'จุรินทร์' มั่นใจประเทศมีความหวัง ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย 2020


เพิ่มเพื่อน    

18 ธ.ค.62 - นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมงาน NATION DINNER TALK “ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย 2020” ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน วานนี้ ร่วมกับ นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยก่อนหน้านี้เป็นการเปดด้วยปาฐกถา โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี 

โดยช่วงเสวนานั้น นายจุรินทร์ กล่าวถึงอนาคตเศรษฐกิจ ช่วงหนึ่งว่ามีตัวเลขของ IMF อยู่ในมือคาดการณ์ว่าปี 62 คือ ปีนี้เศรษฐกิจโลกจะบวก 3% แล้วปีหน้าคาดการณ์ว่าจะบวก 3.4% ปีนี้บวก 3% ก็ถือว่าชะลอตัว แต่ถ้าปีหน้าเกิดบวก 3.4% อย่างที่ IMF ทำนายไว้ก็ไม่เรียกว่าชะลอตัว เศรษฐกิจโตขึ้น สำหรับประเทศไทยปี 62 คาดการณ์ว่าจะบวกร้อยละ 3 ต้องรอดูสิ้นปี แต่ว่าปีหน้าคาดการณ์ว่ายังได้ ถือว่าเศรษฐกิจปีหน้าสำหรับประเทศไทยก็ยังมีภาพบวกอยู่นี่คือภาพรวม

"ต้องยอมรับความจริงว่าภาวะกดดันทางการค้าภาพรวมทางเศรษฐกิจในระยะเวลาที่ผ่านมาส่งผลกระทบต่อปีนี้ ไม่น้อยทีเดียวไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเศรษฐกิจโลกชะลอตัว เพราะว่าปีนี้บวก 3 ชะลอตัวกว่าปีก่อนเพราะว่าสงครามการค้าสหรัฐและจีนรวมทั้งประเทศไทยก็มาเจอปัจจัยเสริมพิเศษกว่าหลายประเทศ คือ ค่าเงินบาทแข็งบวกกับอื่นๆ ก็เป็นสิ่งที่เราจะต้องเหนื่อยหน่อย แต่ว่าภายใต้การทำนายของ IMF ทำให้เรายังมีความหวัง ผมคิดว่ารัฐบาลภายใต้ความร่วมมือของทุกคนในทีมเศรษฐกิจเราจะสามารถฟันฝ่าอุปสรรคไปได้ผมยังมองในแง่บวก"

นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่าเพิ่งเข้ามาเป็นรัฐบาลได้สี่เดือนกว่าแต่ว่าสี่เดือนกว่าในรัฐบาลชุดใหม่ เราก็มีนโยบายที่ชัดเจนเฉพาะในส่วนของกระทรวงพาณิชย์หัวใจสำคัญที่ตนต้องรับผิดชอบหลักก็คือเศรษฐกิจฐานรากบางส่วนและในแง่ของการขับเคลื่อนการส่งออกคิดว่าปีนี้ เราได้ดำเนินการนโยบายหลายเรื่องที่เป็นนโยบายของรัฐบาลและประสบความสำเร็จ

ประการที่หนึ่งคือนโยบายเศรษฐกิจฐานรากโดยเฉพาะในส่วนของเกษตรกรนั้นก็คือนโยบายประกันรายได้เกษตรกบวกกับมาตรการคู่ขนานอื่นๆสำหรับประกันรายได้เกษตรกรนั้นเราประกันรายได้สำหรับพืชการเกษตร 5 ตัวด้วยกัน คือ 1.ข้าว 2.มันสำปะหลัง 3.ยางพารา 4.ปาล์มน้ำมัน และ 5. ข้าวโพด 

"ทั้ง 5 ตัวนี้ภายในระยะเวลาสี่เดือนเศษ เราสามารถดำเนินนโยบายจนกระทั่งประสบความสำเร็จสามารถโอนเงินส่วนต่างให้กับเกษตรกรได้เกือบจะเรียกว่าครบแล้ว ขาดตัวเดียวคือข้าวโพดเพราะจะโอนวันที่ 20 ธันวาคมที่จะถึงนี้ ถัดจากวันที่ 20 ธันวาคมนี้ ก็แปลว่าเราสามารถโอนเงินส่วนต่างเข้าไปชดเชยรายได้เกษตรกรที่ลดลงมาจากราคาพืชผลทางการเกษตรที่ตกต่ำได้ครบถ้วนหมด แปลว่าภายในสี่เดือนเศษจนถึงสิ้นปีนี้เราสามารถดำเนินนโยบายประกันรายได้ได้ครบถ้วนทั้งพืชเกษตรห้าตัว" รมว.พาณิชย์ กล่าวและว่า บวกกับมาตรการอื่นซึ่งกระทรวงการคลังเข้ามาช่วยเสริมและนโยบายประกันรายได้ด้วยนี่ก็คือสิ่งที่เม็ดเงินลงไปสู่เศรษฐกิจฐานราก ถึงมือเกษตรกรเพราะโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรงไม่หายหกตกหล่นไปไหน นี่คือสิ่งที่ได้ทำมานอกจากนี้ในเรื่องของการส่งออกแล้ว เราก็ได้มีการดำเนินการหลายเรื่องในช่วงระยะเวลา 4-5 เดือนที่ผ่านมาอย่างน้อยที่สุด

รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า เรื่องการส่งออกผมคิดว่าเราจะบริหารการส่งออกในภาวะปกติไม่ได้ต้องยอมรับว่าภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว สงครามการค้าและค่าเงินบาทแข็ง ต้องถือว่าเราจะต้องปรับรูปแบบการบริหารจัดการในภาวะวิกฤติ ต้องใช้ยาแรงหลายขนานควบคู่กันไป ผ่านมาแล้วจึงเริ่มต้นเป็นครั้งแรกที่จัดให้มีการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนจับมือร่วมกันไปด้วยกัน

"ถัดจากนี้ไปกระทรวงพาณิชย์จะมาเป็นพระเอกไม่ได้ พระเอกตัวจริงคือภาคเอกชนที่จะเป็นทัพหน้าในการเดินตะลุยทำยอดขายทำรายได้เข้าประเทศ กระทรวงพาณิชย์ทำหน้าที่เพียงส่งเสริมสนับสนุนช่วยคลี่คลายแก้ปัญหาให้กับภาคเอกชน เพื่อให้ทำตัวเลขทำยอดขายได้นี่จึงเป็นที่มาของผมดำริให้มีการจัดตั้ง กรอ.พาณิชย์ขึ้น นั่นก็คือให้มีคณะกรรมการที่เป็นทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงพาณิชย์และภาครัฐอื่นที่เกี่ยวข้องกับภาคเอกชนทั้งสภาอุตสากรรมในส่วนของสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยทั้งในส่วนของสภาผู้ส่งสินค้าออกทางเรือ สมาคมธนาคารไทย และอื่นๆ จนถึงขั้นตั้งวอรูม เพื่อแก้ปัญหาสงครามการค้าที่คุกคามเราเข้ามาและส่งผลกระทบไปทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยของเราด้วยนี่ คือสิ่งที่ได้ดำเนินการที่สำคัญที่สุดคือทูตพาณิชย์ต่อไปนี้ทูตพาณิชย์จะทำหน้าที่ในลักษณะของการเจรจาเงื่อนไขทางการค้าอย่างเดียวไม่พอหรือจะทำเรื่องเซลล์โปรโมชั่นส่งเสริมการขายไม่เพียงพอ ต้องลงลึกเรามีสินค้าเกษตรข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และข้าวโพด รวมถึงผลไม้"

นายจุรินทร์ กล่าวด้วยว่าหัวใจสำคัญเหล่านี้ฑูตพาณิชย์ จะต้องทำหน้าที่เป็นเซลล์แมนประเทศ หิ้วสินค้าเกษตรไปขายยังต่างประเทศด้วยไม่เว้นแม้แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ต้องทำหน้าที่เป็นหัวหน้าเซลล์แมนประเทศและดำเนินการในการที่จะนำภาคเอกชน รวมทั้งภาคราชการไปขายในต่างประเทศแล้วนำยอดขายกลับมาเอาเงินรายได้เข้าประเทศด้วย
 


เมื่อคืนเป็นไงครับ? ได้ดูกันเปล่า......... ประชุมรัฐสภาในนัด "แก้รัฐธรรมนูญ" เพื่อตั้ง ส.ส.ร.ไปร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แทนรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนั่นน่ะ

'อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ'
'พระผู้ไม่ทอดทิ้งประชาชน'
ประตูบานที่ ๓ 'ระบอบทักษิณ'
ด้วย 'รู้เช่น-เห็นชาติ' ธนาธร
ม็อบจะฆ่าพรรคฝ่ายค้าน
ใครจะพาประเทศลงเหว!