นายกฯย้ำทุกฝ่ายต้องเอาจริงป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน


เพิ่มเพื่อน    

16 ธ.ค.62-ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานเปิดโครงการเสริมสร้างการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในระดับพื้นที่ พร้อมกล่าวมอบนโยบายว่า รัฐบาลให้ความสำคัญในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ซึ่งถือเป็นปัญหาที่นำมาซึ่งความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินอย่างประเมินค่าไม่ได้ และเป็นโศกนาฏกรรมของสังคมไปถึงระดับชาติ ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เราจึงต้องช่วยแก้ปัญหา โดยรัฐบาลให้ความสำคัญในป้องกันความปลอดภัยบนท้องถนนแบบองค์รวม ไม่ใช่ให้เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตามเมื่อที่ 15 ธ.ค. ตนได้ไปเปิดถนนคนเดินสีลมและถนนเยาวราช ได้เห็นรอยยิ้มและเห็นความสุขของประชาชน จึงอยากให้คนไทยมีรอยยิ้มตลอดทั้งปีในทุกวาระ ที่ผ่านมารัฐบาลและหน่วยงานต่างๆได้มีมาตรการออกมาอย่างเข้มงวดแต่สิ่งสำคัญอย่างเดียวคือคน ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ขณะที่เจ้าหน้าที่เป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย ซึ่งหากบังคับใช้กฎหมายมากๆ ก็จะมีผลกระทบกับทุกคน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ภายใต้ปฏิญญามอสโก ได้ตั้งเป้าลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนให้ต่ำกว่า 10 คนต่อประชากร 1 แสนคน ภายในปี 2563 ซึ่งในระยะเวลาที่กำหนดตนอยากให้ลดให้เร็วที่สุด ให้เหลือศูนย์ให้ได้ โดยมีความกังวลหากมีคนเจ็บ คนตาย และมีความสูญเสียเกิดขึ้น ดังนั้นทุกคนไม่ว่าทำอะไรก็ตามอย่าให้เกิดผลกระทบต่อคนอื่น ขณะเดียวกันตนตั้งเป้าอยากให้รักษาความปลอดภัยให้ได้ตลอดทั้งปี ทั้งในช่วงปกติและเทศกาลสำคัญ ไม่ต้องการให้มีการเจ็บการตายทั้งสิ้น สิ่งสำคัญที่สุดอยู่ที่ทุกคนในการสร้างการรับรู้และสร้างจิตสำนึกให้มีความรับผิดชอบในภาพรวมทั้งต่อตนเอง สังคมและประเทศชาติ อีกทั้งในช่วงเทศกาลขอให้คำนึงถึงเจ้าหน้าที่ที่ต้องมาประจำด่านตรวจต่างๆ

"จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนที่ผ่านมาพบว่า กลุ่มผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เกิดอุบัติเหตุในเส้นทางถนนท้องถิ่น ตำบลและหมู่บ้าน จึงจำเป็นต้องใช้กลไกในระดับพื้นที่ และต้องได้รับความร่วมมือจากท้องถิ่นสนับสนุนการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนน ซึ่งถือเป็นงานหนักทั้งสิ้น ทั้งนี้ตนอยากให้แก้ปัญหาให้เร็วสุด เพื่อขอเป็นของขวัญในปีนี้และปีต่อๆไป ลดให้ได้มากกว่าปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามเทศกาลวันแห่งความสุขทุกคนควรมีความสุข สิ่งที่หลายคนลืมคือไม่นึกถึงคนอยู่ข้างหลัง ไม่ระมัดระวังตัวเองและคึกคะนอง ดังนั้นทำอย่างไรไม่ให้เกิดอุบัติเหตุทางถนนขึ้นมาอีก ทั้งนี้ปี 2562 มีกว่า 7 แสนคนที่บาดเจ็บสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน จึงเน้นย้ำขอให้ทุกคนมีวินัยการจราจรและเคารพกฎหมาย เพราะอุบัติเหตุบนท้องถนนสามารถป้องกันได้ ขอเน้นย้ำให้ทุกฝ่ายและทุกพื้นที่ถือความปลอดภัยบนท้องถนนเป็นนโยบายสำคัญรัฐบาล ขอให้ทุกจังหวัดกำกับดูแลศูนย์ความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างจริงจัง เพราะป้องกันดีกว่าแก้ไข"

นายกฯ กล่าวว่า ขณะที่รัฐบาลรับผิดชอบหลายเรื่อง ยืนยันจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด แต่ถ้าไม่ร่วมมือแก้ไขทุกอย่างกลับเหมือนเดิม กลับมาที่รัฐบาลรับผิดชอบ มันถูกหรือไม่ ดังนั้นทุกฝ่ายต้องรับผิดชอบร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาได้ทุกเรื่อง ขณะที่รถจักรยานยนต์รับจ้างก็จัดหาหมวกกันน็อคให้ลูกค้าและทำความสะอาดด้วย ไม่เช่นนั้นคนก็ไม่อยากไป จึงขอกำชับทุกฝ่ายและพื้นที่อย่าปล่อยให้บกพร่อง และอย่าอ้างว่าไม่มีงบประมาณ เพราะทุกอย่างอยู่ที่การเอาใจใส่ อีกทั้ง ผู้บังคับบัญชาทุกหน่วยงานก็ต้องรับผิดชอบ ลงไปดูในพื้นที่จริง ไปตรวจและติดตาม อย่าโยนให้เป็นหน้าที่ผู้ใต้บังคับบัญชาไปดูข้างล่างเพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกันขอให้ทุกจังหวัดทำแผนปฏิบัติการให้ชัดเจนและมีผลลัพธ์ที่ดีขึ้นทุกๆปี ทั้งนี้ช่วงหนึ่งนายกฯ กล่าวด้วยว่า ที่พูดเสียงดังไม่ได้โมโห ไม่ได้เครียด

"อยากให้เครือข่ายเมาไม่ขับ ไปดูเครือข่ายเมาแล้วขับด้วยว่ามีหรือไม่ เพราะบางคนไม่เมาเหล้าก็เมาความคิดที่คึกคะนอง อย่างไรก็ตามในช่วงสิ้นปีนี้ตนจะดูว่าอุบัติเหตุลดลงได้เท่าไหร่ และในปี 2563 ขอให้ลดลงให้ได้มากที่สุด และหวังว่าไม่มีใครตายอีกเลย แต่ไม่รู้ทำได้หรือไม่เพราะตนไม่ได้ขับรถไปกับท่าน ตำรวจก็ไม่ได้ขับรถไปด้วย ย้ำว่ากฎหมายมีไว้ป้องปราม วันนี้มีคนยุให้ทำผิดกฎหมาย จึงขออย่าให้ใครบิดเบือนให้ทำผิดกฎหมาย ซึ่งกฎหมายมีไว้ป้องกันไม่ใช่ปราบปราม ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการยุติธรรมทั้งสิ้นในทุกระดับ"

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ตนอยากให้ทำปฏิญญาไทยแลนด์ คือ ทุกคนต้องรักตัวเอง รักครอบครัว และรักคนอื่น ต้องรักสามอย่างนี้เท่ากันปัญหาก็จะไม่เกิด พร้อมสร้างชาติของเราให้เข้มแข็งในอนาคต ซึ่งตนมองว่าบางคนน่าจะทำประโยชน์ให้ประเทศได้อีกมากในอนาคต จึงไม่ควรมาบาดเจ็บสูญเสียไปก่อน เพราะอุบัติเหตุบนท้องถนน จึงต้องช่วยกันรักษาทรัพยากรมนุษย์ของเราให้ปลอดภัยด้วย ขณะเดียวกันขอให้ทุกคนคิดถึงเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทั้งทหาร ตำรวจ และพลเรือน ที่อยู่ภาคสนามและดูแลชายแดนไม่ได้กลับบ้าน เพื่อปกป้องพวกเราทุกคนให้ปลอดภัย

“การแก้ปัญหาอะไรก็ตามขึ้นอยู่คนไทยทุกคน ซึ่งทุกคนมีศักยภาพ มีอุดมการณ์ รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และรักครอบครัวเราเอง สิ่งเหล่านี้ลืมไปหรือไม่ ถ้าลืมต้องดึงกลับมา จะทำให้บ้านเมืองของเราปลอดภัยและสงบสุข ผมเข้าใจว่าไม่มีใครชอบให้บังคับใช้กฎหมาย ผมก็ไม่ชอบ แต่อยากให้เข้าใจว่ารัฐบาลมีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน โดยมีทั้งฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายตุลาการ นั่นคือการบริหารราชการแผ่นดิน ดังนั้นอย่ามองว่ารัฐบาลบังคับใช้เพียงอย่างเดียว รัฐบาลเพียงแต่ให้แต่ละหน่วยงานนำกฎหมายมาพิจารณาและบังคับใช้อย่างระมัดระวัง จึงเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเข้าใจและจะทำอย่างไรให้ประชาชนมีความสุข มีความปลอดภัย ซึ่งรัฐธรรมนูญเป็นกรอบกว้างๆแต่ทุกคนต้องเคารพกฎหมาย รวมทั้งพ.ร.บ.ต่างๆทั้งหมดด้วย ซึ่งความมุ่งหมายของเราคือการทำให้ประเทศชาติมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน อีกทั้งไม่ว่ากฎหมายอะไรก็ตามออกมาก็ต้องมีกฎหมายลูกตามมา สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความสงบสุขในแผ่นดินผืนนี้ ดังนั้นขอให้ทุกคนทำความเข้าใจให้ชัดเจนด้วย”
 


เอาละครับ..... นับจากวันนี้ (๘ ส.ค.๖๓) เป็นต้นไป ถึงสิ้นปี และมีความเป็นไปได้ ที่จะติดพันไปถึงต้นปีหน้า

"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ
'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'