'บิ๊กป้อม'สั่งคุมเข้มปีใหม่-ห้ามนั่งท้ายกระบะยังแค่ขอความร่วมมือ


เพิ่มเพื่อน    

แฟ้มภาพ

16 ธ.ค.62-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวหลังประชุม VTC กับฝ่ายความมั่นคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกจังหวัด เตรียมความพร้อมมาตรการลดอุบัติเหตุบนท้องถนนและดูแลความปลอดภัยประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่ต่อเนื่องกันไปว่า การประชุมในวันนี้เนื่องจากเราต้องการไม่ให้มีคนบาดเจ็บและเสียชีวิตและกำชับหน่วยงานได้เตรียมการดูแลความปลอดภัยและทรัพย์สินของประชาชนในทุกๆเรื่อง ทั้งโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจ 

"การประชุมวันนี้เป็นการประชุมทั้งประเทศ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเข้าร่วมประชุมทางไกล ซึ่งได้กำชับให้ดูแลในทุกๆเรื่องโดยเฉพาะให้เปรียบเทียบตัวเลขการเกิดอุบัติเหตุและการสูญเสียในปี 2563 ว่าจะเพิ่มขึ้นหรือไม่"

ถามถึงเรื่องการนั่งท้ายรถกระบะ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก็ขึ้นอยู่กับประชาชนที่จะให้ความร่วมมือหรือไม่ ในขณะที่เจ้าหน้าที่ก็มีความพร้อมในการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนอยู่แล้ว และก็ไม่ได้มีการหยุดพัก ในส่วนของทหารก็มีการเปิดค่ายทหารในการอำนวยความสะดวกจุดพักรถให้ประชาชนเหมือนเดิมรวมถึงมาตรการเมาแล้วขับจับยึดรถก็ยังคงบังคับใช้

ด้านพล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกประจำรองนายกนัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุมรับทราบรายงานความพร้อมของเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ชลบุรี นครราชสีมาและนครศรีธรรมราช โดยพล.อ.ประวิตรกำชับ ขอให้ฝ่ายข่าว เพิ่มความเข้มงานการข่าวในทุกมิติและจับตากลุ่มเสี่ยงที่อยู่ในข่ายและอาจเป็นปัญหาความมั่นคงปลอดภัยของประชาชนทั้งภายในและนอกประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่เมืองใหญ่และในพื้นที่ภาคใต้ เครือข่ายนิยมความรุนแรง กลุ่มก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ การแสวงประโยชน์จากการลักลอบค้ามนุษย์และสินค้าผ่านแดน การเคลื่อนย้ายยาเสพติดและอาวุธสงคราม เป็นต้น

"ขอให้หน่วยงานความมั่นคงในทุกจังหวัด ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท ประสานการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดทั้งมาตรการป้องกันและแก้ปัญหาตั้งแต่พื้นที่ชายแดนเข้ามาถึงพื้นที่ชั้นใน โดยให้ร่วมหารือและปรับแผนเผชิญเหตุให้สามารถตอบสนองอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้นในภาพรวม พร้อมทั้งให้สำรวจความพร้อมของกำลังคนและนำเทคโนโลยีเฝ้าตรวจมาเสริมให้เพียงพอกับการดูแลความปลอดภัยของประชาชนให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยเฉพาะสถานที่และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่ประชาชนรวมตัวกันเป็นจำนวนมาก พื้นที่จัดงานปีใหม่ รวมทั้งชุมทางคมนาคมทั้ง ทางบก ทางน้ำและทางอากาศ ทั้งนี้ให้มีแผนรองรับปัญหาอัคคีภัยควบคู่กันไป"

พล.ท.คงชีพ กล่าวว่า สำหรับการป้องกันและลดอุบัติเหตุบนท้องถนน พล.อ.ประวิตรได้กำชับขอให้นำสถิติอุบัติเหตุทั้งปีที่ผ่านมา ทั้งพื้นที่ สาเหตุและปัญหาที่เกิดขึ้นมาเป็นบทเรียนปรับแผนและเตรียมความพร้อมให้ครอบคลุมทั้งมาตรการป้องกันและแก้ปัญหาอุบัติเหตุ โดยขอให้กระทรวงคมนาคม คุมเข้มบังคับใช้กฎหมายและสำรวจความพร้อมยานพาหนะสาธารณะทั้งทางบก น้ำและอากาศ ความพร้อมของเส้นทาง แสงสว่างและเครื่องหมายจราจร รองรับการเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่ยวในทุกเส้นทาง และกำชับขอให้ตำรวจทางหลวงดูแลในเส้นทางหลัก กระทรวงมหาดไทยดูแลในเส้นทางหลวงชนบทภาพรวม พร้อมทั้ง ขอให้กระทรวงสาธารณสุข เตรียมความพร้อมของโรงพยาบาลและการส่งกลับ เพื่อลดการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น

นอกจากนี้ได้ย้ำขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพิ่มความเข้มบังคับใช้กฎหมายจราจรในห้วง 7 วันอันตรายอย่างจริงจัง โดยเฉพาะสาเหตุหลักของอุบัติเหตุ คือ เมาแล้วขับ ขับรถเร็วและการไม่สวมหมวกกันน็อค พร้อมกำชับให้ดำรงความต่อเนื่องในการดูแลความปลอดภัยของประชาชนในทุกท้องที่ โดยให้ดำเนินการตามแผนกวาดล้างอาชญากรรมต่อเนื่องกันไปและขอให้ทุกฝ่ายทำงานร่วมกับจิตอาสาอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ จำเป็นต้องรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนและปรับปรุงการทำงานในพื้นที่ร่วมกันไป พร้อมทั้งต้องสร้างการตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการเฝ้าระวังและดูแลกันเอง ทั้งการป้องกันอุบัติเหตุในครอบครัวและการดูแลความปลอดภัยภายในชุมชน.


นักข่าวนี่....ก็นะ น่าจะเปลี่ยน "ซิมสมอง" ซะมั่ง ทำเป็นหุ่นยนต์ "โปรแกรมสำเร็จรูป" ไปได้ อภิปรายไม่ไว้วางใจเสร็จปุ๊บ ต้องปรี่ถามนายกฯ ปั๊บ "ปรับ ครม.มั้ยคะ?"

บุญทาน "คุ้มบ้าน-คุ้มเมือง"
'เรื่องนักเรียนกับคนบ้าข่าว'
มหกรรม 'มหา'ลัย' แข่งติด #
ผ่ายุทธการอรุณรุ่งริ่ง
'สิ้นสุดทางคุก' ของ ๓ มะกอก
จบที่ 'ไม่ยอมจบ' ของทอน