เศรษฐกิจยังโคม่า คงดอกเบี้ย1.25% กนง.ปรับลดจีดีพี


เพิ่มเพื่อน    

 กนง.มติเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 1.25% หลังประเมินเศรษฐกิจไทยไม่กระเตื้อง ส่งออกยังโคม่า หั่นจีดีพีปีนี้เหลือ 2.5% ส่วนปี 63 โตแค่ 2.8% 

     เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม นายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยภายหลังการประชุม กนง. ว่าที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.25% ต่อปี เนื่องจากประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าประมาณการเดิม และต่ำกว่าระดับศักยภาพ จากการส่งออกที่ลดลง ซึ่งส่งผลไปสู่การจ้างงานและอุปสงค์ในประเทศ โดยคณะกรรมการฯ จึงเห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในการประชุมครั้งนี้ แม้เสียงจะเป็นเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 แต่ยังมีปัจจัยความเสี่ยงต่อระบบเศรษฐกิจในอนาคตที่ต้องติดตาม หากมีความจำเป็นพร้อมที่จะใช้นโยบายการเงินที่เหมาะสมในระยะต่อไป
    ทั้งนี้ กนง.ได้ทบทวนการขยายตัวเศรษฐกิจไทยใหม่ โดยคาดว่าในปี 2562 เศรษฐกิจจะขยายตัวลดลงเหลือ 2.5% จากคาดการณ์เดิมที่ 2.8% ส่วนปี 2563 คาดว่าจะขยายตัว 2.8% จาก 3.3% ซึ่งเป็นการขยายตัวได้ต่ำกว่าศักยภาพ จากการส่งออกที่หดตัวกว่าที่ประเมินไว้ และมีแนวโน้มฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด จากการกีดกันทางการค้าและการเปลี่ยนแปลงโครงการการผลิต โดยคาดว่าปี 2562 จะหดตัว -3.3% จากเดิม -1% และปี 2563 ขยายตัว 0.5% จากเดิม 1.7%
    “เศรษฐกิจไทยปีหน้าที่ลดลงเหลือ 2.8% มาจากปัจจัยหลักในเรื่องของการส่งออกที่ชะลอตัวต่ำกว่าที่คาด แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะฟื้นตัว แต่การฟื้นตัวของภาคการส่งออกจะยังค่อยเป็นค่อยไป นอกจากนี้ ยังรวมถึงการกระตุ้นการลงทุนของภาครัฐที่จะช้ากว่าที่คาดไว้ ทั้งในส่วนของการลงทุนรัฐวิสาหกิจและการร่วมลงทุน ที่อาจจะเลื่อนออกไปมีผลในปี 2564” นายทิตนันทิ์ระบุ
    เลขานุการ กนง.กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าระดับศักยภาพ และต่ำกว่าที่ประมาณการไว้เดิม โดยการส่งออกสินค้าที่ผ่านมาหดตัวมากกว่าที่ประเมินไว้ และจะมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ช้ากว่าที่คาด ตามปริมาณการค้าโลกที่ชะลอลงจากสภาวะการกีดกันทางการค้า ภาคการท่องเที่ยวมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง การใช้จ่ายภาครัฐและการลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้ การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงจากรายได้ของครัวเรือนและการจ้างงานที่ปรับลดลง หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงจะเป็นแรงกดดันการบริโภคภาคเอกชนในระยะต่อไป
    สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยทั้งปี 2562 และปี 2563 มีแนวโน้มต่ำกว่ากรอบเป้าหมายเงินเฟ้อจากราคาพลังงานที่ต่ำกว่าคาด ด้านอัตราแลกเปลี่ยน แม้เงินบาททรงตัวจากการประชุมครั้งก่อน แต่ในช่วงที่ผ่านมาเคลื่อนไหวทั้งสองทิศทางและสอดคล้องกับสกุลเงินภูมิภาคมากขึ้น คณะกรรมการฯ กังวลต่อสถานการณ์เงินบาทที่ยังแข็งค่าอยู่เมื่อเทียบกับประเทศคู่ค้าคู่แข่ง รวมถึงให้ติดตามประสิทธิผลของการผ่อนคลายกฎเกณฑ์กำกับดูแลการแลกเปลี่ยนเงินเพื่อเอื้อให้เงินทุนไหลออก และความจำเป็นในการดำเนินมาตรการเพิ่มเติมระบบการเงินโดยรวมมีเสถียรภาพ
    นอกจากนี้ ยังต้องติดตามพฤติกรรมแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้นในภาวะดอกเบี้ยต่ำ พฤติกรรมการก่อหนี้และความสามารถในการชำระหนี้ของภาคครัวเรือนและธุรกิจ SMEs การขยายสินทรัพย์และความเชื่อมโยงภายในของสหกรณ์ออมทรัพย์ รวมถึงการก่อหนี้ของกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ที่อาจนำไปสู่การประเมินความเสี่ยงต่ำกว่าที่ควร ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ เห็นว่าควรใช้มาตรการกำกับดูแลสถาบันการเงิน (microprudential) และมาตรการดูแลเสถียรภาพระบบการเงิน (macroprudential) ร่วมกันอย่างเหมาะสม.


สนใจกันทำไม.....?กับแถลงการณ์เนื้อหาบ่งบอก "คนถ่อย-คนเถื่อน" เขียน ถ้าระดับ "ตัวแทนประเทศ" เขียนแถลงการณ์นั้น.......

จบที่ 'ไม่ยอมจบ' ของทอน
ภาวะโลก "Covid-19" เซตซีโร
'บทบาท กมธ.ที่น่าทบทวน'
เรื่องกฎหมาย 'สไตล์ปิยบุตร'
พงศกร 'สะท้อนภาพ' ธนาธร
จะเอาให้ 'เผาศาล' กันใช่มั้ย?