'ราชินี'เสด็จฯริ้วขบวนราบ ขบวนพยุหยาตราชลมารค


เพิ่มเพื่อน    

    สุดปีติ! พระราชินีทรงร่วมริ้วขบวนราบคู่เคียงพระราชยานพุดตานทองในการเสด็จฯ เลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค "ประวิตร" เปิดกองอำนวยการร่วมฯ ดูแลความพร้อมประชาชนรับเสด็จเยาวราช 6 ธ.ค.และพระราชพิธีพยุหยาตราทางชลมารค 12 ธ.ค.
    เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี  จะเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 อันเป็นพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเบื้องปลาย ในวันที่ 12 ธันวาคม 2562 พร้อมทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดริ้วขบวนราบจากพระที่นั่งราชกิจวินิจฉัย โดยประทับบนพระราชยานพุดตานทอง และยาตราโดยริ้วขบวนราบ ออกจากท่าราชวรดิฐมาตามถนนมหาราช ก่อนเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนหน้าพระลาน แล้วเลี้ยวขวาเข้าพระบรมมหาราชวังที่ประตูวิเศษไชยศรี แล้วเสด็จฯ ไปสู่พระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ ในพระบรมมหาราชวัง โดยมีพระราชยานถมอัญเชิญพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ 9  นำริ้วขบวนราบ 
    ในการนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จะทรงพระดำเนินเข้าริ้วขบวนราบในฐานะราชองครักษ์ประจำพระองค์คู่เคียงพระราชยานพุดตานทอง 
    โดยรูปแบบริ้วขบวนประกอบด้วย 3 ขบวนหลัก คือ 1.ขบวนทหารเกียรติยศนำ ซึ่งมีตำรวจม้านำ วงดุริยางค์ กองบังคับการกองผสม กองพันทหารเกียรติยศนำ 
    2.ขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ประกอบด้วย เจ้าพนักงานพระราชพิธีนำริ้ว ประตูหน้า ธง 3 ชายหักทองขวาง สารวัตรกลองมโหระทึก มโหระทึก สารวัตรกลอง กลองชนะทอง-กลองชนะเงิน ขนาบซ้ายขวา จ่าปี่ จ่ากลอง สารวัตรแตร แตรฝรั่ง แตรงอน สังข์ เครื่องสูงหน้า บังแทรก นายทหารราชองครักษ์เชิญธงมหาราช พระราชยานถมอัญเชิญพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ 9 นำริ้วขบวนพระราชยานพุดตานทอง บังพระสูรย์ บังพระกลด พัดโบก คู่เคียงพระราชยานถม เครื่องสูงหักทองขวางหน้า กรับสัญญาณ พราหมณ์พิธีเป่าสังข์ 1 คู่ ตำรวจหลวงรักษาพระองค์นำเสด็จ นายทหารราชองครักษ์ เชิญธงชัยพระครุฑพ่าห์ นายทหารราชองครักษ์ เชิญธงชัยราชกระบี่ยุทธ พระราชยานพุดตานทอง พระแสงรายตีนตอง บังพระสูรย์ บังพระกลด พัดโบก อินทร์เชิญทวนเงิน พรหมเชิญทวนทอง แถวแซงเสด็จขนาบซ้ายขวา ตามหลังขบวนด้วยฉัตรเครื่องสูงหักทองขวางหลัง มหาดเล็กเชิญพระแสงหว่างเครื่องหลัง  มหาดเล็กเชิญพระแสงสำคัญ มหาดเล็กเชิญเครื่องบรมราชอิสริยราชูปโภค ประตูหลัง 
    3.ขบวนทหารเกียรติยศตาม อันเป็นขบวนหลัง ประกอบด้วย วงดุริยางค์วงตาม และกองพันทหารเกียรติยศตาม โดยริ้วขบวนราบเป็นรูปขบวนที่ย่อมาจากขบวนพยุหยาตราสถลมารค 
    ทั้งนี้ กองทัพเรือโดยคณะกรรมการจัดเตรียมความพร้อมขบวนเรือพระราชพิธี จะทำการฝึกซ้อมย่อยครั้งที่ 14 ในวันที่ 4 ธันวาคม ซ้อมใหญ่วันที่ 7 ธันวาคม โดยขบวนเรือจะประดับตกแต่งเหมือนวันจริง กำลังพลฝีพายแต่งกายเหมือนวันจริง และในวันที่ 9 ธันวาคม จะเป็นการซ้อมครั้งสุดท้ายก่อนวันพระราชพิธีขบวนเรือตกแต่งเหมือนวันจริง การแต่งกายชุดฝึกเหมือนวันซ้อมย่อย เริ่มซ้อมเวลา 13.30  น. เนื่องจากระดับน้ำในเวลาดังกล่าวจะเท่ากับในวันพระราชพิธีที่กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 12 ธ.ค. ส่วนการฝึกซ้อมริ้วขบวนราบจะทำการฝึกซ้อมวันที่ 4 และซ้อมใหญ่เสมือนจริงในวันที่ 7 ธ.ค.
    เวลา 10.08 น. วันเดียวกัน ที่ห้องยุทธนาธิการ ชั้น 2 ศาลาว่าการกลาโหม กระทรวงกลาโหม  พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดกองอำนวยการร่วมรักษาความปลอดภัยและการจราจร (กอร.) อย่างเป็นทางการ เพื่อดูแลความเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกประชาชนที่มาร่วมงาน "ใต้ร่มพระบารมี สดุดีพระบรมมหาจักรีวงศ์" ระหว่างวันที่ 6-8 ธ.ค.62 ที่ถนนเยาวราช, งานวันพ่อแห่งชาติ 5 ธ.ค.62 ระหว่างวันที่ 5-14 ธ.ค.62 ณ ท้องสนามหลวง และการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพุทธศักราช 2562 วันที่  12 ธ.ค.62 เวลา15.30 น. 
     พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เน้นย้ำให้ดูแลรักษาความปลอดภัยประชาชนเป็นพิเศษทุกขั้นตอน ซึ่ง กอร.ก็ได้เตรียมการเรียบร้อย 
    จากนั้น พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง ผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ, นายสาคร รุ่งสวัสดิ์  ที่ปรึกษากองอำนวยการร่วมด้านคมนาคม, น.อ.วศิน สระศรีดา ผู้อำนวยการกองยุทธการสำนักปฏิบัติการกรมยุทธการทหารเรือ ร่วมแถลงรายละเอียด โดย พล.ต.ท.ไกรบุญกล่าวว่าในการประชุมครั้งนี้  พล.อ.ประวิตรได้สอบถามถึงความพร้อมและสั่งการเพิ่มเติมให้ กอร.รับผิดชอบและดูแลประชาชน ทั้งการรักษาความปลอดภัยงานวันพ่อแห่งชาติ 5 ธ.ค.62 ระหว่างวันที่ 5-14 ธ.ค.62 ณ ท้องสนามหลวง และวันที่ 6 ธ.ค.62 เวลา 17.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีจะเสด็จฯ ไปที่เยาวราช รวมถึงวันที่ 12 ธ.ค.การเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพุทธศักราช 2562 โดย กอร.จะดูแลความปลอดภัยประชาชนทั้งทางบกและทางน้ำ รวมถึงอำนวยความสะดวกตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป 
       พล.ต.ท.ไกรบุญกล่าวต่อว่า สำหรับวันที่ 6 ธ.ค. กอร.โดยกองทัพภาคที่ 1 และสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ร่วมกันวางแผนอำนวยความสะดวกประชาชนที่จะเข้ามาชื่นชมพระบารมีร่วมกับคนไทยเชื้อสายจีนที่เยาวราช โดยเปิดพื้นที่ตั้งแต่ถนนเยาวราชต่อเนื่องถึงวัดมังกรกมลาวาส ประชาชนสามารถเฝ้าฯ รับเสด็จบริเวณสองฟากฝั่งบนพื้นผิวจราจร โดย กอร.จะจัดเตรียมเสื่อปูรองนั่ง ส่วนวันที่ 12 ธ.ค. ประชาชนสามารถเฝ้าฯ รับเสด็จตลอดสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีสถานที่ราชการ วัด บ้านเรือนประชาชนที่จะเปิดให้เข้าชมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค คาดว่าจะมีประชาชนมากกว่า 1 แสนคนมาจับจองพื้นที่ เช่นเดียวกับขบวนสถลมารคพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จฯ จากท่าราชวรดิฐเข้าประตูวิเศษไชยศรี จะเปิดให้ประชาชนเฝ้าฯ รับเสด็จสองฝั่งถนน ส่วนจุดคัดกรองนั้นจะใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องและจะแจกหมวกสีเหลืองแก่ประชาชนด้วย 
    อย่างไรก็ตาม มีข้อห่วงใยจากการคาดการณ์ว่าจะมีประชาชนมาร่วมงานจำนวนมาก อยากให้เตรียมสุขภาพร่างกายให้พร้อม เนื่องจากสภาพอากาศและความแออัดจะเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ ทั้งนี้ กอร.ได้เตรียมความพร้อมแพทย์เดินเท้าและแพทย์เคลื่อนที่ประจำจุดเพื่อให้บริการรักษาประชาชน 
    ด้าน น.อ.วศิน สระศรีดา กล่าวว่า กองทัพเรือโดยคณะกรรมการจัดเตรียมความพร้อมขบวนเรือพระราชพิธีได้จัดฝึกซ้อมย่อยอย่างต่อเนื่อง โดยกำลังพลประจำเรือจะพายท่านกบินตั้งแต่ท่าวาสุกรีถึงท่าราชวรดิฐ เป็นรูปแบบการพายที่สง่างามตามโบราณราชพระเพณีและสมพระเกียรติ โดยจะใช้เวลาเคลื่อนขบวนจากจุดเริ่มต้นถึงที่หมาย 1 ชั่วโมง 15 นาที รวมระยะทาง 3.4 กิโลเมตร ขณะนี้กองทัพเรือมีความพร้อมและขั้นตอนเป็นไปตามพระราชพิธี ส่วนการฝึกซ้อมวันที่ 9 ธ.ค.จะฝึกซ้อมเวลา 13.30 น. เพราะกระแสน้ำใกล้เคียงกับวันจริงมากที่สุด โดยจะมีการตกแต่งเรือพระราชพิธีเสมือนจริง ส่วนฝีพายแต่งกายชุดฝึกซ้อม ซึ่งไม่ห่วงว่ากระแสน้ำจะเป็นอุปสรรคแต่อย่างใด
     นายสาคร รุ่งสวัสดิ์ ที่ปรึกษาด้านคมนาคมกองอำนวยการร่วมฯ เผยว่า ในวันที่ 12 ธ.ค.นี้ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จะจัดรถให้บริการรับส่งอำนวยความสะดวกประชาชน 19 เส้นทาง  เตรียมรถไว้ให้บริการ 221 คัน เป็นรถโดยสารปรับอากาศให้บริการฟรี 209 คัน และรถธรรมดาให้บริการชัตเติลบัสแทนเรือข้ามฟากอีก 2 เส้นทางอีก 12 คัน โดย ขสมก.จะจัดเส้นทางรถเฉพาะกิจรับส่งทุกป้าย 6 เส้นทาง ตั้งแต่เวลา 09.00-22.00 น. หรือจนกว่าประชาชนจะหมดจากพื้นที่.   


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"