วิลาศ จี้ปร้บ'ชิโนไทย' ส่งงานล่าช้า ด้านสภาแจง 6 ประเด็นปัดเอื้อเอกชน


เพิ่มเพื่อน    

วันนี้ (8ธ.ค.) นายวิลาศ จันทรพิทักษ์ อดีตประธานคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. แถลงข่าวคัดค้านการต่อสัญญาสร้างอาคารรัฐสภาครั้งที่สี่ หลังจากต่อสัญญามาแล้วสามครั้งรวม 1,482 วันจะครบกำหนดในวันที่ 15 ธ.ค.62 แต่สร้างเสร็จไม่ถึง 70 % โดยบริษัทชิโนไทย ทำหนังสือถึงสภาขอขยายเวลาการก่อสร้างอีก 502 วัน แต่คณะกรรมการที่ปรึกษาโครงการก่อสร้างรัฐสภาคือบริษัทคาม่า พิจารณาแล้วลดการขยายเวลาจาก 502 วันเหลือ 382 วัน คณะกรรมการตรวจการจ้างงานของสภา ส่งกลุ่มงานพัสดุพิจารณามีการโต้แย้งสอง

ประเด็นหลักคัดค้านการขยายเวลาครั้งที่สี่คือกรณีที่อ้างการใช้พื้นที่จอดรถและใช้ห้องประชุมจันทรารวมทั้งห้องประชุมกรรมาธิการของวุฒิสภา เป็นอุปสรรคทำให้ต้องขอขยายเวลาและ ในระหว่างการก่อสร้างผู้ว่าจ้างใช้สิทธิในการใช้งาน ซึ่งไม่สามารถนำมาใช้เป็นเหตุผลในการขยายเวลาได้ เนื่องจากในสัญญาข้อ 34 ระบุว่า สิทธิการเข้าใช้งานของผู้ว่าจ้าง มีสิทธิใช้งานส่วนใดส่วนหนึ่งก่อนส่งมอบงานก็ได้ และจะเอามาเป็นเหตุในการขอขยายสัญญาไม่ได้ 

ขณะเดียวกันยังมีข้อ 24.1 ระบุว่า ในกรณีที่สัญญาจ้างดำเนินอยู่ ถ้ามีอุปสรรคในการทำงานผู้รับจ้างต้องแจ้งภายใน 15 วันนับจากมีอุปสรรค ดังนั้นเมื่อไม่เคยแจ้งว่ามีอุปสรรคในการทำงานจากการใช้สถานที่ล่วงหน้า ก็ถือว่าผู้รับจ้างสละสิทธิในการขอขยายเวลาในการทำงานส่วนที่อ้างว่าการก่อสร้างในส่วนอื่นมีความล่าช้า ก็อ้างไม่ได้โดยขอให้ไปดูภาคผนวก 16 แนบท้ายสัญญา เขียนไว้ว่า ผู้รับจ้างต้องประสานงานกับผู้รับจ้างรายอื่น นอกจากจะต้องร่วมกันตรวจสอบวางแผนการก่อสร้งให้สอดคล้องกันเพื่อให้ก่อสร้างเสร็จตามสัญญา จะยกเอาเหตุที่ผู้รับจ้างรายอื่นทำงานล่าช้าเป็นข้ออ้างเพื่อขอขยายเวลาทำงาน หรือเพื่อขอค่าดำเนินการเพิ่มขึ้นไม่ได้

นายวิลาศ กล่าวด้วยว่า การขยายสัญญาหลายครั้งที่ผ่านมา โดยเฉพาะครั้งที่สามในปี 2561 มีการอ้างเรื่องส่งมอบพื้นที่จากโรงเรียนโยธินบูรณะล่าช้า ทั้งที่โรงเรียนย้ายไปตั้งที่ใหม่ตั้งแต่ปี59 ซึ่งเป็นการอ้างเหตุผลเท็จ อีกทั้งในการเสวนาที่สมาคมนักข่าวเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 61 นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ไปร่วมเสวนาในฐานะตัวแทนบริษัทชิโนไทย มีการระบุถึงการก่อสร้างรัฐสภา 900 วันนั้น ต้องนับจากวันที่รับมอบพื้นที่ครบแล้วคือในวันที่ 11 พ.ย.59 โดยนับไป 900 วัน เท่ากับครบกำหนดในวันที่ 30 เม.ย.62 แต่จนถึงขณะนี้การก่อสร้างก็ยังไม่แล้วเสร็จ และยังขอขยายเวลาออกไปอีก 382 วัน ตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค.62-30 เม.ย.64


“ การต่อสัญญาไปแล้ว 1,482 วัน และจะต่ออีก 382 วันไม่น่าจะชอบ จึงถึงเวลาแล้วต้องเริ่มปรับผู้รับจ้างวันละ 12.8 ล้าน ไม่ใช่ต่อสัญญาให้ ที่สำคัญสภาต้องตั้งกรรมการสอบเลขาธิการสภาด้วยว่า ที่ทำสัญญาโดยอ้างเหตุผลเท็จมีการเอื้อประโยชน์กันหรือไม่ อีกประเด็นหนึ่งที่ยังไม่มีการพูดกันคือ พื้นที่สภา 4 แสนกว่าตารางเมตร อาคารต้องมีที่จอดรถเท่าไหร่ให้หารด้วย 120 แต่ในการก่อสร้างสภามีที่จอดรถแค่ 800 คัน ผมเชื่อว่าสร้างสภาเสร็จต้องไปเช่าที่จอดรถเพิ่มผมคิดว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่เละเทะที่สุด” นายวิลาศ กล่าว

ขณะที่ รายงานข่าวจากรัฐสภา แจ้งถึงกรณีที่ นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ แถลงเรื่อง "สภาจะขยายสัญญากี่ครั้งจึงจะเสร็จ" ว่า ประเด็นความล้าช้าเกิดจาก6 ข้อดังนี้

1. รัฐสภา ปฏิบัติตามสัญญา เรื่องส่งมอบที่ดินไม่ได้ตามแผน ล่าช้า 900 กว่าวัน

2. รัฐสภา กับ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้รับจ้างมีการหารือแนวทางทำงานให้สำเร็จ ร่วมกันมาตลอด เพราะรัฐสภาเป็นสถานที่สำคัญของประเทศหากมีการยกเลิกสัญญา โดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จะกระทบต่อโครงการ และภาพลักษณ์ของประเทศ ทั้ง 2 ฝ่าย จึงเลือกแนวทางร่วมมือกันทำงาน มากกว่าฟ้องร้อง ใช้สิทธิเพื่อประโยชน์ส่วนตนตามสัญญา

3. แม้รัฐสภา จะเป็นฝ่ายที่ไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาได้ แต่บริษัท ไม่มีความประสงค์จะฟ้องร้อง หรือ ยกเลิกสัญญา เพื่อเรียกค่าเสียหาย ซึ่งจะไม่แตกต่างจาก"ค่าโง่" เพราะบริษัท ไม่ต้องการใช้สิทธิทางสัญญา เพื่อหาประโยชน์ให้แก่บริษัท แต่ต้องการทำงานให้สำเร็จ ซึ่งจะเป็นเกียรติประวัติแก่บริษัท ซิโน-ไทยฯในฐานะผู้ก่อสร้างรัฐสภาประเทศไทย ซึ่งมีเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย

4.การขยายเวลา ไม่ใช่การเอื้อประโยชน์ให้แก่บริษัท เพราะงบประมาณก่อสร้าง ไม่เพิ่มตามไปด้วย

5. รัฐสภา มีการจัดจ้างงานมากกว่า 1 บริษัท ไม่ใช่บริษัท ซิโน-ไทย รายเดียว เพราะความล่าช้ามีเหตุจากหลายปัจจัย เช่น งานไอที งานระบบไฟฟ้าสำรอง 

6. การก่อสร้างล่าช้ามากขึ้นไปอีก เมื่อมีการเปิดใช้ ในขณะที่การก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ยังไม่ส่งมอบงาน ทำให้การก่อสร้างไม่สามารถทำได้เต็มประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในวันที่มีการประชุมสส. สว. และ กมธ.ชุดต่างๆ


 


๑๔ ตุลา ๑๖ ๖ ตุลา ๑๙ พฤษภาทมิฬ ๓๕ ผมเห็นมาทุกม็อบ เข้าไปอยู่ในม็อบก็มี

เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส
"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ
'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ