คลังสวน 'เกศปรียา' ไม่เคยรีดภาษีผ้าอนามัย ย้ำใครอ่านข่าวแล้วเชื่อก็บ้าแล้ว


เพิ่มเพื่อน    


จากกรณีที่ น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวถึงกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตัดสินใจให้ผ้าอนามัยเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยและเก็บภาษีในอัตราสูง ตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.2562 นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมสรรพสามิตไม่เคยมีการจัดเก็บภาษีผ้าอนามัย ไม่เคยมีอยู่ในพิกัดภาษี และตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพสามิต ไม่เคยได้รับรายงานสักครั้งว่ามีเจ้าหน้าที่ไปตรวจจับโรงงานผ้าอนามัยเสียภาษีไม่ถูกต้อง โดยปัจจุบันผ้าอนามัยเสียแค่ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% เท่านั้น ไม่ได้มีการเสียภาษีสินค้าฟุ่มเฟือย หรือ มีเพดานการจัดเก็บภาษี 40% ตามที่ปรากฏเป็นข่าว

ทั้งนี้ สินค้าผ้าอนามัย ไม่ถือว่าเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย เนื่องจาก เป็นสินค้าที่มีความจำเป็น เป็นสินค้าที่สุภาพสตรีจำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน ดังนั้น ในนิยามการเสียภาษีสินค้าฟุ่มเฟือย คือ ถ้าไม่มีใช้ก็ไม่กระทบกับการใช้ชีวิตประจำวัน ถ้าส่งผลกระทบก็ให้ถือว่าเป็นสินค้าที่ไม่ฟุ่มเฟือย

“ต้องถามว่า ผ้าอนามัยไม่ใช้ได้ไหม ถ้าไม่ใช้ไม่ได้แล้วจะมันฟุ่มเฟือยได้อย่างไร ที่ผ่านมาไม่มีในพิกัดภาษีผ้าอนามัย ประชาชนเสียภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างเดียว เหมือนซื้อสินค้าอื่นๆ อยากจะรู้ว่า ข่าวนี้ใครคิด คิดได้อย่างไร ถ้าคนอ่านแล้วเชื่อก็บ้ากันไปใหญ่แล้ว”นายพชร กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.เกศปรียา ออกมาระบุว่า ผ้าอนามัยคือสินค้าจำเป็นกับการดำเนินชีวิตสตรี รัฐบาลควรจัดให้เป็นสินค้าปลอดภาษี หรือแจกฟรีในสถานศึกษาทั่วประเทศ ไม่ใช่มาจัดเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยที่สามารถเรียกเก็บภาษีได้ถึง 40% โดยไม่ควบคุมราคา ทำให้ในแต่ละเดือนประชากรสตรีต้องมีค่าใช้จ่ายในการในการซื้อผ้าอนามัยที่เป็นสินค้าจำเป็นต่อชีวิต 200- 400 บาทใกล้เคียงกับค่าแรงขั้นต่ำ
 


มีคนถาม........ กับเรื่องเหลวไหลไร้สาระ, นินทาว่าร้ายต่อกัน ทำไมสื่อจึงชอบนำเสนอ? ไม่เสนอเฉยๆ บางที ทำตัวเป็นบ่างช่างยุ เอาความทางนี้ ไปบอกทางโน้น "เสี้ยมให้ชนกัน" แล้วเก็บกากอารมณ์แต่ละฝ่ายปั่นเป็นข่าวขายความมันทางสะใจ

ลับแล "เมืองไทย" ในดรามา
ลิงในวิถีที่เหนือคณะก้าวหน้า
'เมย์เดย์..เมย์เดย์' คนเห็นผี!
'การเมืองหน้ากาก' ไทย-สหรัฐฯ
'การเมือง' ที่ไม่มี 'วันพระ'
'การอยู่-การไป' ของสมคิด