ล่า‘กามารูดิง’ฆ่าชรบ.15ศพ


   

 ออกหมายจับเพิ่มอีก 1 "กามารูดิง" ร่วมขบวนก่อความไม่สงบ ถล่ม ชรบ.ลำพะยาเสียชีวิต 15 ศพ ขณะที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าเดินหน้าสร้างสมานฉันท์ เชื่อการหันหน้าพูดคุยคือหนทางดับไฟ ยันใช้หลักนิติวิทยาศาสตร์ไม่จับมั่ว ละเมิดสิทธิมนุษยชน

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเกิดเหตุคนร้ายพร้อมอาวุธปืนสงครามกราดยิงใส่ป้อมจุดตรวจ ชรบ.หมู่ 3 ต.ลำใหม่ อ.เมืองฯ จ.ยะลา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 15 ราย บาดเจ็บ 5 ราย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 5 พ.ย.62 ที่ผ่านมา 
    มีความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมา ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา พล.ต.ต.ปราบพาล มีมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า หลังได้มีการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน ขณะนี้ก็สามารถออกหมายจับ ป.วิ อาญา ได้เพิ่มอีก 1 หมาย คือ นายกามารูดิง สะมะแอ อายุ 36 ปี ชาว ต.สะเอะ อ.กรงปินัง จ.ยะลา ตามหมายจับที่ 305/2562 รวมเป็น 4 หมายแล้ว โดยใช้หลักฐานจากนิติวิทยาศาสตร์ที่สามารถชี้ชัดได้ว่าเป็นผู้ที่ร่วมปฏิบัติการในครั้งนี้  
    นอกจากนี้ ยังมีผู้ต้องสงสัยที่ควบคุมตัวอยู่ในระหว่างการซักถามอีก 5 ราย ซึ่งสามารถขยายผลได้จากการซักถาม ที่มีความคืบหน้าเป็นอย่างมาก
    พล.ต.ต.ปราบพาลกล่าวว่า สำหรับกลุ่มคนร้ายทั้ง 4 รายที่ถูกออกหมายจับแล้ว ถือเป็นกลุ่มคนร้ายกลุ่มปฏิบัติการในพื้นที่ของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง และมีหมายจับในคดีต่างๆ ทั้ง 4 รายนี้อยู่ในระหว่างการติดตามจับกุม ส่วนมาตรการในการดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่นั้น ทางท่านผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4  และท่านผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้มีการปรับกลยุทธ์ในการดูแลพื้นที่ โดยให้กำลังทหารและตำรวจในพื้นที่มีการเคลื่อนไหวกำลังในลักษณะจรยุทธ์  
    "ส่วนพื้นที่ ต.ลำพะยา อยู่ในระหว่างการปรับแผนปฏิบัติ โดยการให้กำลังตำรวจและทหารเข้าไปในพื้นที่ เพื่อความอุ่นใจของพี่น้องในพื้นที่ ขณะนี้ในทุกพื้นที่ก็มีการวางกำลังไว้ รวมทั้งในการใช้กำลังในการปิดล้อมตรวจค้น ติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่เป้าหมายต่างๆ ซึ่งผลการปฏิบัติที่ผ่านมาก็สามารถวิสามัญฯ คนร้ายที่ก่อเหตุยิงป้อม ชรบ.ลำพะยาได้จำนวน 2 ราย และในการวางกำลังป้องกันการตอบโต้ของกลุ่มคนร้ายนั้น ก็ได้มีการเพิ่มความเข้มในทุกพื้นที่ เพื่อป้องกันเหตุแล้ว” ผบก.ภ.จว.ยะลากล่าว
     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์คนร้ายยิงถล่มป้อม ชรบ.ที่ ต.ลำพะยา อ.เมืองฯ จ.ยะลา เมื่อวันที่ 5 พ.ย.62 ที่ผ่านมา ล่าสุด มีคำสั่งจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า ที่ 675/2562 ลงวันที่ 27 พ.ย.62 ให้ย้าย พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ ทองสองสี ผกก.สภ.ลำใหม่ ไปดำรงตำแหน่ง ผกก.สืบสวน กองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว
    วันเดียวกัน ที่จังหวัดปัตตานี กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.) ได้จัดกิจกรรมพบปะที่ปรึกษาด้านการเสริมสร้างความยุติธรรม เพื่อมอบนโยบายของท่านแม่ทัพภาค 4 พร้อมทั้งเปิดเวทีในการสร้างความรู้ความเข้าใจ เพื่อสร้างความสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี พล.ต.เกรียงไกร   ศรีรักษ์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เป็นผู้แทนผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธาน 
    พร้อมด้วยนายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี    พล.ต.ธิรา แดหวา ผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธี กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า, พ.อ.ชลัช ศรีวิเชียร รอง ผอ.กกศ.ศสว.กอ.รมน. 4 และนายอาซีส ยานยา นายกสมาคมสถาบันการศึกษาปอเนาะ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมด้วยอูลามะ (ผู้นำหรือครูสอนศาสนา) ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ กว่า 300 คน เข้าร่วมกิจกรรม   
    พล.ต.ธิรากล่าวว่า สิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือการผู้คุยกันทุกกลุ่ม และสามารถเปิดอกคุยได้ทุกเรื่อง ซึ่งที่ผ่านมายังไม่มีการพูดคุยกันโดยตรง ระหว่างรัฐบาลกับผู้เห็นต่าง อยากให้ผู้นำศาสนาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสริมสร้างสังคมให้ดีกว่าที่ผ่านมา ทั้งนี้ การสร้างความยุติธรรมให้เกิดขึ้นในพื้นที่ โดย  3 ข้อสำคัญที่แม่ทัพภาคที่ 4 ฝากมาอยากให้ทางอูลามะ (ผู้นำศาสนา) ร่วมกันสร้างสังคม ประกอบด้วย 1.ความรักต่อเพื่อนมนุษย์ รักในมนุษยชาติด้วยกัน ใครไม่ดีไปสอนเขา 
    2.ความดีที่มอบให้แก่กันและกัน ในสังคมเหล่านี้เราไม่ค่อยมีเรื่องเหล่านี้ เรามีแต่เรื่องอื่นๆ ความดีสำคัญที่สุดคือ การให้คนอื่นเป็นผู้ให้ ไม่ใช่เป็นผู้รับ 3.จังหวัดชายแดนภาคใต้บั่นทอนมากเรื่องนี้ คือความจริง คนชั่วนำข่าวใดๆ มาบอกเจ้าจงไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนไม่เช่นนั้นเจ้าจะไปทำร้ายผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว และเจ้าจะสำนึกเสียใจในภายหลัง 3 เรื่องสำคัญ คือ ความรัก ความดี ความจริงและอย่าบิดเบือน
       ผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธี กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้ากล่าวว่าการใช้กระบวนการยุติธรรมเพื่อช่วยเหลือผู้ที่เห็นต่างจากรัฐ ไม่ว่าจะเป็นโครงการพาคนกลับบ้าน เพื่อหาทางออกอย่างสันติวิธี รวมถึงนำผู้ต้องสงสัยเข้าศูนย์ซักถามนั้น เจ้าหน้าที่พยายามนำตัวผู้ที่คาดว่ามีความเกี่ยวข้องในคดีจริงๆ โดยการใช้หลักนิติวิทยาศาสตร์เป็นหลักในการเชิญตัวผู้ต้องสงสัยเข้าศูนย์ซักถาม ซึ่งเจ้าหน้าที่พร้อมทำงานร่วมกันกับองค์กรสิทธิมนุษยชนเพื่อสร้างความโปร่งใสในการทำงานของเจ้าหน้าที่ โดยไม่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะการซ้อมทรมานถือเป็นความผิดที่รุนแรง และต้องมีการลงโทษสถานหนัก ซึ่งทางท่านแม่ทัพได้เอาผิดอย่างจริงจังกับผู้ที่ละเมิด 
    "ขอยืนยันว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐเน้นในเรื่องของความจริงในทุกๆ เรื่อง สามารถตรวจสอบได้ และช่วยกันนำเสนอความจริงให้กับสังคมได้รับทราบกันต่อไป" พล.ต.ธิราระบุ.
 


ทำไม......... "พรรคอนาคตใหม่" จึงรณรงค์เรื่อง "ยกเลิกเกณฑ์ทหาร" ชนิดเอาเป็น-เอาตาย? ไม่ใช่เพราะ พล.ท.พงศกร สอบไม่ผ่านเข้าโรงเรียนเสธฯ หรอกนะ

ความเมืองเรื่อง "กล้วยและไข่"
เพื่อไทย 'หลอกแก้ผ้า' น้องใหม่
'ความลับทางทหารที่จำแม่น'
พรรคร่วม 'หลวม' ในแกนนำ
มีอะไรเสนอนอกจาก 'แบน'?
จากสภาสู่ 'พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์'