ล้อมคอก!'เฮียสน'ผุดไอเดียมิตติ้งส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล


   

3 ธ.ค.62-  นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงการรับประทานอาหารร่วมกันของแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล ว่า เป็นการพบปะสังสรรค์และพูดคุยกัน เนื่องจากไม่มีโอกาสได้พบปะกันตั้งแต่มีการตั้งรัฐบาลมา เพราะต่างคนต่างก็ทำงาน คงไม่มีอะไรที่ต้องเคลียร์ใจกัน เพราะพรรคร่วมทำงานด้วยกันได้ดี 

อย่างไรก็ตาม การรับประทานครั้งนี้ก็หารือกันเป็นเรื่องๆไป วันนี้เป็นการที่แกนนำของทุกพรรคได้มีโอกาสพบปะพร้อมๆ กันในบรรยากาศที่มีโอกาสพูดคุยกันอย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นโอกาสที่หาได้น้อย และคงจะไม่ได้จัดครั้งนี้เพียงแค่ครั้งเดียว แต่คงจะจัดเป็นระยะๆ เพื่อให้ทุกพรรคได้มีโอกาสพูดคุยกัน โดยหากคุยกันแล้วทุกคนประสงค์อยากให้จัดอย่างไรต่อไปคงจะให้เป็นไปตามความต้องการของทุกฝ่าย เพราะพรรคร่วมคงต้องมีโอกาสพบกันเป็นระยะๆ นอกจากนี้ คงต้องมีการหารือกันในส่วนของการพบปะกันของ ส.ส.ด้วย เพราะถ้าเป็นไปได้อยากให้มีการพบปะ ส.ส.ในฟากรัฐบาลทั้งหมดด้วยในอนาคต

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วยหรือไม่ เขาตอบว่า คงไม่ได้คุยกัน เพราะเรื่องนั้นเป็นหน้าที่ของรัฐบาล

เมื่อถามว่า เมื่อคุยกันแล้วมั่นใจว่าการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 4 ธ.ค. องค์ประชุมจะครบจนไม่ทำให้การประชุมล่มอีก รมว.พลังงานตอบ วิปรัฐบาลทำงานอยู่ ซึ่งน่าจะราบรื่น เชื่อว่าจะสามารถแก้ปัญหากันได้ และเดินหน้าไปด้วยดี ทั้งนี้ ปกติวิปก็คุยกันอยู่แล้วเรื่องขององค์ประชุม และมีการประชุมพรรคร่วมก่อนการประชุมสภาฯ ส่วนเรื่องความเห็นที่แตกต่างของพรรคร่วมถือเป็นเรื่องปกติของการทำงานม ที่บางครั้งบางตอนจะมีความเห็นที่แตกต่างกัน อย่าเพิ่งไปมองถึงเรื่องเสถียรภาพ และความไม่มั่นคง เพราะยังไม่ขนาดนั้น

ซักว่า ควรต้องพิจารณาตัวประธานวิปรัฐบาลหรือไม่ เพราะทำสภาล่มมา 2 ครั้ง นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า คงไม่หรอก เพราะท่านทำหน้าที่ของท่าน ทุกอย่างมีเหตุมีผลอยู่ในเรื่องราวต่างๆ เดี๋ยวทุกอย่างก็ผ่านไป.


ทำไม......... "พรรคอนาคตใหม่" จึงรณรงค์เรื่อง "ยกเลิกเกณฑ์ทหาร" ชนิดเอาเป็น-เอาตาย? ไม่ใช่เพราะ พล.ท.พงศกร สอบไม่ผ่านเข้าโรงเรียนเสธฯ หรอกนะ

ความเมืองเรื่อง "กล้วยและไข่"
เพื่อไทย 'หลอกแก้ผ้า' น้องใหม่
'ความลับทางทหารที่จำแม่น'
พรรคร่วม 'หลวม' ในแกนนำ
มีอะไรเสนอนอกจาก 'แบน'?
จากสภาสู่ 'พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์'