
แฟ้มภาพ
3 ก.ค.64 - น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง รองเลขาธิการพรรคเพื่อชาติ เปิดเผยว่า ในที่สุดเวลาก็เปิดเผยความจริงและความสามารถของรัฐบาลเผด็จการทหารซ่อนรูปในเสื้อคลุมประชาธิปไตยปาหี่ ที่ร่างรัฐธรรมนูญเพื่อความต้องการอยู่ในอำนาจตลอดกาลของตนเอง โดยไม่ได้พิจารณาความสามารถตนเองในการบริหารจัดการเพื่อผลประโยชน์ของชาติและประชาชน ก่อนหน้านี้ไม่มีสถานการณ์โรคระบาด รัฐบาลทหารก็ใช้การโฆษณาชวนเชื่อว่า ตนเองมีความสามารถ ถึงขั้นออกมาโวช่วงแรกๆ ที่แย่งชิงอำนาจมาจากประชาชนว่า บริหารประเทศไม่เห็นยาก แต่ประชาชนฐานรากของประเทศรับรู้มานานมากกว่า 4 ปี แล้ว ว่า ถ้าให้รัฐบาลทหารอยู่ต่อไปพวกเค้าจะอดตาย แต่ในช่วงนั้นพวกชนชั้นกลาง มนุษย์เงินเดือนยังไม่ได้รับผลกระทบ เสียงบ่นของกลุ่มฐานรากยังดังไม่พอ
พอสถานการณ์โรคระบาด โควิด 19 ปรากฏขึ้น เมื่อปลายปี 2562 ทั้งประเทศตาสว่างเริ่มเห็นความสามารถ และวิธีคิดที่มองออกจากตนเอง ประเมินว่าตนเองเหนือกว่าประชาชนของรัฐบาล ความผิดพลาดจากการบริหารงานไม่เคยพิจารณาตนเอง โยนความผิดให้ประชาชนและคนอื่น บริหารสถานการณ์โรคระบาดโดยเอาผลประโยชน์ส่วนตนเองเป็นที่ตั้ง เริ่มจากล็อคดาวน์ประเทศเป็นเวลายาวนาน เพื่อหลีกเลี่ยงม๊อบขับไล่รัฐบาล รักษาอำนาจตนเองเป็นหลัก แต่ไม่คำนึงถึงภาวะเศรษฐกิจของประชาชนทั้งประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการล็อคดาวน์ สร้างคนจนเพิ่มขึ้นสูงสุดในอาเซียนต่อมาบริหารจัดการวัคซีนผิดพลาด วัคซีนขาดแคลน โดยนำภาษีของประชาชนทั้งประเทศหลายหมื่นล้านไปซื้อของราคาสูงคุณภาพต่ำ มาฉีดให้ประชาชน ซึ่งทำให้คุณภาพชีวิตประชาชนไทยต่ำกว่าสัตว์เดรัจฉาน อย่าง สัตว์เลี้ยง ไก่ เป็ด หมา แมว ที่เจ้าของสัตว์มีสิทธิ์เลือกวัคซีนให้สัตว์ของตนเอง แต่ประชาชนไทยไม่มีเสรีภาพในการเลือกวัคซีน ต้องทนเป็นหนูทดลองวัคซีนให้รัฐบาลที่ไม่สามารถตัดสินใจจัดหาวัคซีนที่ประสิทธิภาพป้องกันโรคและคุณภาพอันดับต้นๆ ให้ประชาชนได้ ข้อผิดพลาดครั้งนี้เป็นความผิดที่ร้ายแรงและอำมหิตมาก เพราะเป็นการฆ่าคนไทยทางอ้อม
ข้อผิดพลาดจากการบริหารจัดการอีกประการ คือ เมื่อกรุงเทพมหานครมีผู้ติดเชื้อจำนวนมากจนสถานพยาบาลรับไม่ไหว รัฐบาลก็ตัดสินบริหาร แบบนำโครงการแพร่เชื้อเพื่อชาติ มาบริหารสถานการณ์โรคระบาด โดยปิดล็อคกรุงเทพมหานคร ปิดกิจการที่มีผู้ติดเชื้อสูงอย่างก่อสร้างเพื่อให้แรงงานเดินทางกลับบ้าน จะได้ไปเผยแพร่เชื้อที่จังหวัดที่แรงงานเดินทางกลับไป อีกกรณีที่ทำให้สถานการณ์โรคระบาดรุนแรงขึ้นของโครงการแพร่เชื้อเพื่อชาติ คือ วัคซีนขาดแคลนทำให้ไม่สามารถส่งวัคซีนไปต่างจังหวัดที่จะมีแรงงานสุ่มเสี่ยงติดเชื้อเดินทางกลับไปได้
น.ส.เกศปรียากล่าวว่า ความผิดพลาดในการบริหารจัดการโรคระบาดของรัฐบาลที่เห็นแก่อำนาจตนเองนี้ ส่งผลให้ไทยมียอดผู้ติดเชื้อรายวันเป็นอันดับหนึ่งของโลกในวันที่ 2 กรกฎาคม 2564 ต้องปรบมือรัวๆ ให้กับวิธีการบริหารยอดแย่ของรัฐบาลนี้ นอกจากไร้ความสามารถในการบริหารแล้ว เวลาที่ประเทศไทยเสียไปกว่า 7 ปี ความสูญเสียทางเศรษฐกิจและการเสียโอกาสของประเทศ ทำให้ประชาชนเห็นความจริงว่า รัฐบาลนี้ดูแคลนประชาชน มองว่าประชาชนผู้จ่ายภาษีเงินเดือนให้พวกรัฐบาล คือ คนละระดับกับพวกรัฐบาล กฏหมายทุกอย่างที่บังคับใช้กับประชาชนรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีไม่ปฏิบัติตาม เช่น กรณีคณะรัฐมนตรีไปภูเก็ตทั้งคณะ ไม่มีใครใส่หน้ากากอนามัยที่มีกฏหมายบังคับให้ประชาชนทุกคนสวมใส่ แต่คณะรัฐมนตรีหัวเราะร่วนโดยไม่มีหน้ากากอนามัย หรือว่ากำลังหัวเราะเยาะประชาชนที่กำลังร้องไห้ด้วยความทุกข์ยากแสนสาหัส จากภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์โรคระบาดที่ไม่มีที่รับรักษา
|
ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802 |
| นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร' |
| อนาคต 'คนนินทาเมีย' |
| 'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ' |
| ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ |
| วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง" |
| "การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา. |