เกาะติดมาตรการรัฐ กระตุ้นอสังหาฯโค้งสุดท้ายปี62


เพิ่มเพื่อน    

 

        มาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่ภาครัฐออกมานั้น น่าจะเป็นผลดีต่อภาคอสังหาฯ ไทย และรวมถึง SENA ด้วย เพราะระดับราคาที่อยู่อาศัยอยู่ในช่วงราคาตามเงื่อนไขของรัฐ ที่ได้รับการผ่อนปรนถึง 80% ช่วยกระตุ้นความต้องการที่อยู่อาศัยใหม่ให้สูงขึ้นด้วย ทำให้ทิศทางธุรกิจอสังหาฯ ที่จะฟื้นตัวมากขึ้น

 

 

 

        โค้งสุดท้ายของปี 2562 ถือเป็นข่าวดีให้กับวงการอสังหาริมทรัพย์ เมื่อกระทรวงมหาดไทยได้ประกาศราชกิจจานุเบกษาลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการโอนจากเดิม 2% เหลือ 0.01% และลดค่าจดทะเบียนจดจำนองอสังหาริมทรัพย์จากเดิม 1% เหลือ 0.01% สำหรับการซื้อขายที่อยู่อาศัยที่ดินพร้อมอาคารหรือห้องชุด ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท โดยการจดทะเบียนการโอนและการจดจำนองอสังหาริมทรัพย์ ต้องเป็นที่อยู่อาศัยทำนิติกรรมในคราวเดียวกัน เริ่มตั้งแต่ 2 พฤศจิกายน 2562 ต่อเนื่องถึงวันที่ 24 ธันวาคม 2563

        มาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาลครั้งนี้เริ่มสร้างความหวังให้กับอุตสาหกรรมอสังหาฯ ไทยกลับมาอีกครั้ง หลังจากที่ต้องเผชิญกับกำลังซื้อที่ถดถอย เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวแล้ว ประกอบกับการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาตรการกำกับดูแลสินเชื่อที่อยู่อาศัยหรือ LTV ไปเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2562 เพื่อป้องกันความเสี่ยงหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ทำให้สถาบันการเงินเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อ ซึ่งนั่นทำให้ตลาดอสังหาฯ ในปี 2562 โดยรวมชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งผู้ประกอบการต่างระบุเป็นเสียงเดียวกันว่า ปีนี้โอกาสการเติบโตของภาคอสังหาฯ คงจะไม่มีแม้ว่ารัฐจะมีมาตรการกระตุ้นลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการโอนก็ตาม เพราะช่วง 3 ไตรมาสแรกยอดขายได้ติดลบไปพอสมควรแล้ว

        แต่หากไม่มีมาตรการใดๆ เลย สถานการณ์จะยิ่งหนักกว่านี้ ดังนั้นเมื่อเช็กประโยชน์ที่บ้านและคอนโดมิเนียมที่จะได้รับอานิสงส์จากการลดค่าโอนรวม 20,105 ยูนิต แบ่งเป็นบ้านจัดสรรที่มีราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท มีจำนวนประมาณ 6,926 ยูนิตและคอนโดฯ ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท อีก 13,179 ยูนิต ซึ่งมาตรการนี้จะส่งผลยาวตลอดปี 2563 กันเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการอสังหาฯ ยังมีลุ้นกันต่อที่กระทรวงการคลังจะมีการจัดแคมเปญกระตุ้นยอดขายเพิ่มเติมอีก ซึ่งคงต้องติดตามใกล้ชิดในประเด็นนี้

        มาตรการของรัฐครั้งนี้ยังทำให้ผู้บริโภคมีโอกาสเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น แต่เหนือสิ่งอื่นใดตลาดที่ช่วงนี้เป็นของผู้ซื้อสินค้าที่ตอบโจทย์ที่ดีสุด ย่อมเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคมากกว่า และไม่อาจปฏิเสธว่าหนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาฯ ที่มีความโดดเด่นของ Concept การพัฒนาที่หลากหลายตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ คงหนีไม่พ้น บมจ.เสนาดีเวลลอปเม้นท์ (SENA) ซึ่งมีแม่ทัพใหญ่อย่าง นางสาวเกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ ได้สร้างความฮือฮาจากการประกาศให้บ้านทุกหลังของเสนามีการติดตั้งแผงผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) ต้อนรับกระแสพลังงานทดแทนมาแรง และมีส่วนทำให้ลดโลกร้อนจนเรียกว่าวันนี้กระแสยังแรงไม่ตก เพราะคนมาดูบ้านเสนาเพราะโซลาร์นั่นเอง

        และในช่วง 1-2 ปีนี้เสนายังปลุกกระแสการออกแบบที่อยู่อาศัยใช้เทคโนโลยีญี่ปุ่น ด้วยการออกแคมเปญ “MADE FROM HER” เพื่อตอกย้ำให้ผู้บริโภคเห็นถึงความใส่ใจการพัฒนาของเสนาที่ละเอียดทุกขั้นตอน ตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกกลุ่มได้อย่างครอบคลุมเสมอมา จนกลายเป็นจุดต่างที่สร้างความใหม่ให้กับวงการอสังหาริมทรัพย์ แต่เหนือสิ่งอื่นใดบริการหลังการขายคือความแตกต่างอีกปัจจัยหนึ่งที่เสนาให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง หรือ Consumer Concentrate โดยมีเป้าหมายเพื่อการดูแลลูกบ้านเมื่อตัดสินใจซื้อโครงการของเสนาไปแล้วแบบ 360 องศา

        นางสาวเกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SENA เปิดเผยว่า มาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่ภาครัฐออกมานั้น น่าจะเป็นผลดีต่อภาคอสังหาฯ ไทย และรวมถึง SENA ด้วย เพราะระดับราคาที่อยู่อาศัยอยู่ในช่วงราคาตามเงื่อนไขของรัฐ ที่ได้รับการผ่อนปรนถึง 80% ช่วยกระตุ้นความต้องการ ที่อยู่อาศัยใหม่ให้สูงขึ้นด้วย ทำให้ทิศทางธุรกิจอสังหาฯ ที่จะฟื้นตัวมากขึ้น

        สำหรับแนวโน้มในไตรมาส 4/2562 บริษัทคาดน่าจะดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากธุรกิจมียอดขายที่รอโอน (Backlog) รอรับรู้เป็นจำนวนมาก ประกอบกับเป็นช่วงเข้าสู่ฤดูกาล (ไฮซีซั่น) ของอสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งยังอาจมียอดขายใหม่ๆ จากโครงการที่เปิดตัวไปแล้วช่วงที่ผ่านมาเข้ามาช่วยสนับสนุนเพิ่มเติม

        อย่างไรก็ตาม ปี 2562 แม้ภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะไม่โต แต่ก็คงจะไม่ถดถอยไปมากกว่านี้ หลังรัฐเริ่มออกมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อโค้งสุดท้าย ซึ่งคาดหวังกันว่าจะเห็นกำลังซื้อเริ่มเข้ามาในช่วงปลายปีเรื่อยไปจนถึงปีหน้า เพราะที่ผ่านมาการโอนที่อยู่อาศัยมีการสุญญากาศเพราะรอมาตรการลดค่าโอน ดังนั้นหากมีการคลายเกณฑ์แอลทีวีและแคมเปญอื่นๆ ที่อาจมีตามมาอีก ก็เชื่อว่าปี 2563 ตลาดอสังหาฯ จะเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง ซึ่งก็เป็นผลดีต่อทุกๆ ฝ่ายในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตต่อไป.


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.