รบ.นัดมีตติ้งเปิดใจแก้'สภาล่ม'


เพิ่มเพื่อน    


    แกนนำรัฐบาลนัดพบปะหารือ 3 ธ.ค. ที่สโมสรราชพฤกษ์ เคลียร์ใจรับมือสภาล่ม "สมคิด" ห่วงการเมืองขัดแย้งสูงกระทบเศรษฐกิจ วอนทุกฝ่ายสามัคคี "วิรัช" โทษ ปชป.ไม่ทำตามมติวิปรัฐบาล เฉ่ง ส.ส.โหวตสวน ลั่นพรรคร่วมต้องทำตามมติวิปฯ "เพื่อไทย" เสี้ยมหากนายกฯ เห็นพรรคร่วมแค่นั่งร้านปัญหาจะไม่หมด ส.ส.ส้มหวานแจงหัวหน้า อนค.เดินการเมือง 2 ขา เชื่อไม่สุ่มเสี่ยงเข้าทางฝ่ายที่จ้องล้ม "ธนาธร" ลงพื้นที่ กทม.ปัดปลุกม็อบ โบ้ยอยู่ที่ความรู้สึก ปชช. ประธานญาติวีรชน 35 กระตุกเอาไม่อยู่ใครรับผิดชอบ
    เมื่อวันอาทิตย์ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลจะพบปะหารือกันค่ำวันที่ 3 ธ.ค.นี้ว่า เบื้องต้นแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลจะมีการนัดพบปะหารือกันช่วงค่ำวันที่ 3 ธ.ค. ที่สโมสรราชพฤกษ์ โดยได้เรียนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐรับทราบแล้ว และได้ประสานแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลแล้ว
    ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นเพราะจากปัญหาสภาล่ม เสียงรัฐบาลแพ้เสียงโหวตฝ่ายค้านจากการลงมติตั้งกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญศึกษาผลกระทบจากการใช้มาตรา 44 หรือไม่ นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ความจริงตั้งใจพบปะกันแบบนี้มานานแล้ว แต่ช่วงที่ผ่านมาต่างยุ่งกับการทำงาน ทำให้เพิ่งมีโอกาสมานัดพบปะกัน ขณะที่แต่ละพรรคไม่ได้ลงลึกว่าต้องเป็นใครมา แต่ละพรรคจะพาแกนนำใครมาก็ได้ และน่าจะเห็นการพูดคุยกันแบบนี้ของพรรคร่วมรัฐบาลอยู่เรื่อยๆ จากนี้
    เมื่อถามว่า ครั้งหน้ามีโอกาสที่ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมดจะมาพบปะกันด้วยหรือไม่ นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ถือเป็นสิ่งที่ดี ในอนาคตจะได้มีโอกาสพบปะพูดคุยกัน
    ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏจังหวัดลำปาง ในการปิดงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 37 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “ร่วมมือร่วมใจนำประเทศสู่อนาคต” ตอนหนึ่งว่า เศรษฐกิจของประเทศไทยไม่ได้แย่ แค่ชะลอตัวเท่านั้น ขอให้ภาคเอกชนร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศที่อยู่ในภาวะชะลอตัวลงตามภาวะเศรษฐกิจโลก สถานการณ์การเมืองไทยมีความขัดแย้งสูง จะเห็นได้จากการประชุมสภาที่ล่มมาแล้ว 2 ครั้ง จึงอยากให้นักการเมืองแยกแยะอยากให้ทุกฝ่ายมีความสามัคคี ก้าวข้ามความขัดแย้งทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน รัฐบาลเปลี่ยนได้ แต่นโยบายต้องไม่เปลี่ยน เพื่อให้ประเทศไทยเดินหน้า 
    ก่อนเดินทางกลับผู้สื่อข่าวได้ถามว่า ที่บอกว่ามีความขัดแย้งคืออะไร นายสมคิดบอกว่า ไม่หรอก ทุกคนต้องปรับตัวเข้าหากันประเทศชาติจะไปได้ดี หากมองในแง่ดี ประกอบกับเราเพิ่งมีรัฐบาลประชาธิปไตยเป็นครั้งแรก ต้องช่วยกันประคับประคองให้ดี 
    "ขณะนี้ทุกประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจโลก ไทยสะสมปัญหามาหลายปี เศรษฐกิจของเรายังโตอยู่ แต่มันชะลอตัวลง แนวโน้มหากทำดีๆ แล้วไตรมาส 4 จะดีขึ้น ถ้าเราทำการเมืองให้เข้มแข็ง และขับเคลื่อนทุกอย่างที่วางไว้ร่วมกันทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน เชื่อว่าเราจะฝ่าอุปสรรคนี้ไปได้" นายสมคิด กล่าว
โทษ ปชป.ไม่ทำตามวิปฯ
    นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. ในฐานะประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงการแก้เกมการประชุมสภาในสัปดาห์หน้าภายหลังสภาล่มถึง 2 ครั้งว่า เรื่องนี้อยู่ที่พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) เพราะไม่ได้ทำตามมติวิปรัฐบาล และยังมี ส.ส.โหวตสวนมติพรรคและวิปรัฐบาล โดยที่ไม่สอบถามวิปฯ ว่าจะต้องเดินหน้าไปทางทิศทางไหน ซึ่งทางพรรค ปชป.ยืนยันว่าเป็นสิทธิของเขาที่กระทำได้ ดังนั้นเรื่องนี้จะต้องแก้ในส่วนของ ส.ส.ของ ปชป.ที่โหวตสวนมติ ส่วนที่นายกฯ กำชับให้รัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลรักษาองค์ประชุมให้ครบนั้น อันดับแรกตนอยากขอให้ ปชป.รักษาองค์ประชุมให้ครบ ไม่ใช่ไม่พอใจแล้วไม่มา และโหวตสวน ขอให้ทำตามมติวิปรัฐบาล
    "พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคจะต้องปฏิบัติตามมติวิปรัฐบาล และเป็นองค์ประชุมให้กับฝ่ายรัฐบาล ส่วนนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เรื่องนี้พรรคประชาธิปัตย์รู้ดีว่าต้องทำมติวิปรัฐบาลเป็นสำคัญ พรรคประชาธิปัตย์เองก็เคยเป็นผู้นำรัฐบาลมาก่อน เมื่อสั่งการไปแล้วทุกคนต้องปฏิบัติตามกัน" นายวิรัชกล่าว
    ส่วนที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรค ปชป. ระบุว่าญัตติตั้ง กมธ.ศึกษาผลกระทบจาก คสช. เป็นญัตติของสภา ไม่ใช่รัฐบาลหากแพ้โหวตไม่ใช่เรื่องใหญ่ นายวิรัชกล่าวว่า เป็นคำตอบที่นายจุรินทร์จะต้องไปตอบผู้นำรัฐบาล เพราะวิปรัฐบาลไม่สามารถเข้าไปมีความเห็นข้ามพรรคการเมืองหรือให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับตัวบุคคลได้ ส่วนการนัดมีตติ้งของนายกฯ เพื่อเคลียร์ใจพรรคร่วมรัฐบาล 3 ธ.ค.นี้ จะนำปัญหาพรรคร่วมในสภาไปพูดคุยเคลียร์ใจกันด้วยหรือไม่ ขณะนี้ตนยังไม่ได้รับเชิญให้ไปร่วม แต่พร้อมไปร่วมนัดหมายเพื่อพูดคุยเรื่องนี้ในฐานะประธานวิปรัฐบาล แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไปแล้วจะได้พูดคุยเรื่องนี้ได้หรือไม่
    ด้านนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคและประธานส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีองค์ประชุมไม่ครบรอบที่เเล้วมีหลายสาเหตุ ในส่วนของพรรคเอง ส.ส.บางท่านติดภารกิจ บางคนป่วยอยู่โรงพยาบาล และติดภารกิจต่างประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่สุดวิสัย ไม่คิดว่าเป็นเกมการเมืองใดๆ เชื่อว่าการประชุมสภาวันพุธที่จะถึงนี้คงไม่น่าจะมีปัญหา ส่วนกรณี พล.อ.ประยุทธ์ อยากให้จัดงานเลี้ยงในฝ่ายพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อกระชับความสัมพันธ์ในวันที่ 3 ธ.ค. ขณะนี้ยังไม่มีเเจ้งมา แต่หากมีการเเจ้งมาจริง ถ้าใครไม่ติดภารกิจก็คงจะไปร่วม เพราะการพบปะพูดคุยกันก็เป็นเรื่องที่ดีที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน  
     ขณะที่นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ต่อให้ พล.อ.ประยุทธ์และหัวหน้าทีมเศรษฐกิจนั่งหัวโต๊ะพบปะพรรคร่วมรัฐบาลเดือนละกี่ครั้ง ก็ไม่ช่วยเยียวยาเพื่อให้เกิดเอกภาพในหมู่พรรคร่วมรัฐบาลได้ เพราะนอกจากรัฐธรรมนูญไม่เอื้อต่อการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพของรัฐบาล ยังมีปัญหาการบริหารงานที่ผิดพลาด ไม่เป็นมืออาชีพ พรรคร่วมไม่ใช่ลูกน้องของ พล.อ.ประยุทธ์ในค่ายทหาร ที่จะสั่งซ้ายหันขวาหันได้ตามอำเภอใจ ทำอะไรหัดเกรงใจประชาชนบ้าง
     “องค์ประชุมเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาล สนิมเกิดจากเนื้อใน ความไว้วางใจไม่ได้เกิดชั่วข้ามคืน ถ้า พล.อ.ประยุทธ์เห็นพรรคร่วมเป็นเพียงนั่งร้านและรอรื้อตลอดเวลา ปัญหาของรัฐบาลจะไม่มีวันหมดสิ้น" นายอนุสรณ์กล่าว
จี้วิปรัฐบาลถอนญัตติ
     นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า เช้าวันที่ 4 ธ.ค. พรรคร่วมฝ่ายค้านจะพิจารณาญัตติการพิจารณาตั้ง กมธ.ศึกษาผลกระทบการใช้คำสั่งตามมาตรา 44  อีกครั้งว่าจะดำเนินการเช่นไร จะยืนตามมติเดิมของเราที่ไม่ร่วมประชุมในญัตติดังกล่าว หรือจะยืดหยุ่นอย่างไรหรือไม่ เราเชื่อมั่นว่ารัฐบาลคงสามารถจัดการองค์ประชุมของพรรคร่วมรัฐบาลได้ ไม่เช่นนั้นจะถือว่าเป็นรัฐบาลที่อ่อนแอที่สุดในประวัติศาสตร์ จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นต่อคนในประเทศและต่างชาติ
      เมื่อถามว่า รัฐบาลอาจโยนความผิดให้ฝ่ายค้านที่ไม่เข้าร่วมประชุม เพราะมัวแต่เล่นเกมการเมือง นายสุทินกล่าวว่า รัฐบาลจะพูดเช่นนั้นไม่ได้ เพราะในอดีตที่พรรคเพื่อไทยเคยเป็นรัฐบาลเราไม่เคยโยนความผิดเรื่ององค์ประชุมให้ฝ่ายค้าน และฝ่ายค้านก็ไม่เคยทำให้องค์ประชุมล่มได้ ถ้ารัฐบาลนี้มีความรับผิดชอบเหมือนรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ต่อให้ฝ่ายค้านเล่นเกมอย่างไร สภาก็ไม่มีวันล่ม การทำงานของรัฐบาลก็ไม่สะดุดเช่นนี้
    นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่  กล่าวถึงการประชุมสภาล่มถึง 2 ครั้งในสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า เกิดจากการพยายามเสนอญัตติให้นับคะแนนใหม่ในการตั้ง กมธ.ศึกษาผลกระทบจากคำสั่ง คสช.และมาตรา 44 ที่ฝั่งรัฐบาลแพ้แล้วไม่ยอมแพ้ ต้องใจกว้าง แล้วงานในสภาจะเดินหน้าไปด้วยดี นายวิรัช รัตนเศรษฐ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ควรถอนญัตติการนับคะแนนใหม่ออกจะสวยงามกว่า ถ้าไม่ถอน ฝ่ายค้านไม่เปลี่ยนจุดยืน แล้วสภาจะเดินต่อไปลำบาก 
    ส่วนกรณีที่มองว่านายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค อนค.ลาออกจาก กมธ.เพื่อปลุกม็อบ นายคารมกล่าวว่า การที่จะปลุกม็อบนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเรามีบทเรียนจากในอดีตที่ผ่านมา เชื่อว่านายธนาธรไม่ได้คิดที่จะปลุกม็อบ หรือต้องการให้เกิดความขัดแย้งและรุนแรง และตั้งใจอยากเป็น ส.ส.เพื่อเข้าไปขับเคลื่อนการเมืองรูปแบบใหม่ ช่วงนี้คุณธนาธรคงต้องระมัดระวังมากกว่าเดิม เชื่อว่าจะไม่ทำอะไรที่สุ่มเสี่ยงเข้าทางฝ่ายที่จับจ้องอยู่อย่างแน่นอน โดยเฉพาะตามรัฐธรรมนูญมาตรา 116 ข้อหาการยุยงปลุกปั่น ที่จะไปเข้าทางคนที่ต้องการล้มนายธนาธรและพรรคอนาคตใหม่อยู่แล้ว
    "ขอให้รัฐบาลไม่ต้องไปกังวลเรื่องนายธนาธร แต่ควรจะกังวลกับการบริหาร โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจที่ซบเซา เพราะรัฐบาลจะอยู่ได้หรือไม่ ไม่เกี่ยวกับนายธนาธรจะเดินเกมนอกสภา ถ้ารัฐบาลแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ ก็อยู่ได้อีกนานโดยไม่ต้องไปกังวลอะไร” นายคารมกล่าว
อนค.อ้างการเมือง 2 ขา
    พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรค อนค. กล่าวว่า เหตุที่นายธนาธรตัดสินใจลาออก เพราะต้องการทำงานมวลชนเต็มตัวไม่ใช่ไม่รับผิดชอบต่อหน้าที่ตามที่บางคนกล่าวหา โดยนายธนาธรจะลงพื้นที่รับฟังปัญหาจากชาวบ้านพร้อมกับทีมงาน และนำข้อมูลและปัญหาต่างๆ ส่งต่อให้ ส.ส.ของพรรค เพื่อขับเคลื่อนการแก้ปัญหาต่อในสภา เป็นเหมือนการเดินแบบสองขาทั้งในและนอกสภาควบคู่กันไป เชื่อว่าการทำงานแบบนี้จะได้ประโยชน์อย่างมาก นอกจากนี้ยังจะได้รณรงค์สร้างความรู้แก่ประชาชนในเรื่องต่างๆ ทั้งการแก้รัฐธรรมนูญและการผลักดันร่าง พ.ร.บ.ต่างๆ และยืนยันว่าการทำงานมวลชนไม่ใช่การปลุกม็อบลงถนน 
    เช้าวันเดียวกัน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เดินสายพบประชาชนในเขตพื้นที่ลาดกระบัง โดยเริ่มต้นด้วยการร่วมเตะฟุตบอลเป็นคู่เปิดสนามรายการ All Friend Tournament ครั้งที่ 5 ณ สนามหญ้าเทียมฮีโร่ซอคเกอร์ ซ.ฉลองกรุง 13 โดยมีนายทวีศักดิ์ ทักษิณ และนายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรค อนค. พร้อมทั้งนายสุนทร บุญยอด กรรมการบริหารปีกแรงงงาน ร่วมกิจกรรม จากนั้นได้เดินทางไปยังศูนย์การเรียนรู้ฅนเมือง ชุมชนบึงบัว เยี่ยมชมโครงการฝึกอบรมอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับคนในชุมชนและนักศึกษา กศน. ยกระดับสินค้าให้เป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมตามนโยบายพรรค อนค.
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้ายของกิจกรรม นายธนาธรได้แนะนำให้นักศึกษา กศน.ที่มาร่วมรับฟังรู้จักและร่วมกันผลักดันแคมเปญยกเลิกเกณฑ์ทหาร ซึ่งเป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญตามร่าง พ.ร.บ.รับราชการทหาร ที่พรรคอนาคตใหม่ได้ยื่นเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยพูดคุยสอบถามกับนักศึกษาที่เคยผ่านการเป็นทหาร ผ่านการจับใบดำใบแดงในระบบเกณฑ์ที่ผ่านมา ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างสนุกสนาน
    ที่พรรคอนาคตใหม่ นายธนาธรให้สัมภาษณ์ถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่ลาออกจากกรรมาธิการ อาจเป็นการปลุกระดมม็อบว่า หากเราต้องการจะเปลี่ยนแปลง จำเป็นต้องเปิดพื้นที่ทางการเมืองใหม่ๆ และเนื่องจากพวกเขาไม่ต้องการให้ตนอยู่ในสภา เราก็อยากจะทำการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในสภา ตนจึงอยากใช้เวลาของตนไปเปิดพื้นที่การเมืองใหม่ๆ 
    เมื่อถามว่า ไม่ได้เป็นการระดมม็อบในอนาคตใช่หรือไม่ เพราะอาจมีอีกหลายคดีที่ศาลกำลังจะไล่พิจารณา นายธนาธรกล่าวว่า ไม่เกี่ยวอะไรกับคดี คงเห็นชัดแล้วว่าการเปลี่ยนแปลงทางกลไกรัฐสภาที่เราตั้งมั่นมุ่งหมายไว้อย่างเดียวคงไม่พอ พรรคอนาคตใหม่ยังตั้งใจที่จะทำงานการเมืองในรัฐสภาอย่างมุ่งมั่น โดยการทำหน้าที่ในส่วนนี้ เชื่อว่านายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคฯ ได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์แบบ 
    "ผมคงไม่สามารถพูดอย่างนั้นได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้น เพราะอยู่ที่ความรู้สึกของประชาชน ไม่ได้อยู่ที่ผม ไม่ว่าผมจะทำอะไร หากประชาชนไม่เห็นด้วยก็ไม่เกิดขึ้น ดังนั้นขึ้นอยู่กับอารมณ์ความรู้สึกของประชาชนมากกว่า" นายธนาธรกล่าว    เมื่อถามว่าจะเป็นการรวมกลุ่มในเฉพาะเรื่องใช่หรือไม่  
เตือน"ธนาธร"เอาไม่อยู่
    นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’35 กล่าวว่า กรณีนายธนาธรลาออกจากที่ปรึกษากรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ กลับไปอยู่กับประชาชนเพื่อรณรงค์ในเรื่องต่างๆ เป็นสิทธิอันชอบธรรม เพราะตนเองมองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากคดีความทางการเมือง จึงขอให้กำลังใจสมาชิกพรรค อนค. ให้อดทนอดกลั้น รักษาแนวทางประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาด้วยอุดมคติที่มั่นคง 
    "แต่เป็นห่วงในการเคลื่อนไหวนอกสภา ด้วยการปลุกมวลชนให้ลุกขึ้นสู้กับเผด็จการนั้น ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ และอย่าให้ซ้ำรอยประวัติศาสตร์ ยิ่งสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ ที่ประชาชนกำลังประสบความทุกข์ยากจากภาวะเศรษฐกิจ หากมาร่วมผสมโรงกับเหตุทางการเมือง จะทำให้สถานการณ์ร้อนแรงขึ้น หากลงท้องถนนเมื่อไหร่ ก็จะสร้างความเดือดร้อนและสุ่มเสี่ยงเกิดความรุนแรงขึ้นได้ และคราวนี้จะควบคุมสถานการณ์ได้ยาก หากเอาไม่อยู่ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ" นายอดุลย์กล่าว
    นายอดุลย์กล่าวอีกว่า องค์กรอิสระมีบทบาทสำคัญในการเข้ามาจัดการปัญหาความขัดแย้ง บัดนี้เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าองค์กรอิสระต่างๆ ไม่ได้ทำหน้าที่ให้เป็นไปตามภารกิจของตนเอง โดยเฉพาะตุลาการภิวัฒน์ ที่หลายฝ่ายเชื่อว่าจะเป็นกลไกในการแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง กลับกลายเป็นเพียงวาทกรรม เพราะคำวินิจฉัยในคดีความต่างๆ ไม่ได้ยึดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง ถูกมองว่าปกป้องแต่กลุ่มผู้มีอำนาจ จัดการฝั่งตรงข้าม ไร้บรรทัดฐาน ไม่เป็นที่เชื่อถือ 2 มาตรฐาน วิกฤติทางการเมืองยังติดหล่ม ประชาชนทุกภาคส่วนทุกเสื้อสีกำลังอึดอัดกับสถานการณ์ เริ่มมีกระแสออกมาไล่รัฐบาล ดังนั้นขอให้เร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ อย่าเล่นเกมเตะถ่วง และตั้ง กมธ.ศึกษาผลกระทบจากคสช. แล้วเริ่มต้นแก้ไขปัญหาให้ถูกทาง
    นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัว ตอนหนึ่งระบุว่า รัฐบาลจะล้มหรือดำรงอยู่ได้หรือไม่นั้น ก็มาจากเหตุ 3 ประการคือ 1.พรรคร่วมรัฐบาลทะเลาะกันแล้วก็แตกกัน 2.ทุจริตโกงกินคอร์รัปชัน 3.ไม่มีผลงาน คนเบื่อ หมดหวังหมดศรัทธา รัฐบาลจะอยู่ได้หรือไม่ได้ ไม่ใช่เสียงส่วนใหญ่หรือเสียงของส.ว. แต่อยู่ที่การทำตัวของตัวเอง และอยู่ที่ว่าไปนั่งอยู่ในใจของประชาชนได้หรือเปล่าต่างหาก
    “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจดัชนีการเมืองไทย โดยมีตัวชี้วัดรวม 25 ประเด็น ซึ่งตัวชี้วัดจะช่วยสะท้อนว่าการเมืองไทย ดีขึ้น แย่ลง หรือเหมือนเดิม โดยให้คะแนนเต็ม 10 และหาค่าเฉลี่ย (X) ซึ่งในเดือนพฤศจิกายนนี้เป็นการสำรวจดัชนีการเมืองไทยครั้งที่ 4 โดยสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 2,469 คน ระหว่างวันที่ 23-30 พ.ย. 2562 สรุปผลได้ดังนี้ ภาพรวมความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อ “ดัชนีการเมืองไทย เดือน พ.ย.62” คะแนนเต็ม 10 ได้ 3.94 คะแนน.


วันนี้ เรียนประวัติศาสตร์ "กรุงรัตนโกสินทร์" กันนิด พ.ศ.๒๓๒๕.... "พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก" ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์

เวนคืนที่วัด 'สัจจะ รฟม.'
"รื้อวัดทำสถานีรถไฟฟ้า"
'แอมมี่' คือ 'หนังตัวอย่าง'
'สสร.' หรือจะ 'ขันจอหว่อ'?
'แล้วรัฐบาลจะเอายังไง?'
'ไฟป่า-ไฟเมือง' เรื่องจงใจ