มติอนค.เฉดหัว4ส.ส.งูเห่า


เพิ่มเพื่อน    

 ที่ประชุมใหญ่พรรคอนาคตใหม่มีมติ 250 ต่อ 5 ขับ 4 ส.ส.งูเห่าออกจากพรรค ชง กก.บห.เคาะอังคารนี้ "สารวัตรต๊อก" โอดเสียใจที่สุดในชีวิต เชื่อเป็นเพราะโหวตสวน พ.ร.ก.โอนอัตรากำลังพล รับจุดยืนบางเรื่องของพรรคก็ไม่ได้เห็นด้วย ปูดมีคนคิดแบบตนแต่ไม่กล้าพูด ยันไม่กังวลหาบ้านใหม่ รอง หน.เพื่อไทยฟันธง พปชร.ไม่แก้ รธน.ม.256 แต่แก้รายมาตรา หวั่น "บิ๊กตู่" ยุบสภาหนีหากแผนครองอำนาจ 10 ปีสิ้นสุด 

    ที่พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) วันที่ 16 ธันวาคม นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ รองโฆษกพรรคอนาคตใหม่ เปิดเผยว่า ที่ประชุมใหญ่วิสามัญสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ วันนี้ (16 ธ.ค.) มีวาระการพิจารณากรณี ส.ส.ลงมติไม่ตรงกับมติพรรค ซึ่งมี ส.ส. 4 คน ได้แก่ นางศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่  เขต 8, นายจารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี เขต 2, พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี เขต 1 และ น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี เขต 7
     โดยที่ประชุมมีมติ 250 เสียงให้ขับออกจากการเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ และมีมติ 5 เสียงไม่ขับออกจากสมาชิกพรรค รวมถึงมีบัตรเสีย 6 ใบ โดยจะเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ส.ส.และที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ในวันที่ 17 ธ.ค. โดยจะทราบผลทันทีหลังเสร็จสิ้นการประชุม
    พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี 1 ใน 4 คนที่ถูกที่ประชุมพรรค อนค.มีมติขับให้พ้นพรรค กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบเรื่องว่าที่ประชุมพรรคมีมติอะไรในเรื่องนี้ เพราะไม่ได้มีใครส่งข้อความหรือสัญญาณใดๆ มาที่ตนเลย อย่างไรก็ตามตนเคารพมติที่ออกมา จากนี้ก็คงต้องดำเนินการตามกฎหมาย นั่นคือหาต้นสังกัดใหม่ภายใน 30 วัน ก็ยอมรับว่ามีหลายพรรคที่คุยกันไว้บ้างแต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ในตอนนี้ และตนจะยังคงขอมุ่งมั่นทำงานการเมืองเพื่อพี่น้องประชาชนต่อไป
    ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคมีมติอย่างนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง พ.ต.ท.ฐนภัทรบอกว่า รู้สึกเสียใจมากที่สุดในชีวิต เชื่อว่าเรื่องนี้มาจากกรณีการโหวต พ.ร.ก.โอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ.2562 ซึ่งตนในฐานะข้าราชการนั้นส่วนตัวรักและเทิดทูนสถาบันยิ่งชีวิต แม้จะมีคนบอกว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องเพราะเป็นไปตามกฎหมายเท่านั้น แต่ตนมองว่าเกี่ยวข้องโดยตรงเพราะเป็นพระราชประสงค์ของพระองค์ท่าน ตั้งแต่วันที่ตัดสินใจร่วมงานกับพรรค อนค.คิดว่าตัดสินใจถูกมาตลอด เพราะเชื่อว่าพรรคจะนำการเปลี่ยนแปลงมาสู่ประเทศไทย แต่ส่วนตัวเชื่อว่าการเปลี่ยนที่เกิดขึ้นนั้นจะเกิดอย่างค่อยเป็นค่อยไป
    "จุดยืนบางเรื่องของพรรคผมก็ไม่เห็นด้วย ซึ่งเรื่องนี้อยากให้พรรคอนาคตใหม่พิจารณาด้วย เชื่อว่าคงมี ส.ส.คนอื่นไม่สบายใจเหมือนกับผม เพียงแต่เขาไม่กล้าพูด แต่ตัวผมต้องพูดออกไปเพราะเรื่องบางเรื่องอาจจะขัดกับจุดยืนที่ผมเคยบอกไว้กับพี่น้องประชาชน หากผมไม่ทำตามก็จะผิดสัญญาที่ให้ไว้ เราเป็นนักการเมืองมาทำงานรับใช้พี่น้องประชาชน ไม่ใช่เพราะคนใดคนหนึ่ง ทั้งนี้อยากให้พรรคคิดถึงตรงนี้ไว้ด้วย เช่นเดียวกับสมาชิกคนอื่นที่อาจจะไม่เห็นด้วย ก็ขอให้กล้าแสดงออกมาบ้าง อย่าไปน้อมรับฟังอย่างเดียว เพราะความถูกต้องย่อมเป็นความถูกต้อง ไม่ว่าผลที่ออกมาจะเป็นอย่างไร" พ.ต.ท.ฐนภัทร กล่าว
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มติดังกล่าวยังไม่มีผลตามกฎหมายเนื่องจากยังไม่ผ่านมติของ ส.ส.และกรรมการบริหารพรรคในวันที่จะมีการพิจารณาอีกครั้ง (17 ธ.ค.)
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ 4 ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ที่พรรคมีมติขับออกนั้น หลังจากนี้ทั้งหมดจะต้องหาพรรคอยู่ใหม่ภายใน 30 วัน โดยในมาตรา 101 ของรัฐธรรมนูญระบุไว้ว่า หาก ส.ส.คนใดพ้นจากการเป็นสมาชิกพรรคจากมติของพรรค ถ้ามิได้เข้าเป็นสมาชิกของพรรคการเมืองอื่นภายใน 30 วันให้ถือว่าสิ้นสุดสมาชิกภาพการเป็น ส.ส.นับแต่วันที่พ้น 30 วันดังกล่าว ทั้งนี้จะยังไม่มีการคำนวณบัญชีรายชื่อใหม่ จนกว่าจะมีการเลือกตั้งซ่อมด้วยเหตุทุจริต ภายใน 1 ปีนับตั้งแต่วันที่มีการเลือกตั้งทั่วไป 24 มี.ค.
    แหล่งข่าวจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยถึงกรณีที่หลายคนมองว่า? 4?ส.ส.แบบแบ่งเขต อนค.ซึ่งถูกไล่ออกจากพรรค? จะมาอยู่กับพรรค? พปชร.เพื่อรักษาสมาชิกภาพ? ส.ส.นั้น เบื้องต้นมีรายงานว่า?จะไปสังกัดอยู่กับพรรคเล็ก? ไม่ได้มาอยู่พรรค พปชร.อย่างที่คาดการณ์
    นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ว่า การนำเรื่องการตั้ง กมธ.ชุดนี้มาหารือในสภาถือเป็นนิมิตหมายที่ดีในการเริ่มต้นกระบวนการแก้ปัญหาประเทศอย่างจริงจัง และทุกพรรคการเมืองเห็นพ้องต้องกันในการที่จะตั้ง กมธ.ครั้งนี้ แม้แต่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่ได้เปรียบจากรัฐธรรมนูญยังมีการส่งร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญร่วมกับพรรคการเมืองอื่นๆ หลังจากนี้เป็นเรื่องของการนำเสนอถึงหลักการและเหตุผลในการเสนอแก้ ส่วนที่พรรค พปชร.ระบุว่า รธน.2560 มีเนื้อหาใกล้เคียง รธน.2540 เป็นการยกตัวอย่างที่ไม่มีเหตุผลรองรับและไม่มีความใกล้เคียงกันเลย เนื้อหาต่างกันมากระหว่างปี 40 กับปี 60 ดังนั้นการนำเสนอของพรรค พปชร.จึงมีนัยแอบแฝง
    รองหัวหน้าพรรค พท.เชื่อว่า พรรค พปชร.จะเสนอให้แก้ไข รธน.เป็นรายมาตรา โดยไม่แก้มาตรา  256 ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่ว่าด้วยการแก้ไข รธน.รวมไปถึงวิธีการทั้งหมด หากมีการแก้ไขมาตรานี้ก็จะเปิดโอกาสให้มีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาได้ ดังนั้นพรรค พปชร.จะไม่ยอมให้มีการแก้ไขมาตรานี้อย่างแน่นอน ในส่วนของ กมธ.หากรัฐบาลมีความจริงใจจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ควรที่จะส่งคนที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาร่วมใน กมธ. ไม่ใช่ส่ง 18 มงกุฎตามที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้ความคิดเห็นไว้ รวมทั้งคนที่จะเข้ามาเป็นประธาน กมธ.ต้องเป็นคนที่ได้รับความเชื่อถือ มีความตั้งใจ รวมทั้งมีความเป็นกลาง หากจะเสนอนายไพบูลย์ นิติตะวัน มานั่งในตำแหน่งนี้ รัฐบาลจะทำลายความน่าเชื่อถือของ กมธ.ชุดนี้ลงอย่างแน่นอน
    "หวั่นใจว่าในระหว่างมีการพิจารณาแก้ไข รธน. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เกรงว่าแผนครองอำนาจ 10 ปีจะสิ้นสุดหรือมีปัญหา ทำให้ต้องหลุดจากอำนาจไป และอาจมีการยุบสภาเพื่อยุติการทำงานของ กมธ. เพราะเมื่อผู้มีอำนาจอยากอยู่ในอำนาจไปอีกยาว ดังนั้นหากคิดจะทำอะไรให้เห็นหัวประชาชนบ้าง" นพ.ชลน่านกล่าว  
    ด้านนายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงผลโพลเรื่องปัญหาสภาล่มทำให้ประชาชนเบื่อและเกิดความเสื่อมศรัทธา พร้อมเรียกร้องให้ยุบสภาว่า เป็นเสียงสะท้อนความรู้สึกของประชาชนส่วนใหญ่ในขณะนี้จริงๆ แต่ พล.อ.ประยุทธ์คงไม่กล้ายุบสภาตามเสียงเรียกร้องของประชาชน นี่คือผลไม้พิษที่เกิดจากรัฐธรรมนูญยาพิษที่ คสช.สั่งให้นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ร่างตามใบสั่งของทหารในขณะนั้น สภาจะไม่ล่มเด็ดขาดถ้า ส.ส.รัฐบาลมีจิตสำนึกและรับผิดชอบในหน้าที่  อย่าได้ไปโทษฝ่ายค้าน 
    "เมื่อพวกคุณเป็นฝ่ายค้าน คุณก็ทำเหมือนเช่นที่ฝ่ายค้านทำทุกวันนี้ การไม่เข้าประชุมในสิ่งที่ไม่เห็นด้วย หรือการวอล์กเอาต์เป็นสิทธิของพรรคการเมืองทั่วโลก พล.อ.ประยุทธ์กำลังเผชิญกับวิบากกรรมในค่ายกลรัฐธรรมนูญที่ออกแบบมาเพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์สืบทอดอำนาจเพียงคนเดียว เป็นการวาดอำนาจในอากาศให้ตัวเองทั้งประเทศทำตาม" นายวัชระกล่าว.
    


 ยินดีกับ "โอ๊ค-พานทองแท้" เขาหน่อย! เพราะเมื่อวาน (๒๘ พ.ค.๖๓) มีรายงานอ้าง "แหล่งข่าว" เผยแพร่ ว่าคดีร่วมกันฟอกเงินทุจริตปล่อยกู้แบงก์กรุงไทย ๑๐ ล้านบาท ที่ "โอ๊ค-พานทองแท้" เป็นจำเลย และศาลชั้นต้นยกฟ้องไปเมื่อ ๒๕ พ.ย.๖๒ 

ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'
"ฝันดี-ฝันร้าย"ของไทยวันนี้
"โลกเปลี่ยนไป-ไทยเปลี่ยนรวย"
ไม่มีประยุทธ์ "พปชร.ขายอะไร?"