ชาวบ้านระอากมธ.คาเฟ่ จับตา'ฟาร์มไก่'ซัดกันนัว


เพิ่มเพื่อน    


    ประชาชนเอือม กมธ.ชุดเสรีพิศุทธ์ มัวทะเลาะกันไม่ทำงาน วงเสวนาชำแหละกรรมาธิการสภาเละเทะ 35 คณะเยอะเกินไว้ซับน้ำตาคนพลาด รมต. เปิดพื้นที่ให้ลิ่วล้อหากิน ใช้เป็นเวทีเล่นงานฝ่ายตรงข้าม "ปารีณา" แจ้งความกลับ "วีระ-อัจฉริยะ" แจงป.ป.ช.แก้ไขมีที่ดินจริงแค่ 600 ไร่
    ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม สถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (สป.ยธ.) จัดเสวนาเรื่อง “คณะกรรมาธิการรัฐสภา ประชาชนหวังพึ่งพาได้แค่ไหน” โดยมีผู้ร่วมงานประกอบด้วย นายกษิต ภิรมย์ อดีต รมว.การต่างประเทศ, น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร, น.ส.กัลยา รุ่งวิจิตรชัย ส.ส.สระบุรี พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การสื่อสารมวลชน โทรคมนาคม ดิจิตอล และเศรษฐกิจ สภาฯ, พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร เลขาธิการ สป.ยธ. และนายสุรพงษ์ กองจันทึก ประธานมูลนิธิผสานวัฒนธรรม    
    น.ส.พรรณิการ์กล่าวว่า ไม่เคยเห็นว่า กมธ.มีบทบาทเท่ากับปัจจุบัน ซึ่งอาจเป็นเพราะสถานการณ์สภามีเสียงปริ่มน้ำ จึงทำให้บทบาทฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านมีความสนใจเท่าๆ กัน ดังนั้น กมธ. 35 คณะ หากพร้อมใจทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนไปเรื่อยๆ โดยไม่มีเรื่องทุจริต รวมทั้งสะท้อนให้เห็นว่าคนที่มาอยู่ในกมธ.เดียวกัน ที่ประกอบร่วมกันหลายพรรคการเมืองสามารถทำได้ และแก้ปัญหาให้บ้านเมืองได้สำเร็จ ก็จะฟื้นศรัทธาให้ประชาชนมั่นใจในระบบประชาธิปไตยและรัฐสภา และเชื่อว่าการยึดอำนาจและการลงประท้วงบนท้องถนนเสียเลือดเนื้อก็จะไม่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่ามีการใช้ตำแหน่ง กมธ.มาทำมาหากินจริง  
    ด้านนายกษิตกล่าวว่า คิดว่า 35 คณะ เป็นการแบ่งเค้กหลังจากหลายคนตกสำรวจไม่ได้เป็นรัฐมนตรีว่าการและรัฐมนตรีช่วยว่าการ ซึ่งควรปรับให้ กมธ.ลดลงประมาณ 20 คณะ เพราะบางคณะซ้ำซ้อน นอกจากนี้ยังมีพวกหากินกับ กมธ. ที่เข้าไปเป็นที่ปรึกษา โดยเฉพาะร้อยละ 70 ไม่ใช่ ส.ส.ไม่ได้เรื่อง บางคนเป็นเด็กในพรรค หรือลิ่วล้อเข้าไปต้องการมีชื่อติดบัตร เพื่อเข้าไปของานต่างๆ ไปเบ่งที่นั่นที่นี่ ดูว่ามีโครงการอะไรที่เข้าไปมีส่วนรวมได้หรือไม่ และหากโชคดีก็ไปดูงานเมืองนอก ถือเป็นการคอร์รัปชันประเภทหนึ่ง  
    “กมธ.ใช้ข้าราชการตัวเล็กเป็นกระสอบทราย เช่นกรณีนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ไม่มาชี้แจง กรธ. เพราะมองว่าเป็นเวทีประหัตประหาร จึงทำให้ กมธ.ได้ระบายอารมณ์ข้าราชการที่มาแทนนายเพื่อหวังให้ข้าราชการดังกล่าวไปบอกเจ้าของพวกเขา รวมทั้งเรื่องบางเรื่องที่ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ควรจะทำให้โปร่งใส มิใช่อ้างว่าเป็นความลับ” นายกษิตระบุ
    น.ส.กัลยากล่าวยอมรับว่า ในสมัยก่อน กมธ.เป็นอย่างที่นายกษิตพูด เช่นการตั้งคนในเข้ามา กมธ.เพื่อต้องการบัตร กมธ.เพื่อทำมาหากิน หรือบางคนมีคนฝากเข้ามา ตนดู เคยตรวจคุณสมบัติไม่ตรงกับคณะตัวเอง ตนก็ปฏิเสธมาแล้ว รวมทั้งยังเคยถูกคนแอบอ้างเอานามบัตรมาแสดงเป็นที่ปรึกษา กมธ. ทั้งที่ตรวจสอบแล้วไม่เคยมีการแต่งตั้งก็มี     
    นายสุรพงษ์กล่าวว่า การแบ่ง กมธ. มีการแบ่งเค้ก ข้อดีมีการกระจายให้ทั่วถึง แต่ข้อเสียทำให้คนที่เข้าไปได้ไม่ตรงกับเชี่ยวชาญ ส่งผลให้งานใน กมธ.ไม่มีประสิทธิภาพ และบางครั้งยังมีการจัดกมธ.แบบต่างตอบแทน รวมทั้งมี กมธ.บางคนที่เป็นข่าวขณะนี้ทำแต่เรื่องส่วนตัว แต่ไม่ได้ทำเรื่องส่วนรวม และการทำงานของ กมธ.ในบางชุด ตัวประธานมีเรื่องที่สนใจ และมุ่งทำเรื่องส่วนตัว อีกทั้ง กมธ.ยังไม่ทำหน้าที่โดยยึดความเป็นกลาง ใช้เวทีอัดฝ่ายตรงข้าม ส่วนพวกเดียวกันไม่ตรวจสอบ แถมยังยอมรับความถูกต้องอีกด้วย  
    พ.ต.อ.วิรุตม์กล่าวว่า การทำงาน กมธ.ไม่ควรเป็นความลับ และไม่มีการบันทึก ถือเป็นความชั่วร้าย ที่คนทุจริตกลัว ทั้งที่คนสุจริตต้องกล้าเปิดเผย เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนเข้าไปนั่งฟังตลอดเวลา จะทำให้ระบบตรวจสอบได้ดีขึ้น และปิดโอกาสการซูเอี๋ย อีกทั้งไม่ต้องการให้ประธาน กมธ.สามารถครอบงำการทำหน้าที่สมาชิกได้ และการใช้คำสั่งเรียกต้องประสิทธิภาพและให้ตัวจริงมา ขณะที่การทำงานไม่ต้องรอผู้ร้อง แต่สามารถทำงานเชิงรุกไปแก้ปัญหาได้ทันที  
    ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชนเรื่อง “ปัญหาในกรรมาธิการ ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 27-28 พ.ย.2562 รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,257 หน่วยตัวอย่าง พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 51.71 ระบุว่าน่าเบื่อ ควรหยุดทะเลาะกัน หันมาทำงานให้ประชาชนได้แล้ว รองลงมา ร้อยละ 24.74 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส เป็นประธาน กมธ.ที่แข็งแกร่ง มีจุดยืน, ร้อยละ 12.33 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส เป็นประธานกมธ.ที่แข็งกร้าวเกินไป, ร้อยละ 10.50 ประธานฯ เสนอแต่เรื่องเดิมๆ ที่ไม่เป็นประโยชน์กับประชาชน เช่น เรื่องการถวายสัตย์ฯ ของนายกฯ, ร้อยละ 9.71 กรรมาธิการที่มีอายุน้อยบางคน ไม่มีสัมมาคารวะในการพูดกับประธานที่มีอาวุโสมากกว่า 
      ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อการเปลี่ยนประธาน กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร (พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส) พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 47.57 ระบุว่าไม่ควรเปลี่ยนประธานฯ รองลงมา ร้อยละ 34.77 ควรเปลี่ยนประธานฯ ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงระดับความขัดแย้ง หากมีการเปลี่ยนประธาน กมธ.ป.ป.ช. พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 46.38 ระบุว่าความขัดแย้งใน กมธ.จะยังคงเหมือนเดิม รองลงมา ร้อยละ 24.82 ความขัดแย้งใน กมธ.จะลดลง, ร้อยละ 15.04 ความขัดแย้งใน กมธ.จะมากขึ้น 
    วันเดียวกัน น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า ในวันจันทร์ที่ 2 ธ.ค. ตนจะให้ฝ่ายกฎหมายไปดำเนินการยื่นฟ้องต่อศาลอาญารัชดาภิเษก เพื่อดำเนินคดีกับนายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชัน ในฐานความผิดแจ้งความอันเป็นเท็จ ทั้งที่รู้ว่ามิได้มีการกระทำผิดเกิดขึ้น เป็นการแจ้งความเพื่อจะแกล้งให้ตนต้องรับโทษทางอาญา และนายวีระได้หมิ่นประมาทใส่ความโดยการโฆษณาทางสื่อสารมวลชน โดยมุ่งหมายให้ตนได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียง อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 172, 173, 174 และ 326, 328 ซึ่งสืบเนื่องจากนายวีระได้ไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนที่ สภ.จอมบึง จังหวัดราชบุรี ในวันที่ 21 และ 24 พ.ย.
    นอกจากนี้ จะให้ฝ่ายกฎหมายยื่นคำฟ้องต่อศาลอาญาเพื่อดำเนินคดีกับนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ในความผิดฐานหมิ่นประมาท ใส่ความโดยการโฆษณาทางสื่อสารมวลชน อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 อีกด้วย​ ส่วนที่มีข่าวว่าตนจะไปยื่นฟ้องอธิบดีกรมป่าไม้ในวันจันทร์ที่ 2 ธ.ค. ที่ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบกลางนั้น ได้รับแจ้งจากฝ่ายกฎหมายว่ายังอยู่ในระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน จึงแจ้งเลื่อนการฟ้องคดีในวันดังกล่าวไปก่อน
    น.ส.ปารีณากล่าวว่า เมื่อวันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้ยื่นหนังสือถึงประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อแจ้งขอแก้ไขรายการในบัญชีหนี้สินทรัพย์สิน เนื่องจากเกิดความคลาดเคลื่อนและซ้ำซ้อนในเอกสาร ภ.บ.ท.5 ที่ได้ยื่นเสียภาษีในปี 2549 โดยได้แจ้ง ป.ป.ช.ซ้ำซ้อนกับเอกสารภ.บ.ท.5 ที่ได้ยื่นเสียภาษีในปี 2553 ทำให้จำนวนเนื้อที่ดินเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 1,000 ไร่ ทั้งที่ที่ดินแปลงดังกล่าวมีเนื้อที่รวมประมาณกว่า 600 ไร่ ตามที่ปรากฏเป็นข่าว.


เสาร์นี้...เป็นเสาร์สุดท้าย "เดือนพฤษภา."นักสถิติศาสตร์การบ้าน-การเมืองบอกว่า "พฤษภา.กับตุลา." เป็นเดือน "ชง" ของประเทศ

"ความต่างระหว่างคนกับสัตว์"
ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'
"ฝันดี-ฝันร้าย"ของไทยวันนี้
"โลกเปลี่ยนไป-ไทยเปลี่ยนรวย"