สุดมหัศจรรย์รัฐสภาไทย ยืดรอบ4สูญวันละ2ล้าน


เพิ่มเพื่อน    

 จนได้! ขยายเวลาก่อสร้างรัฐสภาครั้งที่ 4 เรียบร้อยแล้ว ระยะเวลา 382 วัน "วัชระ" แฉสูญภาษีประชาชนวันละ 2 ล้านบาทแทนที่จะได้ค่าปรับจากบริษัทผู้รับเหมาต้องจ่ายให้สภาวันละ 12 ล้านบาท ฉะเลขาธิการสภาฯ รวบรัดเซ็นทั้งที่งานสาธารณูปการมีข้อสังเกตจากสำนักการคลังและงบประมาณว่าอาจขัดต่อสัญญา   ขณะที่ "สรศักดิ์ เพียรเวช"  อ้างเหมาะสมแล้ว

    นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ลงชื่อขยายสัญญาก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ครั้งที่ 4 ให้แก่ผู้รับเหมาแล้วจำนวน 382 วัน ตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค.2562 ถึงวันที่ 31 ธ.ค.2563  โดยอ้างเหตุความล่าช้าในการจัดหาผู้รับจ้างรายอื่น คือ 1.งานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) 2.งานสาธารณูปการ งานประกอบอาคารและภายนอกอาคาร ทั้งๆ ที่มีข้อสังเกตของกลุ่มงานพัสดุ สำนักการคลังและงบประมาณ ว่าอาจขัดต่อสัญญาได้และเสนอให้สำนักกฎหมายของสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเสนอความเห็นในเรื่องนี้ แต่นายสรศักดิ์ก็รวบรัดรีบเซ็นอนุมัติในวันที่ 4 ธ.ค.ให้บริษัทผู้รับเหมา
    นายวัชระกล่าวว่า สัญญาก่อสร้างลงวันที่ 30 เม.ย.2556  ระยะเวลาก่อสร้าง 900 วัน ถ้าสร้างไม่เสร็จจะเสียค่าปรับให้ทางราชการวันละ 12,280,000 บาท โดยมีการขยายครั้งที่ 1 387 วัน,  ขยายครั้งที่ 2 421 วัน และขยายครั้งที่ 3  674 วัน เป็นฝีมือของนายสรศักดิ์ล้วนๆ จึงอยากถามว่ามีใครอยู่เบื้องหลังหรือไม่ ทั้งนี้ มีการขยายเวลาในยุคนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือยุค คสช. มากถึงจำนวน 1,482 วัน และขยายครั้งที่ 4  382 วัน ในยุคนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร รวมขยายระยะเวลาทั้งสิ้น 1,864 วัน เมื่อบวกกับสัญญาการก่อสร้างเดิม 900 วัน เท่ากับใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 2,764 วัน หรือเกือบ 8 ปีนั่นเอง
    "การขยายเวลาก่อสร้างแต่ละวัน สภาต้องจ่ายเงินภาษีของพี่น้องประชาชนวันละประมาณ 2 ล้านบาท เมื่อขยายเวลาทั้งสิ้น 1,864 วัน สภาก็ต้องจ่ายเงินโดยไม่ควรต้องจ่ายกว่า 3,728 ล้านบาท ซึ่งในความจริง ตามสัญญาหากก่อสร้างไม่เสร็จในระยะเวลาที่กำหนด 900 วัน บริษัทผู้รับเหมาต้องจ่ายค่าปรับให้สภาวันละ 12,280,000 บาท เมื่อคูณจำนวนวันที่ล่าช้าในการขยายเวลา 3 ครั้งในยุค คสช. จำนวน 1,482 วัน บริษัทผู้รับเหมาต้องจ่ายเงินค่าปรับให้กับประเทศชาติเป็นเงินกว่า 18,000 ล้านบาท" นายวัชระ กล่าว
    อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์กล่าวต่อว่า ขณะนี้ปรากฏหลักฐานเป็นที่แน่ชัดว่า 1.ตั้งแต่การขยายเวลาครั้งที่ 3 จำนวน 674 วัน ระหว่างวันที่ 10 ก.พ.2561 ถึง 15 ธ.ค.2562 นายสรศักดิ์อ้างเหตุจากความล่าช้าในการส่งมอบพื้นที่ของโรงเรียนโยธินบูรณะ แต่ปรากฏว่าขัดแย้งกับหนังสือของนายสรศักดิ์เองที่ยืนยันว่าได้ส่งมอบพื้นที่ทั้งหมดให้บริษัทผู้รับเหมาแล้วตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย.2559 
    2.นายสรศักดิ์ เพียรเวช ก็เป็นประธานคณะกรรมการตรวจการจ้างที่ขยายเวลาก่อสร้างให้บริษัทผู้รับเหมาครั้งแรก 387 วัน จากเดิมคณะกรรมการตรวจการจ้างในยุคนายจเร พันธุ์เปรื่อง เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรในขณะนั้นให้ขยายเพียง 287 วัน เมื่อเสนอให้นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.แล้ว กลับถูก ม.44 เด้งไปนั่งตบยุงในทำเนียบฯ 
    3.บริษัทผู้รับเหมามีหนังสือเรียกค่าเสียหายจากสำนักงานสภาผู้แทนราษฎรแล้วกว่า 1,600 ล้านบาท ทั้งๆ ที่สภาควรจะเป็นฝ่ายปรับบริษัทผู้รับเหมา
     นายวัชระกล่าวด้วยว่า การขยายเวลาการก่อสร้างเป็นการเอื้อประโยชน์กับบริษัทผู้รับเหมาโดยมิชอบหรือไม่ ทำให้ประเทศชาติต้องเสียเงินภาษีอากรของประชาชนจำนวนมหาศาล ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พูดในวันต่อต้านการคอร์รัปชันสากลว่า คนทุจริตคือคนไม่ดี เก่งหาช่องโหว่กฎหมายทำจนได้ จึงอยากถาม พล.อ.ประยุทธ์ ว่าจะสนใจแก้ปัญหาการทุจริตการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่บ้างหรือไม่
    ทางด้านนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร  กล่าวว่า ในฐานะผู้รับผิดชอบต่อโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ย่านเกียกกาย ได้ลงนามขยายสัญญาว่าจ้างบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด ครั้งที่ 4 แล้ว เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ช่วงค่ำๆ หลังจากที่สัญญารอบที่ 3 จะสิ้นสุดลงวันที่ 15 ธ.ค.นี้ โดยการขยายสัญญาว่าจ้างรอบที่ 4 ซึ่งให้ระยะเวลา 382 วัน ตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค.2562 ถึงวันที่ 31 ธ.ค.2563 ซึ่งได้พิจารณาตามเหตุผลด้วยความเหมาะสม เพราะทางสำนักงานเป็นฝ่ายผิด ทั้งนี้ การพิจารณาขยายสัญญาให้ดังกล่าวไม่ได้ทำตามคำร้องขอจากบริษัทผู้รับจ้าง 100 เปอร์เซ็นต์
    นายสรศักดิ์กล่าวว่า กรณีที่นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นเรื่องให้ตรวจสอบการขยายสัญญาดังกล่าวกับนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ นั้น ตนไม่ทราบ ต้องสอบถามไปยังนายชวนว่าจะดำเนินการอย่างไรหรือไม่ ยืนยันว่าการพิจารณาดังกล่าวเป็นไปด้วยความเหมาะสม ส่วนรายละเอียดของเรื่องดังกล่าว ตนจะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนอีกครั้ง วันที่ 11 ธ.ค.นี้.


วันก่อน........ "เพนกวิน" โพสต์ "พวกเราไม่ใช่ 'เด็ก' ของใคร" หมายถึงที่ปลุกระดม "ล้มเจ้า" ไม่มีใครอยู่เบื้องหน้า-เบื้องหลัง พวกเขาคิดกันเอง-ทำกันเอง ว่างั้น!

ใครทน 'ธรรมศาสตร์ไม่ทน'?
สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส
"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน