ยันกทม.หนาวจริง อาทิตย์นี้17องศา


เพิ่มเพื่อน    


    อุตุฯ เตือนอาทิตย์นี้ตอนเหนือหนาวเย็นลงอีก เหนือ อีสานอุณหภูมิลดลง 10 องศา ยอดดอยต่ำสุดแค่ 2 องศา ได้เห็นน้ำค้างแข็งเป็นวงกว้าง กรุงเทพฯ และปริมณฑลถึงเวลาสวมเสื้อกันหนาวกันแล้ว ต่ำสุด 17 องศา ขณะที่ภาคใต้มีฝนและคลื่นลมแรง  
    ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบนและคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 3-7 ธันวาคม 2562)" ฉบับที่ 2 ลงวันที่ 1 ธันวาคม 2562 ในช่วงวันที่ 3-7 ธันวาคม 2562 ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลงกับมีลมแรง โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลง 5-10 องศาเซลเซียส บริเวณพื้นราบอุณหภูมิต่ำสุด 12-19 องศาเซลเซียส ส่วนบริเวณยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดและมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 2-10 องศาเซลเซียส สำหรับภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีอากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 4-6 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 16-21 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย
    สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งตลอดช่วง
    ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงอีกระลอกจากประเทศจีน จะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น
    จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
    พยากรณ์อากาศในรอบสัปดาห์ ภาคเหนือ ในช่วงวันที่ 1-2 ธ.ค.62 บริเวณพื้นราบมีอากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 16-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 4-11 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-20 กม./ชม ส่วนในช่วงวันที่ 3-7 ธ.ค. 62 อุณหภูมิจะลดลง 5-10 องศาเซลเซียส บริเวณพื้นราบมีอากาศหนาวกับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 11-15 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 25-29 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดกับมีน้ำค้างแข็ง อุณหภูมิต่ำสุด 2-9 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 2-4 ธ.ค.62 อุณหภูมิจะลดลง 4-8 องศาเซลเซียส บริเวณพื้นราบมีอากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 12-17 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 25-29 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 5-10 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 6-7 ธ.ค.62 อุณหภูมิจะลดลงอีก 2-4 องศาเซลเซียส บริเวณพื้นราบมีอากาศหนาวกับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 11-15 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 25-28 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 4-10 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
    ภาคกลาง ในช่วงวันที่ 1-2 ธ.ค.62 มีอากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 3-7 ธ.ค.62 อุณหภูมิจะลดลง 4-6 องศาเซลเซียส กับมีอากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 15-19 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-30 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. 
    ภาคตะวันออก    ในช่วงวันที่ 1-2 ธ.ค.62 มีเมฆบางส่วน อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 3-7 ธ.ค.62 อุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส กับมีอากาศเย็นกับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 16-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-30 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) ในช่วงวันที่ 1-2 ธ.ค.62 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งส่วนมากทางตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสงขลาลงไป ส่วนในช่วงวันที่ 3-7 ธ.ค. 62 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ ตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ขึ้นมา ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไป ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-45 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) ในช่วงวันที่ 1-3 ธ.ค.62 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 4-7 ธ.ค.62 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
    กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 1-2 ธ.ค.62 มีเมฆบางส่วน อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 3-7 ธ.ค. 62 อุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส กับมีอากาศเย็นและมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 17-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-30 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
    นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการติดตามสภาพอากาศและปัจจัยเสี่ยงเชิงพื้นที่ กับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น โดยตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร กอปภ.ก. จึงได้ประสาน 11 จังหวัดบริเวณอ่าวไทยเฝ้าระวังสถานการณ์คลื่นลมระหว่างวันที่ 3-7 ธันวาคม 2562 ดังนี้
    พื้นที่เตือนภัยคลื่นลมแรง 6 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี และนราธิวาส
    พื้นที่เฝ้าระวังคลื่นลมปานกลาง 5 จังหวัด ได้แก่ ระยอง จันทบุรี ตราด เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์
    จัดเจ้าหน้าที่และมิสเตอร์เตือนภัยติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยตลอด 24 ชั่วโมง อีกทั้งจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดต่อแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสาขาในพื้นที่ หรือสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป
    มีรายงานความคืบหน้าสภาวะน้ำท่วมพื้นที่ จ.นราธิวาส ว่า ล่าสุดยังคงมีฝนตกลงมาอย่างหนัก ปกคลุมพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอ ทำให้มีน้ำท่วมขังพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ราบลุ่มทั้ง 13 อำเภอ แต่พื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังอยู่ในขั้นวิกฤติอยู่ในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก จากมวลน้ำที่มีต้นกำเนิดในพื้นที่ อ.สุคิรินและแว้ง ได้ไหลบ่าลงมาสมทบลงสู่แม่น้ำสุไหงโก-ลก ซึ่งล่าสุดมีปริมาณน้ำล้นตลิ่งสูง 1.69 เมตร ทำให้บ้านเรือนของประชาชนตลอดแนวริมตลิ่งของแม่น้ำสุไหงโก-ลก มีน้ำท่วมขัง 7 ชุมชน ประกอบด้วย ชุมชนท่าประปา ชุมชนท่ากอไผ่ ชุมชนโปฮงยามู ชุมชนท่าโรงเลื่อย ชุมชนบือเร็ง ชุมชนหัวสะพาน และชุมชนเจ๊ะกาเซ็ง โดยมีน้ำท่วมสูงเฉลี่ย 50-150 เซนติเมตร ชาวบ้านบางส่วนต้องอพยพไปอาศัยที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โรงเรียนเทศบาล 4 บ้านทรายทอง เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก จำนวน 21 ครัวเรือน รวม 86 คน
    นายเอกรัฐ หลีเส็น ผวจ.นราธิวาส เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้นายปรีชา นวลน้อย นายอำเภอสุไหงโก-ลก ลงพื้นที่สำรวจพร้อมรายงานให้ทราบ ก่อนที่จะมีการประกาศเป็นเขตภัยพิบัติอุทกภัยต่อไป.


วันนี้ "๒๔ กันยา ๖๓" มีเรื่องสนุกหลายเรื่อง!คดี "นายวัฒนา เมืองสุข" ก็ตัดสินวันนี้ประชุมรัฐสภา แก้รัฐธรรมนูญ ก็วันนี้พวกเทียมแอก-เทียมไถคณะสามสัส ก็จะมาชุมนุมโชว์เขาหน้ารัฐสภาวันนี้

'พระผู้ไม่ทอดทิ้งประชาชน'
ประตูบานที่ ๓ 'ระบอบทักษิณ'
ด้วย 'รู้เช่น-เห็นชาติ' ธนาธร
ม็อบจะฆ่าพรรคฝ่ายค้าน
ใครจะพาประเทศลงเหว!
'ช่อ' ไม่เคยเปลี่ยน