'อนุทิน-มนัญญา'ชี้ไม่ใช่การลงมติ ยังคงมติเดิมแบน 3 สารพิษ 1 ธ.ค.-จี้'สุริยะ'เคลียร์


   

27 พ.ย. 62 - ที่รัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึ มติคณะกรรมการวัตถุอันตราย ที่ขยายเวลา แบน 2 สารเคมีออกไป และอนุญาตให้ใช้ไกลโฟเซต ว่า ต้องรอให้นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว. อุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย เป็นผู้แถลงอย่างเป็นทางการ แต่จากการได้รับรายงานจาก 2 คณะกรรมการที่เป็นตัวแทนกระทรวงสาธารณสุข คือ เลขาธิการอย. และอธิบดีกรมวิทยาศาสต์การแพทย์ ได้มารายงานกับตนที่สภาฯว่ายังไม่มีการลงมติใดๆ ซึ่งเราต้องดูว่ามติเดิม ในวันที่ 22 ต.ค. ที่ระบุให้แบนทั้ง 3 สารเคมี ในวันที่ 1 ธ.ค. ว่าจะยังมีผลอยู่หรือไม่ และการประชุมดังกล่าวได้มีการยกเลิกมตินี้ไปหรือยัง เพราะถือเป็นมติที่ขัดแย้งกัน ซึ่งในการประชุมวันนี้ตัวแทนของกระทรวงสาธารณสุขได้มารายงานว่ากรมวิชาการเกษตร ไม่มีมาตรการป้องกันใดๆ ไปรายงานต่อที่ประชุมในวันนี้ ดังนั้นนายสุริยะ จึงลงนามไม่ได้  ซึ่งเราต้องดูว่ามีแทคติกอะไรหรือไม่ 

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะตอบคำถามเรื่องนี้อย่างไร เนื่องจากก่อนหน้านี้นายกฯ มีความเห็นว่าอยากให้แบน  3 สารเคมี นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ใช่หน้าที่ตน แต่ตนก็ได้ให้นโยบายแก่ตัวแทนกับกระทรวงสาธารณสุข และเขาก็ยืนยันว่าให้คงมติแบน 3 สารเคมี ในวันที่ 22 ต.ค. และยืนยันว่าไม่ให้มีการประชุมลับ ซึ่งถือเป็นการยืนยันจุดยืนเดิม

เมื่อถามว่า นายสุริยะ อ้างว่าเป็นมติเอกฉันท์ของคณะกรรมการ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนก็ยังงอยู่ เพราะตัวแทนกระทรวงสาธารณสุขทั้ง 2 คนก็ยังยืนยันมติเดิม และขอยืนยันว่ากระทรวงสาธารณสุขได้ยืนยันจุดยืนแล้วคือการแบน 3 สารเคมี แต่ต้องยอมรับว่าคนอื่นไปโหวตเป็นอย่างอื่นตนก็ไม่สามารถไปทำอะไรได้ 

ถามว่าการขยายการแบน 3 สารเคมี มีเบื้องหน้าเบื้องหลังอะไรหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง เป็นการมองคนละมิติ แต่สงสัยว่ากรมวิชาการเกษตร มีเวลาตั้งนานแต่ไม่ยอมหามาตรการรองรับเข้าที่ประชุมในวันนี้ ซึ่งต้องหามาตรการใหม่ที่จะต้องดำเนินการต่อไป ยืนยันว่าไม่ใช่ความขัดแย้งทางการเมือง รวมถึงไม่ใช่การหักหน้าพรรคภูมิใจไทย เนื่องจากเป็นการทำงาน ซึ่งมีความเห็นต่างได้ แต่ยืนยันว่าไม่ใช่มติเอกฉันท์  ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลก็จะมีการนัดอาหารกันไม่มีอะไร ไม่ต้องเคลียร์ใจ หลังจากนี้กระทรวงสาธารณสุขก็มีหน้าที่เผยแพร่ความรู้ ถึงอันตรายของ 3 สารเคมี รวมถึงเตรียมงบประมาณ เพื่อรองรับคนที่ได้รับผลกระทบจากสารเคมีดังกล่าว 

นายอนุทิน ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า อย่านำเรื่องนี้มาเป็นประเด็นการเมือง แต่ให้เป็นเรื่องสุขภาพของประชาชน เพราะตน น.ส. มนัญญา และพรรคภูมิใจไทย ต่อสู้ในมิติการรักษาสุขภาพและชีวิตของประชาชน ไม่มีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเมืองทั้งสิ้น อย่างเช่นตนเวลามีอะไรที่กระทบสุขภาพประชาชนแม้นิดเดียว แม้จะเกี่ยวกับเศรษฐกิจขนาดไหนตนก็แลกด้วยไม่ได้ เพราะชีวิตคนมีค่ามากกว่าและตีค่าเป็นเงินไม่ได้ ดังนั้นเรื่องดังกล่าวที่เกิดขึ้นจึงเป็นเรื่องต่างคนต่างทำหน้าที่ กระทรวงสาธารณสุขมองในแง่สุขภาพ กระทรวงอุตสาหกรรมมองในแง่ของธุรกิจ  ส่วนของกระทรวงเกษตรฯ ก็มองในแง่พืชผลการเกษตร ถึงต้องมีคณะกรรมการ ดังนั้นผลออกมาเช่นไรเราก็ต้องยอมรับ ไม่ตีโพยตีพายเพราะเราได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้ว 

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์กล่าวถึงการคืนกรมวิชาการเกษตร หรือไม่ ว่าถ้าอยากจะเอากรมที่เราชอบ ขอเป็นกรมชลประทาน และเอาวิชาการเกษตรคืนไปเพราะเรากำกับดูแลไม่ได้ และคนที่คิดว่ากำกับและสั่งการได้ก็เอาไปดูแลเลย เพราะผู้มีอำนาจเบ็ดเสร็จอยู่ในกระทรวงเกษตรฯ อยู่แล้ว เพราะตอนนี้กรมชลถูกทอดทิ้งชาวนาไม่มีน้ำใช้ 

น.ส.มนัญญา กล่าวว่า ยืนยันว่าการประชุมวันนี้ไม่ได้มีการโหวต ยังเป็นมติเดิมของวันที่ 22 ต.ค.  เพาะการประชุมครั้งนี้ไม่มีการสอบถามไม่มีการลงมติเปลี่ยนแปลงผลการประชุม จึงอยากถามว่าเขามาจากประชาธิปไตยหรือไม่  ซึ่งขณะนี้ไม่ใช่เผด็จการ ส่วนตนจะเดินหน้าอย่างไรก็ขอให้ไปถามคณะกรรมการที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด ถ้าจะเดินหน้าต่อไป สุดท้ายก็ต้องขึ้นอยู่ที่ประชาชน ว่าจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้.


ผมว่านะ............ คนอย่างนาย "ปิยบุตร แสงกนกกุล" นี่ นอกจากสงสัยกันว่า จบดอกเตอร์ทางกฎหมาย เป็นถึงระดับรองศาสตราจารย์มาได้อย่างไรแล้ว เขายังสงสัยกันอีกว่า.........

ประชาธิปัตย์ 'ก่อนศตวรรษ'?
ยำใหญ่ “ใส่ไข่” นายกฯประยุทธ์
'ผีบุญ' แนวทางศึกษา 'ทอน'
ประเดิมศกด้วย"ศึก ๒ สวน"
'ตำรวจกับผู้ร้ายในชีวิตจริง'
จากตะวันออกกลางสู่ปทุมวัน