศาสตร์ของอาเซียนนั้น ได้เปลี่ยนแปลงไป ทำให้รู้สึกว่าพวกเราต้องเสริมสร้างความร่วมมือให้ยิ่งขึ้นไป ซึ่งประชาคมอาเซียนนั้น ถือเป็นประชาคมที่สำคัญ และตนดีใจที่เห็นการประชุมอย่างนี้ มีความดำรงต่อเนื่อง การประชุมผู้บัญชาการทหารบกอาเซียนนั้น ถือเป็นกลไกสำคัญในกรอบ การประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน หรือ admm เพื่อช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็ง ความสามัคคีในอาเซียน ทั้งนี้ปัจจุบันอาเซียนประสบกับความท้าทายในหลายรูปแบบทั้งอาชญากรรมข้ามชาติ การก่อการร้าย ตลอดจนแนวความคิดรุนแรง ซึ่งแต่ละประเทศ ก็มีประสบการณ์ในเรื่องต่างๆ จึงจำเป็นที่จะต้องช่วยกัน โดยตนได้กล่าวในการประชุม admm ล่าสุดที่ประเทศไทย ว่าอินโดนีเซีย พร้อมจะดำรง ในความร่วมมือกับทุกประเทซในอาเซียน และยินดีที่จะสนับสนุนในสิ่งที่อินโดนีเซียทำได้

สำหรับการประชุมในครั้งนี้หัวข้อหลักของการประชุมคือการขยายความร่วมมือของกองทัพบกไปสู่ Asean 2025 ก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียได้กล่าวชื่นชมว่า แนวความคิดนี้ดี เพราะมีความเป็นเอกภาพ แสดงให้เห็นถึงความเป็นเพื่อน และมีความร่วมมือ ที่สื่อสารไปยังทั่วโลก

เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียได้บรรยายเสร็จสิ้นแล้ว จึงเป็นการแสดงวิสัยทัศน์ของผู้บัญชาการทหารบกกลุ่มประเทศอาเซียน โดยเป็น พลเอก อันติกา เปอร์กาสา ผู้บัญชาการทหารบกอินโดนีเซีย ในฐานะประเทศเจ้าภาพ กล่าวเป็นลำดับแรก (คนที่ยืนบรรยายบนเวที) โดยผู้บัญชาการทหารบกอินโดนีเซีย กล่าวว่า ตนต้องให้การมีความร่วมมือสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างให้มากขึ้น รวมถึงต้องการที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดร่วมกัน ซึ่งในประเด็นด้านความมั่นคงนั้น พวกเราต้องร่วมกันจัดการ โดยตนพร้อมที่จะทำในสิ่งที่อินโดนีเซียทำได้ ตลอดจนยินดีที่จะทำทุกอย่าง เพราะว่าปัจจุบันอาเซียนเรามีปัญหาร่วมกัน ที่จะต้องแก้ไข ความมั่นคงอาจจะไม่ใช่แค่เกี่ยวข้องกับภัยคุกคามที่เกิดจากความรุนแรง แต่อาจจะมาในรูปแบบของภัยพิบัติ เพราะฉะนั้นเราต้องร่วมมือระหว่างกองทัพบกอาเซียนด้วยกัน ที่จะต้องมีความเป็นรูปธรรม เพื่อช่วยเหลือกัน และจะต้องมีการปฏิบัติการร่วมกันของทุกประเทศในภูมิภาค เนื่องจากปัญหาต่างๆนั้น ไม่สามารถแก้ไขเพียงประเทศใดประเทศหนึ่งได้โดยลำพัง

ขณะที่ผู้บัญชาการทหารบกของไทย ได้กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ตามหัวข้อการประชุม ว่าประเด็นที่เป็นปัญหาด้านความมั่นคงในภูมิภาคนั้น ได้มีกลไกความร่วมมือแบบต่างๆ อาทิ แบบทวิภาคี ที่ไทยได้มีการจัดตั้งร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีชายแดนทางบกและทางทะเลติดกับประเทศไทย คือ กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และมาเลเซีย โดยจะต้องดำรงการดำเนินงานตามกรอบความร่วมมือภายใต้กลไกต่างๆต่อไป 

ขณะเดียวกันก็จะต้องมีการขยายความร่วมมือ เพื่อรองรับความท้าทายในรูปแบบใหม่ อาทิ การเพิ่มและขยายขอบเขตความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนข่าวกรอง  ความร่วมมือด้านบริหารจัดการ ต่อความท้าทายด้านไซเบอร์ และสื่อโซเชียลมีเดีย ตลอดจนการดำรงความต่อเนื่องและพัฒนาช่องทางการประสานงาน และการปฏิบัติการร่วมกัน ทั้งในระดับพื้นที่และหน่วยระดับนโยบาย

และภายหลังจากที่ผู้บัญชาการทหารบกแต่ละประเทศได้แสดงวิสัยทัศน์เสร็จสิ้นแล้ว จึงเป็นลำดับขั้นตอนของการส่งมอบหน้าที่ การเป็นเจ้าภาพการประชุม ผู้บัญชาการทหารบกกลุ่มประเทศอาเซียนครั้งต่อไป โดยเป็น พลจัตวา ดาโต๊ะ ซรี ปาห์ลวัน อวัง ไครุล ฮาเหม็ด บิน อวัง ฮาจิ ลัมโพห์ ผู้บัญชาการทหารบกบูรไน เป็นผู้รับมอบจากผู้บัญชาการทหารบกอินโดนีเซีย.


ผมว่านะ............ คนอย่างนาย "ปิยบุตร แสงกนกกุล" นี่ นอกจากสงสัยกันว่า จบดอกเตอร์ทางกฎหมาย เป็นถึงระดับรองศาสตราจารย์มาได้อย่างไรแล้ว เขายังสงสัยกันอีกว่า.........

ประชาธิปัตย์ 'ก่อนศตวรรษ'?
ยำใหญ่ “ใส่ไข่” นายกฯประยุทธ์
'ผีบุญ' แนวทางศึกษา 'ทอน'
ประเดิมศกด้วย"ศึก ๒ สวน"
'ตำรวจกับผู้ร้ายในชีวิตจริง'
จากตะวันออกกลางสู่ปทุมวัน