'เจ้าพ่อ-เจ้าแม่' เฟกนิวส์


เพิ่มเพื่อน    

               ไว้อาลัยแด่นักการเมืองรุ่นใหม่!

                คงติดโรคมาจากเมื่อครั้งเป็นพิธีกรข่าวโอ๊คทีวี

                พักหลัง ช่อ-พรรณิการ์ วานิช ถึงได้เปิดโรงน้ำแข็งหลอดรายวัน

                นี่...ชอบกล่าวหาคนอื่นว่า ปล่อยเฟกนิวส์ 

                แต่เท่าที่ฟัง "ช่อ" แถลงข่าว เฟกนิวส์กระจายอยู่บ่อยครั้ง

                ทำไปเพื่ออะไร?

                นักการเมืองรุ่นใหม่ ควรจะยืนหยัดอยู่บนข้อมูลข่าวสาร ยึดเอาหลักฐาน เอกสาร ที่ถูกต้อง มานำเสนอต่อสาธารณะ

                ไม่ใช่คิดเข้าข้างตัวเอง แล้วสรุปว่า ตัวเองถูกต้องทุกเรื่อง

                ลองกลับไปดูซิ ตั้งแต่เล่นการเมืองมาจนถึงวันนี้ "ช่อ" เคยยอมรับว่าตัวเองทำอะไรผิดบ้าง

                จำได้หรือเปล่า ภาพที่เขียนกำกับว่า "ไม่ควรมีคำบรรยาย"

                วันนั้น "ช่อ" แก้ตัวว่าอะไร

                "ช่อยอมรับว่าภาพการประชดล้อเลียนกระแสความเกลียดชังจากการล่าแม่มดของนิสิตนักศึกษาจำนวนมาก รวมถึงภาพภาพนี้ ดูไม่เหมาะสม และต้องขออภัยอย่างสูงต่อประชาชนที่เห็นภาพนี้แล้วเกิดความไม่สบายใจ

                แต่สิ่งที่ช่ออยากให้ทุกท่านตระหนักเช่นกัน คือสังคมการเมืองไทยกำลังทำให้คนหนุ่มสาวในรอบสิบกว่าปีมานี้เติบโตมาพร้อมคำถามมากมายกับการใช้สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นเครื่องมือทางการเมืองทำลายล้างกัน"

                ครับ...เธอขออภัย

                แต่ไม่มีข้อความท่อนไหน ที่สื่อให้เห็นว่า เป็นการทำผิดต่อสถาบันที่คนไทยส่วนใหญ่เคารพรัก และบูชา

                หนำซ้ำโยนใส่สังคมที่มีความขัดแย้ง ว่าคือสาเหตุทำลายล้างกัน

                แล้ว "ช่อ" ก็ใช้วิธีเงียบหายไปจากสังคม

                ปล่อยให้เวลาจัดการกับความไม่พอใจของสังคม

                หวังว่าเมื่อมีสถานการณ์ใหม่ ผู้คนจะลืมเรื่องนี้ไปเอง

                ก็ขุดคุ้ยมาอีกที เผื่อหลายๆ คนจะลืมไปแล้ว

                ก่อนนั้นไม่กี่วัน "ช่อ" นำทีม ๔ ส.ส.พรรคแถลงข่าวว่ามีพรรคอื่นตีท้ายครัวซื้อตัว ส.ส.

                นั่นคือปฐมบทของงูเห่าสีส้ม

                "ช่อ" จำคำพูดตัวเองได้มั้ย ที่บอกว่า

                ".......กระบวนการของการเสนอซื้องูเห่านั้น มีหลายรูปแบบทั้งเสนอเงินหรือตำแหน่ง หรือมีการคุกคามถึงชีวิต ทั้งทางตรงและทางอ้อม

                จึงอยากขอให้สื่อมวลชนติดตามพรรคการเมืองเหล่านี้ว่านำเงินมาจากไหน

                ขณะเดียวกันยังพบข้อมูลว่า กลุ่มทุนใหญ่ที่มีส่วนได้เสียกับผู้มีอำนาจ ก็มีส่วนเกี่ยวข้อง จึงอยากตั้งคำถามว่ามันผิดกฎหมายหรือไม่

                พรรคอนาคตใหม่ยืนยันว่าการปักธงประชาธิปไตย ต้องใช้ความร่วมมือจากทุกพรรค เพื่อล้มล้างวัฒนธรรมการซื้องูเห่า

                และร่วมกันเร่งตั้งรัฐบาลเพื่อสะสางความทุกข์ยากของประชาชนที่ยืดเยื้อมากว่า ๕ ปี....."

                วันนั้นออกข่าวกันครื้นเครง แต่งูเห่าดันราคาไม่เท่ากัน

                "อนาวิล รัตนสถาพร" ส.ส.ปทุมธานี ราคา ๓๐ ล้านบาท ติดต่อมาครั้งที่สองให้ ๖๐ ล้านบาท

                "เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร" ส.ส.กทม. ราคา ๓๐ ล้านบาทแต่ปฏิเสธไป ทำให้ค่าตัวพุ่ง เป็น ๑๒๐ ล้านบาทขาดตัว

                "ฐิตินันท์ แสงนาค" ส.ส.ขอนแก่น ราคาแรกแค่ ๕ ล้านบาท หลังโหวตให้ "บิ๊กตู่" เป็นนายกฯ จะได้ก้อนโต ๗๕ ล้านบาท

                รับเงินเดือน เดือนละ ๒ แสนบาท

                "ทองแดง เบ็ญจะปัก" ส.ส.สมุทรสาคร จ่ายค่าหัวราคาแรก ๒๕ ล้านบาท สุดท้ายค่าตัวพุ่งไปถึง  ๗๕  ล้านบาท

                ใครเชื่อ....สุนัขออกลูกเป็นลิง

                เมื่อคราวโหวตเลือกนายกฯ ๒๕๐ ส.ว.เขาเทให้ "บิ๊กตู่" อยู่แล้ว บวกกับเสียงจากพรรคร่วมรัฐบาลมันเกินพอไปเยอะ

                สุดท้ายมันคือเฟกนิวส์ "เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร" บอกว่าค่าตัว ๑๒๐ ล้านลงมาเหลือ ๑๐ ล้าน และไม่มีสักบาท เพราะคนติดต่อซื้อตัวเงียบหายไป

                มันคืออะไร ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ไม่เห็น "ช่อ" พูดเรื่องค่าตัว ส.ส.ที่มากเกินพอใช้หนี้พรรคอนาคตใหม่ ให้ "ธนาธร" ได้

                เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

                แล้วก็เอาอีก จากเอกสาร กกต. "ช่อ" มโนไปไกลลิบ

                บนพื้นฐาน อนาคตใหม่ ไม่เคยทำอะไรผิด

                คดีธนาธรปล่อยให้พรรคอนาคตใหม่กู้ "ช่อ" กล่าวหา กกต.ไว้หลายเรื่อง บางเรื่องฟ้องหมิ่นประมาทได้ เช่นว่า....

                กกต.มีธง

                ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

                รวบรัดตัดความทำคดี

                ทำเอกสารชี้นำ

                อนุกรรมการยังสอบไม่เสร็จกลับส่งเรื่องสู่ศาลรัฐธรรมนูญแล้ว

                ให้ยุบพรรคอนาคตใหม่

                ให้ตัดสิทธิ์ทางการเมือง ธนาธร และกรรมการบริหารพรรค

                แล้วสรุปว่ามีใบสั่งการเมือง

                ใบสั่งมีมากกว่า ๑ ใบ

                ทั้งเฟกนิวส์ และไอโอ

                พักหลังสังเกตดีๆ พรรคอนาคตใหม่แทบไม่พูดเรื่องรายละเอียดของคดีกันแล้ว ปล่อยเฟกนิวส์เล่นกับมวลชนเสียมากกว่า

                เขาให้ส่งเอกสารเพิ่มก็อ้างว่าส่งไม่ทัน

                แล้วสรุปว่าถูกกลั่นแกล้งโดยผู้มีอำนาจ

                โดยคนคนนั้น

                สุดท้ายก็เสียสุนัข............

                กรณีเงินกู้พรรคอนาคตใหม่ กกต.เขาทำตามหน้าที่ ตามขั้นตอน ทำเป็นเอกสารร่ายยาว ๕ ข้อดังนี้             ..........๑.ตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาด ปี ๒๕๖๑ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องมีความเห็นในสำนวนการสืบสวนเพื่อเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง

                ซึ่งกรณีนี้เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีความเห็นเมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๖๒ ตามที่ปรากฏเป็นข่าวข้างต้น โดยการเสนอความเห็นในสำนวนเป็นไปตามขั้นตอนของระเบียบ ไม่ใช่การชี้นำในสำนวนการสืบสวนแต่อย่างใด

                ๒.เมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๖๒ พันตำรวจเอก จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้แจ้งต่อสื่อมวลชนว่า กรณีพรรคอนาคตใหม่กู้ยืมเงินอยู่ในขั้นตอนของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยคำร้องและปัญหา หรือข้อโต้แย้งเพื่อพิจารณาและมีความเห็นเสนอต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งตามระเบียบต่อไป

                ๓.ในการตอบคำถามผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๖๒ และวันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๖๒ นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง ได้ให้ข้อเท็จจริงต่อสื่อมวลชนว่า เรื่องดังกล่าวอยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยคำร้องและปัญหาหรือข้อโต้แย้ง ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนของระเบียบและไม่ได้มีการเร่งรัดแต่อย่างใด โดยคณะอนุกรรมการฯ ได้ขอเอกสารจากพรรคอนาคตใหม่ เพื่อประกอบการพิจารณาแต่พรรคอนาคตใหม่ไม่ได้จัดส่งเอกสารตามที่ขอ คณะอนุกรรมการฯ จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเท่าที่มีอยู่ เพื่อจัดทำความเห็นเสนอต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาตามระเบียบต่อไป

                ๔.ภายหลังจากที่คณะอนุกรรมการวินิจฉัยคำร้องและปัญหาหรือข้อโต้แย้งได้พิจารณาและมีความเห็น และมีการเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งแล้ว คณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีมติเมื่อวันจันทร์ที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ให้หมายเรียกขอเอกสารที่คณะอนุกรรมการวินิจฉัยคำร้องและปัญหาหรือข้อโต้แย้งเคยขอจากพรรคอนาคตใหม่ แต่พรรคอนาคตใหม่ได้จัดส่งเอกสารที่ขอให้บางส่วนและขอขยายเวลาการจัดส่งเอกสารที่ยังไม่ได้จัดส่งออกไปอีก ๑๒๐ วัน

                ๕.คณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้มีมติเมื่อวันอังคารที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ให้หมายเรียกขอเอกสารที่พรรคอนาคตใหม่ยังไม่ได้จัดส่งอีกครั้ง โดยให้พรรคอนาคตใหม่จัดส่งเอกสารภายในวันที่ ๒  ธันวาคม ๒๕๖๒ หากพรรคอนาคตใหม่ไม่จัดส่งเอกสารภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ถือว่าพรรคอนาคตใหม่ไม่ติดใจที่จะส่งเอกสารตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งร้องขอ และจะพิจารณาเอกสารเท่าที่มีอยู่

                ดังนั้น การดำเนินการของคณะกรรมการการเลือกตั้งเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องทุกขั้นตอน และให้โอกาสผู้ที่เกี่ยวข้องตามควรแก่กรณี ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการในเรื่องนี้มาเป็นลำดับปรากฏตามเอกสารแนบนี้ โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งมิได้มีความเห็นตั้งแต่วันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๖๒ ตามที่มีการกล่าวอ้าง และไม่ได้มีเหตุจูงใจทางการเมืองแต่อย่างใด.......

                มันคือไทม์ไลน์ มีความชัดเจนเป็นขั้นเป็นตอน

                ไม่มีตรงไหนที่ กกต.รวบรัด เร่งรีบเพื่อจะเล่นงาน "ธนาธร" และพรรคอนาคตใหม่

                จะมีก็ตรงที่พรรคอนาคตใหม่ ไม่ให้ความร่วมมือ ยื้อเรื่องส่งเอกสาร

                มันเหมือนกรณี "ธนาธร" ขอขยายเวลายื่นเอกสารเพิ่มในคดีถือหุ้นสื่อ ทั้งๆ ที่คุยโม้โออวดว่ามีหลักฐานครบจบได้ทันที

                แล้วไปพูดในศาลว่าจำไม่ได้ ไม่รู้เรื่อง

                ไปเกณฑ์ทหารก็อวดอ้างว่า เดินไปจับใบดำใบแดงกับมือ

                ที่ไหนได้ กองทัพบกไปรื้อข้อมูลเก่าปี ๒๕๔๔ ปีนั้นเขตประเวศที่ "ธนาธร" ไปเกณฑ์ทหาร มีชายไทยใจแกร่งเขาสมัครเต็มจำนวนซะก่อน

                แล้วจับใบดำใบแดงหาแมวอะไร

                ครับ...ทั้งหมดนี้คือพฤติกรรมของคนที่บอกกับสังคมว่าเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่

                จะมาสร้างสังคมใหม่...ด้วยเฟกนิวส์.

 ผักกาดหอม

 

 


๑๔ ตุลา ๑๖ ๖ ตุลา ๑๙ พฤษภาทมิฬ ๓๕ ผมเห็นมาทุกม็อบ เข้าไปอยู่ในม็อบก็มี

เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส
"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ
'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ