เตือนฝุ่นจิ๋วกลับมา กทม.พุ่งสูงถึง79


   


    อากาศนิ่ง มลพิษจากไอเสียรถ ทำฝุ่นจิ๋วท่วมกรุงและปริมณฑลอีกรอบ อำเภอเมืองสมุทรสาครเข้าขั้นวิกฤติสูงถึง 99 ไมโครกรัม รองลงมาคือริมถนนกาญจนาภิเษก 79 เขตภาษีเจริญ และเขตบางเขนตามลำดับ เตือนประชาชน โดยเฉพาะผู้ป่วย เด็ก คนแก่ ดูแลสุขภาพ
    กรมควบคุมมลพิษรายงานผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประจำวันที่ 12 ธันวาคม 2562 เวลา 07.00 น. จำนวน 46 สถานี ตรวจวัดค่าได้ระหว่าง 34-99 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ พบค่าฝุ่นละออง PM 2.5 เกินมาตรฐาน จำนวน 39 สถานี สูงสุดที่สถานีตำบลมหาชัย อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร 99 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร รองลงมาริมถนนกาญจนภิเษก 79 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร, เขตภาษีเจริญ 76 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร, บางเขน 75 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ขอเตือนประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวควรเฝ้าระวังสุขภาพ ลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง และติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองอย่างใกล้ชิด
    ทั้งนี้ ปัจจัยที่ส่งผลกับปริมาณการสะสมของฝุ่นละออง เนื่องจากสภาพอากาศในพื้นที่ กทม. ลมอ่อนในหลายพื้นที่และมีลมสงบในบางพื้นที่ การจราจรมีรถหนาแน่นและติดขัดในบางส้นทางต่อเนื่อง การคาดการณ์โดยใช้แบบจำลอง WRF-CHEM ในระหว่างวันที่ 12-14 ธันวาคม 2562 ฝุ่นละอองในภาพรวมมีโอกาสพบมีค่าสูงเกินกว่ามาตรฐาน พื้นที่เฝ้าระวังกรุงเทพฯ เหนือ กรุงเทพฯ กลาง กรุงธนฯ ใต้ จังหวัดสมุทรสาครบางพื้นที่ และจังหวัดสมุทรปราการบางพื้นที่
    โดยกรมควบคุมมลพิษจะรายงานสถานการณ์และแจ้งประสานข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการควบคุม กำกับ ดูแลในภารกิจตามมาตรการ ภายใต้แผนปฏิบัติการ ขับเคลื่อนวาระแห่งชาติอย่างเร่งด่วน เพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองให้กลับสู่สถานการณ์ปกติ อย่างไรก็ตาม ขอความร่วมมือประชาชนและผู้ประกอบการงดใช้รถยนต์ รถโดยสารควันดำอย่างเด็ดขาด งดการเผาในที่โล่งทุกประเภท รวมถึงควบคุมกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดฝุ่นละออง
    นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า จากการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล โดย คพ.ร่วมกับ กทม.พบว่า ปริมาณฝุ่นละออง PM 2.5 ตรวจวัดได้ระหว่าง 34-99 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ค่ามาตรฐาน 50 มคก./ลบ.ม. คุณภาพอากาศอยู่ในระดับคุณภาพดีถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ เกินเกณฑ์มาตรฐาน 42 สถานี
    โดยค่าฝุ่นละออง PM 2.5 สูงเกินมาตรฐานในระดับวิกฤติสีแดง 1 พื้นที่ คือบริเวณ ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร 99 มคก./ลบ.ม. นอกจากนี้มีพื้นที่ฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน ได้แก่ แขวงหิรัญรูจี เขตธนบุรี กรุงเทพฯ, ริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ, แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ, แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ, ริมถนนอินทรพิทักษ์ เขตธนบุรี กรุงเทพฯ, ริมถนนลาดพร้าว เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ, ริมถนนดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ, แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ, ต.นครปฐม อ.เมือง นครปฐม, ต.บางกรวย อ.บางกรวย นนทบุรี, ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด นนทบุรี, ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง ปทุมธานี, ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง สมุทรปราการ, ต.บางโปรง อ.เมือง สมุทรปราการ, ต.ปากน้ำ อ.เมือง สมุทรปราการ, ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน สมุทรสาคร เป็นต้น
    สำหรับฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) ตรวจพบค่าระหว่าง 65-153 มคก./ลบ.ม. เกินมาตรฐานที่บริเวณ ที่บริเวณ ต.นครปฐม อ.เมือง นครปฐม, ต.มหาชัย อ.เมืองสมุทรสาคร
    นายประลองกล่าวว่า ขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวควรเฝ้าระวังสุขภาพ ลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง และติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองอย่างใกล้ชิด คพ.จะรายงานสถานการณ์และแจ้งประสานข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการควบคุม กำกับ ดูแล ในภารกิจตามมาตรการ “ภายใต้แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ” อย่างเร่งด่วน
    ด้านสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. สรุปผลการตรวจวัด PM 2.5 ช่วงเวลา 10.00-12.00 น. ตรวจวัดได้ 48-73 มคก./ลบ.ม. ค่าเฉลี่ย 58 มคก./ลบ.ม. ค่า PM 2.5 มีแนวโน้มลดลง แต่มีค่าเกิน อยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ จำนวน 22 เขต ได้แก่ เขตสัมพันธวงศ์ เขตพญาไท เขตวังทองหลาง เขตปทุมวัน เขตบางคอแหลม เขตยานนาวา เขตจตุจักร เขตบางกะปิ เขตลาดกระบัง เขตธนบุรี เขตคลองสาน เขตบางกอกน้อย เขตภาษีเจริญ เขตบางเขน เขตบางพลัด เขตบางขุนเทียน เขตพระนคร เขตสาทร เขตคลองเตย เขตบางซื่อ เขตหลักสี่ และเขตบึงกุ่ม
    นายแพทย์สุขสันต์ กิตติศุภกร รอง ผอ.สำนักการแพทย์ รักษาราชการแทน ผอ.สำนักการแพทย์ กล่าวว่า ได้สั่งการให้ทุกโรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์เฝ้าระวัง รวมถึงการดำเนินการวินิจฉัยและให้การรักษาที่ถูกต้องตามแนวทางการรักษาโรค พร้อมรายงานสถิติผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ฝุ่นละออง นอกจากนี้ได้ติดสปริงเกลอร์บนชั้นดาดฟ้าของอาคารโรงพยาบาลในสังกัด เพื่อฉีดพ่นละอองน้ำลดภาวะฝุ่นละอองในบริเวณพื้นที่โรงพยาบาลในช่วงที่มีการรายงานค่าฝุ่นละอองสะสมเพิ่มขึ้นจนอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ รวมถึงเตรียมหน้ากากอนามัยเพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชน ทั้งนี้ จะประสานความร่วมมือกับกรมการแพทย์จัดอบรมให้กับเจ้าหน้าที่สายด่วนสุขภาพ และเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ BFC : Bangkok Fast & Clear ศูนย์บริหารราชการฉับไว ใสสะอาด ของแต่ละโรงพยาบาลในสังกัดด้วย.


ผมว่านะ............ คนอย่างนาย "ปิยบุตร แสงกนกกุล" นี่ นอกจากสงสัยกันว่า จบดอกเตอร์ทางกฎหมาย เป็นถึงระดับรองศาสตราจารย์มาได้อย่างไรแล้ว เขายังสงสัยกันอีกว่า.........

ประชาธิปัตย์ 'ก่อนศตวรรษ'?
ยำใหญ่ “ใส่ไข่” นายกฯประยุทธ์
'ผีบุญ' แนวทางศึกษา 'ทอน'
ประเดิมศกด้วย"ศึก ๒ สวน"
'ตำรวจกับผู้ร้ายในชีวิตจริง'
จากตะวันออกกลางสู่ปทุมวัน