กทม.13องศา ช่วง7-9ธันวา ใต้น้ำท่วมหนัก


   


    ประเทศไทยตอนบน อุณหภูมิยังลดลงต่อเนื่อง ชี้ต่ำสุดอยู่ในช่วง 7-9 ธ.ค. ภาคกลาง รวมทั้ง กทม.และปริมณฑล แตะ 13 องศา ส่วนภาคใต้ยังมีฝนตกหนัก คลื่นลมแรง เร่งกู้นราธิวาสจมทั้งจังหวัด นครศรีธรรมราชและพัทลุงก็น่าห่วง 
    ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบนและคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 10 ธันวาคม 2562)" ฉบับที่ 9 ลงวันที่ 4 ธันวาคม 2562 ในช่วงวันที่ 4-10 ธันวาคม 2562 ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลงอย่างต่อเนื่อง 6-8 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลงต่ำที่สุดในช่วงวันที่ 7-9 ธันวาคม 2562 บริเวณพื้นราบภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-12 องศาเซลเซียส ส่วนยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวจัดและมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 1-8 องศาเซลเซียส บริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 13-18 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง รวมถึงระมัดระวังในเรื่องอัคคีภัยไว้ด้วย 
    สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมาทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร อ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไป ทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งตลอดช่วง
    ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีน ได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยและทะเลจีนใต้ ทำให้มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อุณหภูมิบนยอดดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ วันพุธลดลงเหลือ 7 องศาเซลเซียส ขณะที่มีนักท่องเที่ยวพากันขึ้นไปสัมผัสความหนาวเย็นตั้งแต่เช้ามืดที่บริเวณกิ่วแม่ปาน เพื่อรอชมแสงอาทิตย์พ้นขอบฟ้า แต่ต้องผิดหวัง เพราะเมฆหนา มองไม่เห็นพระอาทิตย์ขึ้น ส่วนที่จังหวัดเชียงราย อากาศหนาวเย็นจัดเป็นวันที่ 2 อุณหภูมิพื้นราบในตัวเมืองเชียงรายอยู่ที่ 15 องศาเซลเซียส ขณะที่บนดอยสูงอุณหภูมิเฉลี่ยต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส ส่งผลให้ชาวไทยภูเขาในพื้นที่ต่างๆ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ซึ่งเป็นดอยสูง ที่มีฐานะยากจน และมีเครื่องกันหนาวมีไม่เพียงพอ ต้องก่อกองไฟ หรือนั่งตากแดดเพื่อคลายหนาว ก่อนออกไปทำไร่ทำสวน
    พิษณุโลก อุณหภูมิลดลงต่อเนื่องเช่นกัน ที่บ้านใหม่ร่องกล้า หมู่บ้านใจกลางอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย อุณหภูมิลดลงเหลือเพียง 5 องศาเซลเซียส เด็กเล็กต่างสวมเสื้อกันหนาว และผิงไฟคลายหนาวสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกาย 
    เลย อากาศหนาวเย็นลงอย่างรวดเร็วในระยะเวลาเพียงสองวัน อุณหภูมิลดลงกว่า 5 องศาเซลเซียส เหลือ 8-14 องศาเซลเซียส ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่สูง หรือตั้งบ้านเรือนอยู่ตามพื้นที่ป่าเขา ได้รับผลกระทบจากสภาวะอากาศหนาวถึงหนาวจัด ขาดแคลนผ้าห่มและเสื้อกันหนาวอีกจำนวนมาก ต้องอาศัยก่อกองไฟผิงคลายความหนาวกันเกือบทุกครัวเรือน  
    บึงกาฬ มีลมกรรโชกแรง และมีอากาศหนาวเย็น อุณหภูมิอยู่ที่ 14 องศาเซลเซียส ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้านที่ติดริมแม่น้ำโขงทั้ง 4 อำเภอ คือ ปากคาด เมืองบึงกาฬ บุ่งคล้า และบึงโขงหลง โดยเฉพาะในพื้นที่ตำบลบึงกาฬ และตำบลวิศิษฐ์ อ.เมืองบึงกาฬ ชาวประมงต้องจอดเรือกว่า 50 ลำไว้ริมแม่น้ำโขง ไม่สามารถออกเรือหาปลาได้ เนื่องจากลมทำให้เกิดระลอกคลื่นในแม่น้ำ หรือที่ชาวประมงเรียกน้ำฟองเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจเกิดอันตรายหากฝืนออกไป 
    นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส 13 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสุไหงโก-ลก สุคิริน สุไหงปาดี ระแงะ ยี่งอ จะแนะ เมืองนราธิวาส รือเสาะ ศรีสาคร แว้ง ตากใบ บาเจาะ และอำเภอเจาะไอร้อง รวม 69 ตำบล 439 หมู่บ้าน บ้านเรือนได้รับผลกระทบ 17,294 ครัวเรือน 47,745 คน ถนน 12 สาย อพยพประชาชน 170 คน 40 ครัวเรือน ปัจจุบันสถานการณ์ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มน้ำสุไหงโก-ลก และลุ่มน้ำบางนรา ระดับน้ำเพิ่มขึ้น 
    นอกจากนี้ยังเกิดฝนตกหนัก น้ำท่วมขังในพื้นที่อำเภอรามัน จังหวัดยะลา รวม 2 ตำบล 2 หมู่บ้าน บ้านเรือนได้รับผลกระทบ 80 ครัวเรือน 340 คน ปัจจุบันระดับน้ำลดลง ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยสนับสนุนเรือท้องแบน เสื้อชูชีพ กระสอบทราย น้ำดื่ม พร้อมระดมเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยสนับสนุนการระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขัง เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว 
    นครศรีธรรมราช เกิดฝนตกหนักตลอดทั้งวันพุธในหลายพื้นที่ทั้ง 23 อำเภอ ทำให้ระดับน้ำในลำคลองต่างๆ ในหลายพื้นที่น้ำเริ่มเอ่อล้นบ้างแล้ว โดยเฉพาะในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักตลอดทั้งวันทำให้น้ำท่วมตามตรอกซอกซอยต่างๆ เช่น ถนนบ่ออ่าง ถนนเพนียด ถนนประตูขาว ชุมชนหน้าสถานีรถไฟนครศรีธรรมราช ชุมชขนบ่อทรัพย์ ชุมชนท่าโพธิ์ ชุมชนมุมป้อม ถนนกะโรมบริเวณหน้าแขวงการทาง ชุมชนดอนไพร ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้เข้าช่วยเหลืออพยพประชาชนที่บ้านถูกน้ำท่วมไปอยู่ในที่ปลอดแล้วบางส่วน และช่วยเหลืออพยพข้าวของขึ้นสู่ที่สูง
    ส่วนพื้นที่ใน อ.เมือง ต.ปากนคร ต.ท่าไร่ ต.บางจาก ต.ไชยมนตรี ต.มะม่วงสองต้น ต.นาเคียน ต.กำแพงเซา ต.โพธิ์เสด็จ น้ำได้ไหลเข้าท่วมถนนและบ้านเรือนราษฎรแล้วหลายหลัง
    นอกจากนี้ นายวิกรานต์ ทั่วด้าว หน.อุทยานแห่งชาติเทือกเขาหลวงนครศรีธรรมราช ได้ประกาศปิดน้ำตก 6 แห่งในเขตอุทยานแล้ว คือน้ำตกพรหมโลก น้ำตกกรุงชิง น้ำตกอ้ายเขียว น้ำตกกะโรม น้ำตกท่าแพ น้ำตกเหนือฟ้า ห้ามนักท่องเที่ยวเข้าเขตอุทยานเด็ดขาด รวมทั้งประกาศเตือนไปยังผู้นำชุมชนและประชาชนที่อยู่ด้านล่างของน้ำตกระมัดระวังน้ำท่วมด้วย 
    พัทลุง ฝนที่ตกต่อเนื่อง ล่าสุดน้ำป่าจากเทือกเขาบรรทัดในเขตพื้นที่ อ.ศรีบรรพต ไหลผ่านคลองชลประทานท่าแนะ อ.ควนขนุน บวกกับปริมาณน้ำฝนที่ตกลงในพื้นที่บ่าเข้าท่วมบ้านเรือนของชาวบ้าน เส้นทางระหว่างอำเภอ ในพื้นที่ ต.ชะมวง ต.ควนขนุน ต.ดอนทราย ต.มะกอกเหนือ อ.ควนขนุน ชาวบ้านหลายครัวเรือนต้องเร่งขนย้ายข้าวของหนีน้ำ โดยเฉพาะบริเวณแยกโพธิ์ทอง เส้นทางสายเอเชียฝั่งไป จ.นครศรีธรรมราช น้ำท่วมผิวทางจราจรและกำลังมีระดับเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ เส้นทางผ่านไปยัง อ.ศรีบรรพต และเส้นทางเข้า อ.ควนขนุน รถเล็กต้องใช้ความระมัดระวัง เนื่องจากน้ำหลากท่วมผิวทางจราจรเป็นช่วงๆ เช่นเดียวกับพื้นที่เทศบาลตำบลควนขนุน ตรงแยกสาวเกษตร น้ำที่ปล่อยจากฝายชลประทานท่าแนะได้หลากท่วมบ้านเช่นกัน ระดับน้ำไหลผ่านถนนเฉลี่ยที่ 20 เซนติเมตร ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องเพิ่มความระมัดระวัง
    ด้าน น.ส.ศรอนงค์ สงสมพันธุ์ นายอำเภอควนขนุน ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง หน่วยทหารพัฒนาที่ 43 สำนักงานพัฒนาภาค 4 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชากองทัพไทย ลงพื้นที่เร่งช่วยเหลือขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงให้แก่ชาวบ้านผู้ประสบภัยแล้ว ขณะที่ทางจังหวัดได้ประกาศเตือนประชาชนที่มีบ้านเรือนริมแหล่งน้ำ ให้เพิ่มความระมัดระวังน้ำเอ่อท้นตลิ่งเข้าร่วมบ้านเรือน พร้อมให้คอยติดตามรับฟังคำพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด หากต้องการความช่วยเหลือให้ประสานเจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการที่อยู่ในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.


​​​​​​​ ไม่มีอาชญากรรมใดที่สมบูรณ์แบบ อาชญากรย่อมทิ้งร่องรอยเสมอ ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้สืบสวนที่จะค้นหาร่องรอยหลักฐานนั้นพบหรือไม่

ที่ไม่ได้วินิจฉัย 'ใช่ว่าไม่ผิด'
'ศิษย์หนุ่มกับอาจารย์ทารก'
๒๑ มกรา 'มีใครจะลาบวช?'
ดิ้นกันไปเมื่อรู้ว่า 'ใกล้เมรุ'
ปิยบุตร "ยังเป็นคนอยู่หรือ?"
ประชาธิปัตย์ 'ก่อนศตวรรษ'?