หึ่ง!ดัดสันดานปชป. ชี้กินบนเรือนขี้บนหลังคา เสี่ยเฮ้งฟุ้งปูทาง'ศม.'ร่วม


เพิ่มเพื่อน    


    หึ่ง! บิ๊กรัฐบาลจ่อเขี่ย ปชป.บางส่วนพ้น ครม. หลังปล่อยลูกพรรคแหกมติวิปฯ-ด่ารัฐบาลไม่เลิก ทีมเศรษฐกิจไร้ทีมเวิร์ก เล็งทาบทามฝ่ายค้านบางส่วน-เปิดดีลเพื่อไทยดึง ส.ส. 20-30 เสียบแทน ขณะที่แกนนำ พท.บินไปขอ "แม้ว" ที่ฮ่องกงแล้ว “เสี่ยเฮ้ง” รับทาบเศรษฐกิจใหม่ร่วมนับองค์ประชุม แต่ไม่ได้ขอเรื่องโหวต ส่วนการเข้าร่วมรัฐบาลต้องให้ผู้ใหญ่เจรจาต่อไป ซึ่งปูทางไว้แล้ว “โหรวารินทร์” ฟันไม่เกินครึ่งปี 2563 มีปรับ ครม.แน่ เชื่อคล้ายรัฐบาลแห่งชาติ ใครบอกไม่สังฆกรรมจะมาจับมือเพื่อนำพาชาติต่อไป โฆษก “พปชร.-พท.” สาดน้ำลายเมามัน 
    เมื่อวันอาทิตย์ มีรายงานข่าวแจ้งว่า ภายหลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติไม่ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศ และคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และการใช้อำนาจของหัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44 ไปเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ซึ่งมีเสียง ส.ส.ฝ่ายค้าน 10 เสียงมาช่วยเป็นองค์ประชุมแล้วนั้น แต่ในส่วนของ 6 ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่ลงมติเห็นด้วยให้ตั้ง กมธ.ดังกล่าวยังคงลงมติยืนยันตามเดิม 4 ราย ประกอบด้วย นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย  ส.ส.ตรัง, นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช, นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี ขณะที่นางกันตวรรณ ตันเถียร ส.ส.พังงา และนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ส.ส.ตาก ร่วมแสดงตนเป็นองค์ประชุม แต่ไม่ออกเสียงลงมติ สร้างความไม่พอใจให้กับแกนนำระดับสูงของรัฐบาลเป็นอย่างมาก 
    "ได้มีการกำชับกับแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค เพื่อให้ควบคุมการลงมติของลูกพรรคในระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และในช่วงงานเลี้ยงสังสรรค์พรรคร่วมรัฐบาลเมื่อวันที่ 3 ธ.ค.แล้ว โดยระบุว่าหากไม่สามารถควบคุมองค์ประชุมสภาและควบคุม ส.ส.รัฐบาลได้ อาจจำเป็นต้องยุบสภา แต่ผลปรากฏว่า ปชป.ยังไม่สามารถควบคุม ส.ส.ในสังกัดได้ รวมถึงไม่มีทีท่าว่าจะมีมาตรการลงโทษใดๆ ออกมา อีกทั้งยังปล่อยให้ ส.ส.และผู้สนับสนุนพรรค ปชป.แสดงความเห็นโจมตีรัฐบาลบ่อยครั้ง ที่สำคัญการทำงานของรัฐมนตรี ปชป.ที่ผ่านมาก็ไม่เข้าขา และมีปัญหากับพรรคร่วมรัฐบาลหลายกรณี โดยเฉพาะกระทรวงเศรษฐกิจ เช่น กรณีการแบน 3 สารเคมี จึงเริ่มมีความเห็นพ้องกันของแกนนำระดับสูงในรัฐบาล ในการที่จะปรับพรรค ปชป.ออกจากรัฐบาลในการปรับ ครม. ที่คาดว่าจะมีขึ้นในช่วงต้นปี 2563 หรือภายหลังจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ" รายงานข่าวระบุ
    รายงานระบุว่า เชื่อว่าถ้าปรับพรรค ปชป.ออกจากรัฐบาล จะยังมี ส.ส.ของพรรค ปชป.ส่วนใหญ่ไม่ต่ำกว่า 30 คนยังอยู่ร่วมรัฐบาล โดย ส.ส.กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ใกล้ชิดกับนายสุเทพ เทือกสุวรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส. ที่สนับสนุนให้ร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ตั้งแต่ต้น ส่วนการแก้ปัญหาไม่ให้กลายเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยจากเสียงที่อาจหายไป 20-30 เสียง จะทดแทนด้วยเสียงของ ส.ส.บางส่วนของพรรคเศรษฐกิจใหม่ (ศม.),  พรรคอนาคตใหม่ (อนค.), พรรคประชาชาติ (ปช.) และพรรคเพื่อชาติ (พช.) รวมแล้วราว 10 เสียง 
    “ยังมีการประสานระหว่างแกนนำพรรค พปชร.ไปยังผู้บริหารระดับสูงของพรรคเพื่อไทย (พท.) ที่คุ้นเคยกัน เพื่อทาบทามให้นำ ส.ส.ราว 20-30 เสียงที่มีการดูแลหรือฝากเลี้ยงไว้อยู่แล้ว รวมกับบางส่วนที่ไม่กังวลกระแสต่อต้านในพื้นที่ ให้เข้ามาแทนที่เสียงของพรรค ปชป.ที่ขาดหายไป โดยมีการเสนอตำแหน่งรัฐมนตรีและตำแหน่งอื่นในฝ่ายบริหารให้ตามสัดส่วนจำนวน ส.ส.ที่เข้ามาร่วมกับรัฐบาลด้วย นอกจากนี้ ยังมีการพูดคุยกันว่าในอนาคตอาจดึง ส.ส.เพื่อไทยเข้ามาช่วยงานรัฐบาลเพิ่มมากขึ้น หากยังประสบปัญหาความไม่เข้าขากันของพรรค พปชร.กับพรรค ปชป. รวมทั้งพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เอง
“แม้ว”ยังไม่ไฟเขียว
    นอกจากนี้ มีรายงานว่าแกนนำพรรค พท.ได้นำประเด็นดังกล่าวไปหารือและขอความเห็นชอบจากนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่เกาะฮ่องกงเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาแล้ว แต่ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน
    ขณะที่นายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี ในฐานะประธาน​ ส.ส.พรรค พปชร. กล่าวถึงการเทียบเชิญพรรคเศรษฐกิจใหม่ร่วมรัฐบาลว่า เป็นผู้ประสานให้พรรค ศม.ช่วยเข้ามาแสดงตนรักษาองค์ประชุมสภา ส่วนจะโหวตอย่างไรเป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละบุคคล ไม่ได้ไปบังคับหรือมีข้อแลกเปลี่ยน 
“จะถึงขั้นเชิญมาร่วมรัฐบาลหรือไม่ เป็นเรื่องที่หัวหน้าและเลขาธิการพรรค พปชร.ต้องเข้าไปพูดคุยและตัดสินใจทางการเมือง แต่ผมได้เชื่อมความสัมพันธ์ให้หมดแล้ว แต่ยืนยันว่าไม่ได้ไปเสนอตำแหน่งรัฐมนตรีให้ ส่วนกรณีฝ่ายค้านระบุว่าพรรค พปชร.ล็อบบี้ฝ่ายค้านโดยเสนอเงินเป็นตัวเลข 8 หลักนั้นไม่จริง เพราะเป็นคนประสานงานด้วยตนเอง เปิดใจคุยในฐานะเพื่อนและพี่น้องกันให้เข้ามาทำหน้าที่ให้ครบองค์ประชุมเท่านั้น และไม่ได้ขอให้เข้ามาโหวตให้ด้วยซ้ำ” นายสุชาติกล่าว 
    นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) และแกนนำพรรค พปชร. กล่าวถึงการเทียบเชิญพรรค ศม.ร่วมรัฐบาล ว่ายังไม่ได้พูดคุยกันไปถึงเรื่องนั้น เพียงแต่พูดคุยกันให้เข้ามาช่วยแสดงตนเพื่อรักษาองค์ประชุม ซึ่งพรรค ศม.ก็มีจุดยืนและหลักการทำงานที่ชัดเจน พร้อมสนับสนุนงานในสภาให้เดินหน้า​ และขอย้ำว่าไม่ได้เสนออะไรเป็นการแลกเปลี่ยน​ อีกทั้งไม่ได้รับมอบหมายเป็นผู้เจรจา และนายกฯ เองก็ยังไม่ได้มอบหมายใครเข้ามาดูแลเรื่องนี้ เรื่องนี้ระดับผู้ใหญ่จะต้องพูดคุยกัน 
    ด้านนายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ หรือโหรคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) กล่าวถึงเสถียรภาพรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ว่าทางโหราศาสตร์รัฐบาลชุดนี้ยังมีหน้าที่ดูแลชาติบ้านเมืองต่อไปอีกยาว ยังไม่หมดหน้าที่ แม้ขณะนี้ยังมีปัญหาวุ่นวาย แต่ก็เป็นเรื่องปกติของคนหมู่มากในระบอบประชาธิปไตย และ 3 ป.ก็ยังมีหน้าที่ต่อไป หน้าที่ยังไม่หมด ขอให้รอดูต่อไป และในปี 2563 ยืนยันมีการปรับ ครม.แน่นอน หลังปีใหม่ 3-6 เดือน อย่างที่เคยกล่าว กลุ่มการเมืองพรรคการเมืองที่หมดหน้าที่ทำงานเป็นรัฐบาลจะออกไปและกลุ่มใหม่พรรคการเมืองใหม่เข้ามา รัฐมนตรีบางคนจะมีสลับสับเปลี่ยน 
คล้ายรัฐบาลแห่งชาติ
    “กลุ่มที่มองประโยชน์ประเทศชาติเข้ามาร่วม หรือแม้แต่พรรคฝ่ายตรงข้ามที่เล็งเห็นซึ่งผลประโยชน์ของชาติบ้านเมืองก็จะเข้ามา พรรคที่เคยประกาศว่าจะไม่ร่วมสังฆกรรม แต่พอถึงเวลาจะหันหน้าพูดคุย จับมือเห็นพ้องเพื่อชาติบ้านเมือง จัดสรรผู้คนมาร่วมกันไป ตอนนี้รอแค่เวลาเดินร่วมกัน ต้องรอให้ถึงเวลา ซึ่งคล้ายรัฐบาลแห่งชาติ แต่ก็ไม่ใช่รัฐบาลแห่งชาติเลยทีเดียว” โหร คมช.กล่าว
นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการประชุมสภาในวันที่ 11 ธ.ค. ซึ่งจะพิจารณาญัตติด่วน เรื่องให้ตั้งคณะกรรมการวิสามัญ (กมธ.) เพื่อศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่าคาดว่าจะไปในทิศทางเดียวกัน การอภิปรายและการโหวตตั้ง กมธ. จะเป็นไปโดยไร้ปัญหา แต่การอภิปรายคงไม่จบภายในวันเดียว 
    นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค ปชป. กล่าวถึงการลงมติสนับสนุนการตั้ง กมธ.ศึกษาผลกระทบการใช้มาตรา 44 ว่าได้ตัดสินใจบนพื้นฐานอุดมการณ์ของพรรค ปชป.เป็นที่ตั้ง และได้ลงมติเพราะเป็นญัตติของพรรค ปชป.ที่มี ส.ส.ของพรรคเป็นผู้เสนอ ซึ่งได้อภิปรายแสดงจุดยืนในที่ประชุมสภาอย่างชัดเจนแล้ว ส่วนตัวเคารพมติพรรคและมติวิปรัฐบาลมาโดยตลอด แต่ไม่สามารถทรยศต่ออุดมการณ์ของพรรคได้ 
     นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรค พปชร. กล่าวถึงกรณีที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ใช้อำนาจและผลประโยชน์แลกกับความอยู่รอดของรัฐบาลว่า ไม่อยากตอบโต้คุณหญิงสุดารัตน์รายวัน เพราะเป็นผู้อาวุโสทางการเมืองที่ตนแอบชื่นชม แต่พักหลังเปลี่ยนไปมากชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ ออกมาโจมตีรายวันชนิด พล.อ.ประยุทธ์แค่หายใจก็ผิดแล้ว ยืนยันว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยใช้อำนาจและผลประโยชน์แลกกับความอยู่รอดของรัฐบาล ซึ่งพรรคที่ใช้อำนาจและผลประโยชน์แลกกับความอยู่รอดของรัฐบาลนั้น น่าจะเป็นพรรคการเมืองที่คุณหญิงรู้จักดีใช่หรือไม่ เพราะขนาดดูดยกพรรคก็ยังเคยทำมาแล้ว 
“กรณีนายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทยออกมาด่าผมนั้น ไม่ถือสา เพราะเข้าใจว่านายการุณต้องเอาใจนาย เลยทำเหมือนจะเป็นจะตาย ปากก็บอกว่าตัวเองเป็น ส.ส.ที่ประชาชนเลือกให้มาเป็นตัวแทนเพื่อมาแก้ปัญหาให้เขา แต่พฤติกรรมสนใจเชลียร์นายมากกว่า ทุกคนต้องส่องกระจกทุกวันอยู่แล้ว ซึ่งผมก็ไม่เคยเห็นภาพตัวเองในกระจกว่าเคยกระโดดถีบใคร โดยไม่เว้นแม้แต่ผู้หญิง หรือลองค้นหาในกูเกิลดูก็ได้ จะได้ทำพฤติกรรมให้สมกับคำว่า ส.ส.ผู้ทรงเกียรติ" นายธนกรกล่าว
มีตติ้งหูฉลามลางร้ายรัฐบาล
    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คุณหญิงสุดารัตน์ไม่ได้มโนไปเองกรณีออกมาพูดเรื่องการแจกกล้วย ส.ส.งูเห่าเพื่อเพิ่มเสียงไม่ให้สภาล่มตามที่นายธนกรกล่าวหา เพราะเป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปในแวดวงการเมืองและสื่อมวลชน และอย่านึกว่าคนภายนอกจะไม่รู้ เพราะฝ่ายค้านเองก็มีสายข่าวอยู่ในพรรคร่วมรัฐบาลเช่นเดียวกัน
    "จริงหรือไม่ที่การกินเมนูหูฉลามในคืนนั้นทำให้มีควันไฟฟุ้งกระจายไปทั่วห้องอาหาร จนทำให้มีเสียงคล้ายสัญญาณตรวจจับควันดังขึ้น เพราะถ้าเป็นเรื่องจริง ก็อาจถือเป็นลางร้ายของรัฐบาลได้ แต่ถ้าไม่ใช่เรื่องจริง การให้ ครม.ทั้งคณะเปิบเมนูหูฉลาม ก็ถือเป็นเรื่องที่ไม่สมควร เนื่องจากผู้นำรัฐบาลควรทำตัวเป็นแบบอย่าง แต่โต๊ะอาหารที่ พล.อ.ประยุทธ์กับ พล.อ.ประวิตรนั่งหัวโต๊ะ กลับมีเมนูหูฉลามได้อย่างไร" นายอนุสรณ์กล่าว
    นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองเลขาธิการพรรค พท. กล่าวว่า อยากถามไปยังนายธนกรว่าโทรศัพท์มือถือเติมเงินอินเทอร์เน็ตหรือยัง ถึงไม่เคยเข้ากูเกิลแล้วคีย์คำว่ารัฐบาลซื้องูเห่า เป็นอย่างไร ถ้ายัง ก็รีบเติมเงินเน็ตซะ จะได้รู้ว่าคนไทยเกือบทั้งประเทศเขารู้สึกอย่างไรกับรัฐบาลชุดนี้ แล้วมีใครบ้างที่ไม่เชื่อว่ารัฐบาลแลกผลประโยชน์พยายามซื้องูเห่าทั้งหลาย อย่าพยายามบิดเบือนสิ่งที่กินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้องเลย และขอให้หากระจกมาส่องดูพรรคพวกตัวเองจะดีกว่า เพราะที่ผ่านมาภาพมันฟ้อง 
    นายรยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ในขณะนี้ตกอยู่ในสภาวะจำใจยอมต่อพรรคเล็ก เพราะทุกเสียงมีค่ามีความหมายต่อเสถียรภาพและความมั่นคงของรัฐบาล อะไรที่รัฐบาลยอมพรรคเล็กได้ก็คงต้องยอม ขณะที่พรรคเล็กเองก็อยู่ในภาวะจำใจตามเช่นกัน เพราะต่อให้ต้องเสียอุดมการณ์และจุดยืนทางการเมืองก็คงถอยไม่ได้ เพราะถ้าถอยคงไม่เกิดประโยชน์และได้อะไร สู้เป็นฝ่ายรัฐบาลมีตำแหน่งคงดีกว่า 
    นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงกรณี นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ระบุว่า 6 เดือนที่ผ่านมาฝ่ายค้านไม่เคยทำอะไรให้ประชาชน โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ นอกจากจ้องล้มรัฐบาลและแก้รัฐธรรมนูญเท่านั้น ว่า ส.ว.ท่านนี้ไม่เข้าใจโครงสร้างการเมือง ไม่เข้าใจบทบาทหน้าที่ของแต่ละฝ่าย ไม่ติดตามการทำงานของสภา ไม่ดูตัวเองและไม่เข้าใจบริบทโลก แต่มุ่งปกป้องรัฐบาลเพื่อตอบแทนบุญคุณอย่างไม่รับผิดชอบต่อความทุกข์ยากของประชาชน ซึ่งเราทำงานหลายเรื่อง และเราตั้งใจจะเปิดแถลงผลงานในรอบ 6 เดือนในเร็วๆนี้ แม้รัฐธรรมนูญจะไม่กำหนดให้เราต้องแถลงก็ตาม
    นายนคร มาฉิม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กมีเนื้อหาว่า ได้มีโอกาสเดินทางไปทุกภาคทั่วประเทศช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อพบกับพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน ทั้งภาคเกษตร ชาวไร่ ชาวนา ชาวสวน ภาคอุตสาหกรรม พ่อค้าแม่ค้าในตลาดชนบท รวมถึงตลาดสินค้าแบรนด์เนมในเมืองใหญ่ และภาคแรงงาน ทุกส่วนสะท้อนความจริงในทิศทางเดียวกัน ทุกนโยบายภายใต้รัฐบาลเผด็จการซ่อนรูปนี้ ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ประเทศไทย และคนไทยกำลังถูกกระทำย่ำยี ถูกฉุดลากสู่ความหายนะ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง มองไม่เห็นอนาคต เป็นคนป่วยของเอเชีย  
    "ลุกขึ้นสู้กับเผด็จการ ลุกขึ้นสู้กับอธรรมเถิด ผู้กล้า ผู้รักประชาธิปไตย รักความเป็นธรรมทั้งหลาย อย่าปล่อยให้ประเทศไทยของเราถึงกาลวิบัติไปพร้อมกับรัฐบาลที่ไร้ประสิทธิภาพ ไร้ความยุติธรรม ไร้ความสามารถนี้เลย" นายนครระบุ. 


ไม่อยากใช้คำว่า "เคยบอกไปแล้ว" ในการเขียนหนังสือ แต่วันนี้ "จำเป็น" ขออนุญาตซักครั้ง คือหลังจากเหตุ "ผีน้อย" เกิดเป็น "กรณีศึกษา" ขึ้นแล้ว

ประเทศไทย 'ยังไงๆ ต้องรอด'
เคอร์ฟิว "เซฟก่อนตายจริงๆ"
เมื่อ 5-12 เข้ามาแทน 7-11
"โรงหมอ-กระทรวง"ร่วมโรค
ฉุกเฉิน 'ในระบบราชการ'?
อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'