'สุวัจน์'เชียร์ปรับครม.!ดึงฝ่ายค้านแก้ปัญหารัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ


เพิ่มเพื่อน    

10 ธ.ค.62- นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา แกนนำพรรคชาติพัฒนา อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวที่ จ.นครราชสีมาถึงสถานการณ์การเมืองที่มีการจับตาการปรับ ครม. โดยเฉพาะปัญหางูเห่าพรรคร่วมรัฐบาลที่ควรจะแก้นั้นว่า เรื่องเสถียรภาพของรัฐบาลมีความสำคัญ เพราะถ้ารัฐบาลมีเสถียรภาพก็ก่อให้เกิดความเชื่อ นักลงทุนก็อยากมาลงทุน การท่องเที่ยวก็ดี ฉะนั้นถ้าเราสามารถที่จะสร้างเสถียรภาพของรัฐบาลและในสภาฯให้เกิดขึ้นได้เป็นเรื่องที่ดีที่จะทำให้รัฐบาลสามารถทำงานในการแก้ไขปัญหาต่างๆให้ลุล่วงไปได้ 

ส่วนกระแสปรับ ครม.ไม่ทราบว่าจะมีการปรับหรือไม่ปรับ แต่ถ้าเกิดว่าอะไรก็แล้วแต่ที่สามารถทำให้มีเสียงในสภาฯเพิ่มขึ้น ตอนนี้สมมุติอย่างเป็นทางการของรัฐบาลประมาณ 253 เสียงตั้งแต่ตอนจัดรัฐบาล 253-254 เสียง ถือว่ามาร์จิ้นค่อนข้างต่ำก็เลยมักจะพูดกันว่ารัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ ฉะนั้นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำเวลานักลงทุนเขาฟังดูเขาก็กังวลในความต่อเนื่องของรัฐบาล ฉะนั้นถ้าเกิดมีอะไรที่ทำให้รัฐบาลมีเสียงมากขึ้นมันจะทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพ เพราะเสถียรภาพในสภาฯก็คือเสถียรภาพของรัฐบาล เสถียรภาพของรัฐบาลก็คือเสถียรภาพของประเทศ ฉะนั้นการปรับ ครม.ตนไม่ทราบว่าข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร แต่อะไรที่ทำให้รัฐบาลมีเสียงในสภาฯเพิ่มมากขึ้นก็จะทำให้มีเสถียรภาพของรัฐบาลมากขึ้นที่จะเป็นผลดีของประเทศ

ส่วนเรื่องการแพ้โหวตในสภาฯอยู่บ่อย พรรคร่วมคุมเสียงไม่ได้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีต้องสานสัมพันธ์จัดงานเลี้ยงซดหูฉลามนั้น นายสุวัจน์ฯกล่าวว่า ถ้าเกิดแพ้โหวตบ่อยๆก็ยิ่งทำให้รัฐบาลขาดความมั่นใจ เหมือนกับเสียงปริ่มน้ำด้วย ถ้าเกิดเรารักษาเสียงปริ่มน้ำไว้ อย่างเรามี 254 เสียง โหวตทีไรเราก็อยู่ที่ 254 เสียงได้อันนี้ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเราแพ้เสียงในสภาฯบ่อยๆหรือบ่อยครั้งมันทำให้เกิดการขาดความเชื่อมั่นในเสถียรภาพ ฉะนั้นพอเราขาดความเชื่อมั่นในเสถียรภาพมันก็จะกระทบเรื่องเศรษฐกิจด้วย คิดว่ารัฐบาลโดยพรรคร่วมรัฐบาลต้องพยายามที่จะมีความใกล้ชิดกันในการที่จะรักษาเสียงให้ครบถ้วนอยู่ตลอดเวลาเป็นเรื่องจำเป็น แต่ถ้าเกิดมีการเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดเสียงในสภาฯมากขึ้นมันก็เป็นผลดีต่อเสถียรภาพของรัฐบาล 

ส่วนเรื่องที่รัฐบาลจะดึงเอางูเห่าฝ่ายค้านเข้ามาเติมเสียงให้รัฐบาลนั้น ตนคิดว่าตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว เนื่องจากตอนจัดตั้งรัฐบาลตอนนั้นเหมือนกับการเมืองเราแบ่งเป็น 2 ค่าย 2 ขั้วอย่างชัดเจน ฉะนั้นมันก็เป็นความยากลำบากตั้งแต่ตอนจัดรัฐบาลกันแล้ว ซึ่งจะเห็นกันว่าช่วงนั้นก็ใช้เวลานานและเสถียรภาพก็ไม่พอ

 “  ผมคิดว่าจริงๆแล้ว สมมุติ 500 เสียง ถ้าจะทำให้รัฐบาลราบรื่น และดำเนินงานตามนโยบายต่างๆให้พี่น้องประชาชนมีความสุข อย่างน้อยๆก็ต้องมีใกล้ๆสัก 300 เสียงจากการเมืองในอดีต แต่วันนี้เสียงค่อนข้างน้อยมากจริงๆ แต่ถ้าเกิดรัฐบาลสามารถที่จะปรับ ครม.แล้วก็มีเสียงมาสนับสนุนรัฐบาลมากขึ้นได้ก็เป็นเรื่องที่ดีกับเสถียรภาพของรัฐบาลด้วย และผมเชื่อว่าทุกคนก็จะมีความมั่นใจ แต่ในเรื่องนี้ผมไม่ทราบในรายละเอียดว่าจะปรับ ครม.หรือจะมีพรรคใดเข้ามาเพิ่มผมไม่ทราบ แต่อะไรที่ทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพเป็นบวก เป็นบวกต่อการแก้ไขปัญหาทุกอย่าง “ นายสุวัจน์กล่าว.
 


การตั้งหัวข้อไลฟ์สด.... "วัคซีนพระราชทาน ใครได้-ใครเสีย" วันก่อนของ "ธนาธร" ถือว่า พบความสำเร็จ "๒ เด่นชัด" เด่นชัดแรก "ตัวนำ" ผู้ทรงอิทธิพลทางคิดชั่วของขบวนการล้มเจ้า ที่มะลำ-มะเลืองมาตลอด "โผล่หน้า" แล้ว

'ประตูบานที่ ๒ ของธนาธร'
พงศาวสันดานเรื่อง 'อุ้ม'
ขาลง 'สามนิ้ว-สามสัส'
กาสิโนในมุม"ศีลธรรม"
เมืองไทย"มีบ่อน"เอามั้่ย?
ยะลาที่ "อนาคตจะเปลี่ยน"