แจ้ง4ข้อหาทวี-ปารีณารุกป่า


   

    "อธิบดีกรมป่าไม้" แถลงพบ "ปารีณา" บุกรุกป่า 46 ไร่จริง แจ้งตำรวจ ปทส.ดำเนินคดี 4  ข้อหาหนัก "ทวี" โผล่กลางวงแย่งไมค์ยกแผนที่ตัวเอง จี้ถาม "อรรถพล" ให้ชี้จุดไหนที่รุกป่า ก่อนพ้อ "ลูกเอ๋" ไม่เชื่อฟังพ่อ "อัจฉริยะ" พาชาวบ้านสวนผึ้งร้องโดนฮุบที่ดินด้วย "ธรรมนัส" เล็งชง ครม.แก้รวมแผนที่บังคับใช้ผืนเดียว
    ที่กรมป่าไม้ วันที่ 2 ธ.ค. นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ พร้อมด้วยผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ สำนักงานป่าไม้ที่ดินจังหวัดราชบุรี แถลงข่าวสรุปผลการตรวจสอบฟาร์มไก่เขาสนฟาร์ม 2 อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ  
    นายอรรถพลกล่าวว่า ได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยมอบหมายให้ผู้ตรวจราชการเป็นประธานในการสืบสวนข้อเท็จจริง พร้อมคณะกรรมการทุกภาคส่วนลงไปตรวจสอบ กระทั่งวันที่ 29  พ.ย.62 จึงได้ข้อเท็จจริงใหม่ที่ถูกต้อง โดยสรุปผลพบความผิดรุกพื้นที่ป่าของ น.ส.ปารีณาจริง ซึ่งพื้นที่ที่จะดำเนินคดีมีทั้งหมด 46 ไร่ 1 งาน 40 ตารางวา อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี 41 ไร่ 1 งาน 59 ตารางวา และอยู่ในเขตป่าตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 จำนวน 4 ไร่ 3  งาน 81 ตารางวา 
    อธิบดีกรมป่าไม้กล่าวว่า หลังจากนี้จะขอให้เป็นกระบวนการทางกฎหมายที่จะเข้าแจ้งความเอาผิด น.ส.ปารีณา ในข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่าต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ซึ่งเตรียมแจ้งความทั้งหมด 4 ข้อหา คือ 1.กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 54 ฐาน "ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า เข้ายึดถือและครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต" ต้องระวางโทษตามมาตรา 72 ตรี
    2.กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14 "ยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถางทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาต" ต้องระวางโทษตามมาตรา 31 3.กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9 ฐาน "เข้าไปยึดถือครอบครองก่นสร้าง เผาป่า ทำด้วยประการใด ให้เป็นการทำลาย หรือทำให้เสื่อมสภาพที่ดินในที่ดินของรัฐโดยไม่มีสิทธิครอบครอง หรือมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และ 4.พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 มาตรา 97  การกระทำหรือละเว้นกระทำด้วยประการใดโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายอันเป็นการทำลายหรือทำให้สูญหายหรือเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติ มีหน้าที่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่รัฐตามมูลค่าทั้งหมดของทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลายสูญหายหรือเสียหายไป
    "ที่ผ่านมาเริ่มทำงานเกี่ยวกับที่ดินแปลงนี้ของ น.ส.ปารีณามาโดยตลอด แต่กรมป่าไม้ยังตกเป็นจำเลยว่ามีการช่วยเหลือในเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งต้องมีความละเอียดรอบคอบและมีความจำเป็นต้องยืดระยะเวลาออกไปเล็กน้อย แต่เราไม่ขอแถลงถึงพฤติการณ์การครอบครองที่ดินของ น.ส.ปารีณา เนื่องจากเกรงจะมีผลกระทบต่อสำนวนคดี ซึ่งถ้าหากจะมีการฟ้องร้องกลับก็ให้มาฟ้องผม ไม่ต้องฟ้องลูกน้อง ฟ้องผมคนเดียวพอเพราะลูกน้องทำตามคำสั่งผม" อธิบดีกรมป่าไม้กล่าว 
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่แถลงข่าวอยู่นั้นนายทวี ไกรคุปต์ บิดา น.ส.ปารีณาได้มานั่งฟังการแถลงข่าวด้วย พร้อมกับนำแผนที่จากกรมที่ดินที่มีการแนบท้ายกฎทางกระทรวง อัตราส่วน 1 ต่อ 400,000 มาให้เจ้าหน้าที่ดูด้วย เพื่อขอความชัดเจนที่ถูกกล่าวหาบุกรุกที่ป่าสงวนแห่งชาติ
'ทวี' ข้องใจแผนที่เขตป่า
    จากนั้นเมื่ออธิบดีกรมป่าไม้แถลงข่าวเสร็จ นายทวีได้ลุกขึ้นยืนพร้อมกล่าวว่า เรื่องการฟ้องร้องนั้น ตนบอกลูกสาวแล้วว่าอย่าไปฟ้องท่านอธิบดีเลย เขามีหน้าที่ตรวจสอบตามกฎหมาย เราหาหลักฐานมาสู้คดีจะดีกว่า ถ้ามีการฟ้องเราก็เสียเงินค่าทนาย 
    "อย่าไปฟังทนายมาก ขอให้ฟังพ่อ แต่ก็เป็นสิทธิ์ของเขา เขาเป็นคนที่เชื่อมั่นในตัวเองสูง ไม่ฟังใคร  แม้แต่พ่อแม่ก็ไม่เชื่อ ผมคิดผิดที่ส่งให้ลูกทั้ง 3 คนไปเรียนที่สหรัฐอเมริกาตั้งแต่อายุ 11 ขวบ อยู่อเมริกา  14 ปีจนจบปริญญาโท กลับมาเมืองไทยเมื่อปี 47 เพื่อลงสมัคร ส.ส.เขายังพูดไทยไม่ชัดเลย" นายทวีกล่าว
    บิดา น.ส.ปารีณากล่าวว่า ที่มาวันนี้อยากถามท่านอธิบดีกรมป่าไม้ว่าแผนที่ที่ตนถืออยู่นี้เป็นแผนที่ ประกาศท้ายกฎกระทรวง เป็นแผนที่ที่ประกาศพระราชกฤษฎีกา มาตราส่วน 1 ต่อ 400,000 ในประกาศท้ายกระทรวงอันนี้ได้เขียนบอกว่าให้ป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี อำเภอจอมบึง พื้นที่ 6 ตำบล และ 3  ตำบลในอำเภอปากท่อประกาศเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ และที่มีการขีดเส้นทับว่าพื้นที่ของตนรุกป่า ถ้ามีการรุกป่าจริงพื้นที่ข้างๆ ก็ผิดกฎหมายเป็น 10,000 ไร่ จึงอยากทราบว่าพื้นที่ที่มีปัญหานี้ 46 ไร่ อยู่ตรงไหนช่วยชี้แจงให้ทราบที ทำไมแผนที่เดียวถึงผิดกฎหมาย พ.ร.บ.ป่าไม้ถึง 3 ฉบับ ตนเห็นว่ามันผิดปกติ
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายทวีได้นำแผนที่ไปให้อธิบดีกรมป่าไม้ช่วยชี้จุดไหนผิดกฎหมาย พร้อมเอาไมค์ยื่นให้ตอบคำถาม ซึ่งอธิบดีกรมป่าไม้ได้ชี้แจงว่าทั้งหมดตามสเกลที่กรมป่าไม้อ้างอิงมีการตรวจวัดอย่างละเอียดรอบคอบแล้ว ถึงได้ดำเนินการแจ้งความเอาผิด พร้อมกับนำแผนที่ที่ถ่ายทางอากาศมาชี้แจง แต่นายทวีไม่ดูก่อนจะเดินออกไป 
    นายทวีให้สัมภาษณ์ว่า ตนจบวิศวะมา จุดเหลืองๆ ที่ขีดไว้นั้นมันเป็นหมื่นๆ ไร่ อัตรา 1 ต่อ  400,000 ความคลาดเคลื่อนมันสูงมาก ที่หลายสิบล้านไร่ในเขตป่าสงวนฯ และที่ในเขต ส.ป.ก.เกินร้อยล้านไร่ ทำไมความผิดทั้ง 3 ฉบับมาอยู่ในพื้นที่ 600 ไร่นี้ แม้กระทั่ง 4 ไร่ยังรู้เลยว่าอยู่ในเขตป่าไม้ 40  ไร่ ยังรู้ได้เลยว่าอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ นอกนั้นอยู่ในพื้นที่ของ ส.ป.ก. วัดสเกลได้เลยไม่ใช่แค่ 600  ไร่ อันนี้เป็นหมื่นไร่ การวัดผิดแค่นิดเดียวพื้นที่คลาดเคลื่อนเป็นพันไร่เป็นหมื่นไร่
    "ยืนยันพื้นที่ตรงนี้ผมได้รับการโอนสิทธิ์ครอบครองจากชาวบ้านมาก่อนปี 2523 โดยซื้อจากชาวบ้านที่ทำไร่ทำนา โดยที่ไม่รู้ว่าเป็นเขตป่าสงวนฯ หรือเป็นเขตป่าไม้หรือเป็นเขตของ ส.ป.ก. เพราะไม่มีป้ายปักแม้แต่ป้ายเดียวว่าเป็นเขตป่าอะไรกันแน่ ไม่มีหลักหมุดและที่มีการโอนสิทธิ์มาไม่มีป่าแม้แต่ตารางเมตรเดียว เป็นชุมชนเป็นอะไรไปหมดแล้ว ปารีณาลูกสาวเองก็ไม่รู้เรื่องนี้ ไม่รู้เรื่องการซื้อที่มาที่ไป จะเป็นมือหนึ่ง มือสอง มือสาม มือสี่ก็ไม่รู้ และที่ผ่านมาก็มีการเสียภาษีมาโดยตลอด และที่ตรงนี้ซื้อมาก่อนที่ปารีณาเกิด เขาไม่รู้ขอบเขตด้วยซ้ำ" นายทวีกล่าว
ป่าไม้แจ้งจับ 'ทวี-ปารีณา'
    ต่อมานายธวัชชัย ลัดกรูด ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ พร้อมเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้เดินทางไปที่ บก.ปทส. นำหลักฐานเข้าพบ พ.ต.อ.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ รอง ผบก.ปทส. รับผิดชอบงานสอบสวน และคณะพนักงานสอบสวน เพื่อแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดนายทวีและ น.ส.ปารีณา ข้อหาบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับที่ดินและป่าไม้รวม 4 ฉบับ กรณีที่ดินเขาสนฟาร์ม ในพื้นที่ อ.จอมบึง  จ.ราชบุรี รุกล้ำพื้นที่ป่าสงวนฯ
    พ.ต.อ.ทัศน์ภูมิกล่าวว่า จากนี้จะตรวจสอบว่ากรณีของกรมป่าไม้กับคดีที่นายวีระ สมความคิด ร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.จอมบึง จ.ราชบุรี เป็นมูลคดีเดียวกันหรือไม่ หากใช่ก็จะตรวจสอบว่าได้รับเลขคดีแล้วหรือยัง หากดำเนินการแล้วจะส่งให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาว่าจะให้หน่วยงานใดดำเนินการสอบสวน หรือให้ตั้งคณะทำงานร่วมกัน 
    "ต้องตรวจสอบว่าเป็นที่ดินข้อพิพาท เป็นที่ดิน ส.ป.ก. หรือเป็นป่าไม้ หรือป่าสงวนฯ หรือไม่ และจะแจ้งไปยังผู้ครอบครองเพื่อขอลงพื้นที่ตรวจสอบว่ามีหมุดหลักปักไว้อย่างไร และเป็นเขตพื้นที่ใด หากเป็นป่าสงวนฯ ตามคำร้องทุกข์ก็จะตรวจสอบหาผู้ครอบครองและแจ้งความดำเนินคดีต่อไป คาดว่าจะใช้เวลาอีกไม่นาน" รอง ผบก.ปทส.กล่าว
    วันเดียวกัน นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นำ น.ส.ปราณี  นำพา อายุ 49 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 9 ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี เข้าพบ พล.ต.ต.วิวัฒน์ ชัยสังฆะ ผบก.ปทส. เพื่อร้องขอให้ดำเนินคดีเอาผิดนายทวีและ น.ส.ปารีณาข้อหาบุกรุกป่าสงวนฯ ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ ปี 2507 ม.14 และ พ.ร.บ.ป่าไม้ ปี 2484 ม.54 "ห้ามไม่ให้บุคคลใดยึดถือครองทำประโยชน์ อาศัยในที่ดิน แผ้วถางทำลายป่า หรือกระทำการใดอันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าฯ" ในพื้นที่ ม.6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี
    น.ส.ปราณีกล่าวว่า บิดาได้ยกที่ดินให้ตนและน้องสาวกว่า 50 ไร่เป็นผู้ครอบครองเมื่อวันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่าถูกนายทวีบุกรุกล้อมรั้วปลูกต้นมะพร้าวไปกว่า 30 ไร่และอ้างว่าเป็นที่ดินของนายทวีเอง ซึ่งที่ผ่านมาบิดาได้ใช้ที่ดินผืนนี้ทำมาหากินมากว่า 50 ปี โดยได้นำเอกสารหลักฐานใบเสียภาษี ภ.บ.ท.5 ที่ตนเองเสียภาษีมาตั้งแต่ปี 2517-2557 และเอกสารการตรวจสอบของสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 10 จ.ราชบุรี ที่ยืนยันการครอบครองที่ดินตามโครงการสำรวจถือครองเพื่อการจัดการที่ดินในพื้นที่ป่าไม้ และเอกสารกรมป่าไม้ที่มีลายเซ็นเจ้าหน้าที่กำกับมาเป็นหลักฐาน ซึ่งก็เคยได้แจ้งความที่ สภ.สวนผึ้ง พร้อมกับร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงธรรมแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้า 
ชงแก้รวมแผนที่ผืนเดียว
    ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภาที่มี พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 เป็นประธานการประชุม นายวันชัย สอนศิริ ส.ว.ได้ตั้งกระทู้สดถาม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เรื่องการแก้ปัญหาการบุกรุกที่ดิน ส.ป.ก. 
    ร.อ.ธรรมนัสชี้แจงว่า ได้มีโอกาสไปตรวจราชการหลายจังหวัดทั่วทุกภาคของประเทศ พบว่ามีพื้นที่ที่เป็นที่ดินของรัฐที่เป็นเขตปฏิรูปที่ดินในหลายจังหวัดถูกกลุ่มนายทุน ผู้นำท้องถิ่น และนักการเมือง เข้าครอบครองเป็นที่ดินแปลงใหญ่ โดยเฉพาะ จ.กระบี่ เป็นจังหวัดที่กลุ่มนายทุนถือครองที่ดิน ส.ป.ก.เยอะที่สุดในประเทศไทย ตนจึงมีความจำเป็นต้องมอบหมายให้เลขาธิการ ส.ป.ก.และเจ้าหน้าที่ยึดคืนสถานเดียว โดยไม่มีข้อยกเว้นให้บุคคลใดทั้งนั้น และประกาศต่อประชาชนที่มาเรียกร้องที่ดินทำกินว่า จำเป็นต้องยึดคืนที่ดินแปลงใหญ่ทั้งหมดเพื่อจัดสรรให้เกษตรกร โดยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องทำให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน หากเจ้าหน้าที่ไม่ปฏิบัติจะต้องถูกลงโทษสถานเดียว ในฐานะที่ไม่กำกับดูแลปฏิบัติหน้าที่ให้เรียบร้อย ซึ่งหลังจากรัฐบาลได้เข้ามาทำงานเป็นเวลากว่า 4 เดือน สามารถยึดคืนที่ดินได้แล้ว  33,443 ไร่ และจัดสรรที่ดินให้เกษตรกรแล้ว 20,541 ไร่ ในพื้นที่ 8 จังหวัด 21 แปลง
    "วันนี้แผนที่ที่บังคับใช้ในประเทศไทยมีหลายฉบับเกินไป ทุกส่วนราชการมีแผนที่ของตัวเองหมด  แล้วถามว่าเราจะบังคับใช้แผนที่ผืนไหนกับประชาชน อันนี้เป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งรัฐบาลชุดที่แล้วพยายามแก้ปัญหาให้มีแผนที่ผืนเดียวเท่านั้น ผมจึงมีเจตนารมณ์แน่วแน่ในการจะทำให้มีแผนที่แค่ผืนเดียวในการบังคับใช้ จึงได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือต่อนายกฯ ได้ข้อสรุปชัดเจนว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะเดินหน้าให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติการใช้แผนที่เดียวเท่านั้น ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการแก้ไขที่อาจกระทบต่อประชาชนบางข้อเท่านั้น เมื่อมีแผนที่เดียวบังคับใช้ปัญหานี้ก็จะได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม" รมช.เกษตรและสหกรณ์กล่าว
    ส่วนที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก น.ส.ปารีณามอบอำนาจให้นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายความ เดินทางมาเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายวีระ สมความคิด อายุ 62 ปี ประธานเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชัน ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ อายุ 52 ปี  ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ในความผิดฐานแจ้งความเท็จ, หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา เป็นจำเลย โดยแยกฟ้องคดีเป็น 2 สำนวน
    "ทั้งสองคนดังกล่าวเชื่อว่า น.ส.ปารีณาถือครองที่ดิน 3 แปลงย่อย มีการแบ่งแยกออกไปเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกยึดคืน ตนเองจึงอยากทราบว่าที่ดิน 3 แปลงย่อยที่อ้างถึงนั้นอยู่ที่ใดบ้าง" ทนายความ น.ส.ปารีณากล่าว
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทนายความได้ยื่นคำฟ้องและศาลรับคำฟ้องคดีฟ้องนายวีระไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อ.3199/2562 โดยนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 3 ก.พ.63 เวลา 09.00 น. และคดีฟ้องนายอัจฉริยะ เป็นคดีหมายเลขดำ อ.3201/2562 นัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 17 ก.พ.63 เวลา 09.00 น.    


ทำไม......... "พรรคอนาคตใหม่" จึงรณรงค์เรื่อง "ยกเลิกเกณฑ์ทหาร" ชนิดเอาเป็น-เอาตาย? ไม่ใช่เพราะ พล.ท.พงศกร สอบไม่ผ่านเข้าโรงเรียนเสธฯ หรอกนะ

ความเมืองเรื่อง "กล้วยและไข่"
เพื่อไทย 'หลอกแก้ผ้า' น้องใหม่
'ความลับทางทหารที่จำแม่น'
พรรคร่วม 'หลวม' ในแกนนำ
มีอะไรเสนอนอกจาก 'แบน'?
จากสภาสู่ 'พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์'