'บิ๊กป้อม'ลบเหลี่ยม'พปชร.'


เพิ่มเพื่อน    


กรุงเทพฯ ๐ ประชุมปรับโครงสร้างพรรคพลังประชารัฐคึกคัก หัวไม่เปลี่ยน "อุตตม-สนธิรัตน์" นั่งเก้าอี้เดิม เพิ่มเติมคือเพิ่มกรรมการบริหารพรรคอีก 17 คน พร้อมเปลี่ยนโลโก้พรรคเป็นวงกลม ปฏิเสธเป็นเหลี่ยมแล้วทิ่มแทงกัน "บิ๊กป้อม" ยิ้มแก้มตุ่ย เรียบร้อยดีก็โอเค  "สุริยะ" นอนมากับรถพยาบาลเพราะกระดูกทับเส้นประสาท ฟุ้งพรรคจะอยู่ในหัวใจประชาชน
    เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 21 ธันวาคม ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2562 เพื่อพิจารณาแก้ไขข้อบังคับพรรคและกรรมการบริหารพรรค โดยจะมีการเพิ่มเติมตำแหน่งในกรรมการบริหารพรรคและพิจารณาแต่งตั้งกรรมการบริหารเพิ่มเติม ซึ่งปัจจุบันมีกรรมการบริหาร 23 คน ทั้งนี้ ตามข้อบังคับกำหนดให้มีกรรมการบริหารได้ถึง 45 คน 
    การประชุมครั้งนี้มีผู้บริหารพรรคเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง นำโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานยุทธศาสตร์พรรค, นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค ขณะที่แกนนำพรรค อาทิ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, นายวิรัช รัตนเศรษฐ, นายสุชาติ ชมกลิ่น ฯลฯ รวมถึงสมาชิกพรรค เดินทางเข้าร่วม
    ที่น่าสนใจคือ เวลา 09.30 น. นายสุริยะได้นั่งรถพยาบาลและนั่งรถเข็นวีลแชร์มาร่วมการประชุม พร้อมเปิดเผยว่า สัปดาห์ก่อนได้ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครหาเสียงที่ จ.ขอนแก่นมากเกินไป จนทำให้ป่วยด้วยโรคกระดูกทับเส้นประสาท และแพทย์สั่งพักฟื้นอย่างน้อย 2 สัปดาห์ แต่วันนี้ต้องมาร่วมประชุม เพราะถือว่ามีความสำคัญมาก เนื่องจากต้องมีการคัดเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคเพิ่มเติม และทุกคนมีหน้าที่ติดตามการทำงานให้นโยบายหาเสียงของพรรคได้ถูกขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม 
    "หากทำสำเร็จพรรคจะอยู่ในหัวใจประชาชน และคนที่ทำได้ต้องเป็นคนที่มีความทุ่มเท มีประสบการณ์ และต้องมีส่วนผสมทั้งนักการเมืองและนักวิชาการเข้าไปอยู่ด้วย"
    ผู้สื่อข่าวถามว่า การเพิ่มจำนวนคณะกรรมการบริหารพรรคจะทำให้การทำงานของซีกรัฐบาลมีเสถียรภาพมากขึ้นหรือไม่ นายสุริยะยืนยันว่า แน่นอน เพราะหลายคนจะเข้ามาช่วยแสดงความรู้ความสามารถ ผนึกกำลังในการขับเคลื่อนพรรคไปด้วยกัน
    ถามย้ำว่า คณะกรรมการบริหารชุดนี้ถือว่าเป็นตัวจริงแล้วใช่หรือไม่ นายสุริยะตอบว่า “ถูกต้อง ถูกต้องเลยครับ”
    นายสุริยะกล่าวอีกว่า ในการเลือกคณะกรรมการบริหารพรรค  จะไม่มีการเปลี่ยนตัวหัวหน้าและเลขาธิการพรรค เพื่อให้การทำงานในส่วนของพรรคเกิดความต่อเนื่องต่อไป
    “หัวหน้ากับเลขาธิการพรรคคงไม่เปลี่ยน เพราะเราอยากให้เกิดความต่อเนื่อง จริงๆ ตอนเลือกตั้งเข้ามาก็มีแกนนำหลายคนได้ช่วยเหลือกันทำให้พรรคเกิดขึ้น โดยเฉพาะนายอนุชา นาคาศัย ก็ทุ่มเทให้กับพรรค แต่ปรากฏว่าท่านก็ไม่ได้เป็นรัฐมนตรีตามที่ช่วยเหลือกัน แต่อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประวิตรบอกเป็นประกาศิตมาแล้วให้ท่านสนธิรัตน์เป็นเลขาฯ ต่อไป ซึ่งท่านอนุชาก็เห็นด้วย” นายสุริยะกล่าว
เปลี่ยนโลโก้พรรค
    ด้านนายสนธิรัตน์บอกว่า การประชุมจะเป็นการพูดคุยถึงการทำงานของพรรคตลอดรอบปีที่ผ่านมา รวมถึงจะมีการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคเพิ่มเติม ที่จะมีทั้งการปรับออกและปรับเพิ่ม โดยเพิ่มกรรมการบริหารพรรคแต่ละภาคให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น ทั้งนี้ยืนยันว่าจะไม่มีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค
    ขณะที่นายสมศักดิ์เผยว่า ที่ประชุมจะมีการแต่งตั้ง ส.ส.และรัฐมนตรีบางคนเข้ามาเป็นกรรมการบริหารพรรคเพิ่มเติม ส่วนตำแหน่งอื่นๆ ไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ
    ต่อมาเวลา 13.00 น. นายอุตตมเปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมมีความเห็นเรื่องการเปลี่ยนโลโก้พรรค ซึ่งเป็นเรื่องที่ทางพรรคได้หารือกันว่า หากเรามีโลโก้ใหม่ที่เป็นวงกลม เพื่อแสดงถึงความสามัคคีและพลังของพรรคประชารัฐ ซึ่งทุกคนชอบใจและมีมติเห็นชอบร่วมกัน ส่วนโลโก้แบบเดิมที่เป็นเหลี่ยมนั้น ที่มีการระบุว่าเป็นเหลี่ยมแล้วไปทิ่มแทงกันนั้นคงไม่มี ส่วนเรื่องความเห็นต่างนั้นก็เป็นเรื่องของการเมือง แต่ในการประชุมวันนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีการตั้งคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) เพิ่มเติมเรียบร้อยดี
    ถามว่า โครงสร้าง กก.บห.เป็นอย่างไรบ้าง หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐตอบว่า วันนี้ที่ประชุมเห็นชอบตั้ง กก.บห.เพิ่มเติมอีก 17 คน ซึ่งทำให้ปัจจุบันมี กก.บห.รวมทั้งหมด 34 คน โดยได้ตั้งนายอนุชา นาคาศัย และนายไพบูลย์ นิติตะวัน เป็นรองหัวหน้าพรรค เนื่องจากภารกิจของพรรคมีมากขึ้น ซึ่งสะท้อนจากจำนวนกก.บห.และงานที่เราต้องทำรับใช้พี่น้องประชาชน จึงต้องเพิ่มรองหัวหน้าพรรคเข้ามา ทั้งนี้ กก.บห.ทั้ง 17 คนจะมีการมอบหมายงานว่าจะให้ดูแลด้านใด ซึ่งจะต้องยึดโยงในเรื่องของพื้นที่และงานด้านยุทธศาสตร์ การนำนโยบายของรัฐบาล ซึ่งพรรคพลังประชารัฐเป็นแกนกลางนำไปสื่อสารเพื่อการปฏิบัติ ซึ่งเป็นหน้าที่ของ กก.บห.
    ซักว่า การปรับ กก.บห.ครั้งนี้ เป็นการเสริมพลังทางการเมืองใช่หรือไม่ นายอุตตมเผยว่า เป็นการเสริมสร้างพลังของพรรคให้เต็มเปี่ยมยิ่งขึ้นในทุกมิติ
    เมื่อถามว่า ในที่ประชุมมีการพูดถึงบทบาทของเลขาธิการพรรคหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าจะปรับเปลี่ยนตัว นายอุตตมปฏิเสธว่า ไม่มี วันนี้ไม่มีการหารือในเรื่องดังกล่าว
    ถามว่าการเข้ามาของนายสุริยะและนายสมศักดิ์ มองว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรหรือไม่ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐตอบว่า การเปลี่ยนแปลงถ้ามีคงไม่ใช่ 2 ท่าน แต่หากมีการเปลี่ยนแปลงจะเป็นเรื่องการประสานงานที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และเรื่องการทำงานที่จะใช้ศักยภาพของคนที่มีในพรรคให้ได้มากยิ่งขึ้น
    ผู้สื่อข่าวถามว่า การตั้ง กก.บห.เพิ่มเติม จะเป็นการรวมที่ชัดเจนมากขึ้นหรือไม่ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ถูกมองว่าในพรรคแบ่งเป็นกลุ่มๆ นายอุตตมกล่าวว่า สิ่งที่สะท้อนของพรรคพลังประชารัฐคือพลังสามัคคี ที่มีความเห็นแตกต่างกันบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่วันนี้ตนคิดว่าสิ่งสะท้อนชัดเจนคือ ถึงเวลาทำงานแล้ว ซึ่งเราก็มองทางเดียวกัน เราก็มาร่วมกัน ทั้งนี้ จากรายชื่อ กก.บห. จะเห็นว่ามีตัวแทนในเชิงพื้นที่ ซึ่งเป็นแกนนำของพรรคในภาคต่างๆ เราก็มาร่วมกัน เพราะฉะนั้นเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานที่มากขึ้น
เรียบร้อยดีก็โอเค
    ซักว่าก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวเปลี่ยนตัวเลขาธิการพรรคมาตลอด แต่ในการประชุมวันนี้ไม่มีเรื่องดังกล่าว มองอย่างไร หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐตอบว่า ตนมองว่าไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เรื่องของข่าวมันมีได้ในการเมืองปกติ ความเห็นมีได้ แต่สุดท้ายในที่ประชุมวันนี้ก็ไม่มีความเห็นในเรื่องดังกล่าว
    เมื่อถามว่า ได้มีการประเมินการทำงานที่ผ่านมาและต้องมีการปรับความเชื่อมโยงอย่างไรบ้าง นายอุตตมกล่าวว่า เป็นงานที่ต้องทำต่อเนื่อง พรรคพลังประชารัฐเดินหน้ามาได้และประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งครั้งแรก และได้มารับใช้ประชาชน แต่แน่นอนว่างานไม่มีสิ้นสุด งานในพื้นที่เป็นเรื่องสำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งของเรา แต่ไม่ใช่ว่าจะต้องออกมาเป็นระบบ และ ส.ส.ของพรรคเองก็ต้องประเมินตัวเองตลอด รวมถึงผู้บริหารเองก็เช่นกัน
    ถามว่าจำนวนสมาชิกทั่วประเทศขณะนี้ลดลงเหลือกว่า 30,000 คน จะส่งผลต่อการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่ นายอุตตม กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่น่าห่วง เพราะเราจะมีการเพิ่มจำนวนสมาชิก ซึ่งตนเชื่อว่าจะไม่เป็นปัญหา
    ด้าน พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ใช่ๆ เรียบร้อยดี ก็โอเค”          เมื่อถามถึงการเปลี่ยนโลโก้ใหม่ของพรรค ใครเป็นผู้ออกแบบ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ก็ช่วยกัน” 
    นายสนธิรัตน์กล่าวว่า การปรับเพิ่มสัดส่วนคณะกรรมการบริหารพรรคจาก 24 คน เป็น 34 คน เป็นการเปิดโอกาสให้ ส.ส.เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่เป็นตัวแทนของประชาชนในแต่ละกลุ่มและรายพื้นที่ เข้ามามีส่วนร่วมกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนของ พปชร.ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น และจากนี้พรรค พปชร.จะเข้มแข็งขึ้น
        เขาบอกว่า ขอขอบคุณ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานยุทธศาสตร์พรรค และสมาชิกพรรคทุกคน ที่ให้ความไว้วางใจต่อการทำหน้าที่เลขาธิการพรรค และมั่นใจว่าในปี 2563 พรรค พปชร.จะเดินหน้าบริหารประเทศอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยความร่วมมือร่วมแรงของ พปชร. ซึ่งสอดคล้องกับโลโก้พรรคที่ปรับเหลี่ยมมุม ใช้ลายเส้นที่เป็นวงกลมมาแทนที่ เปรียบเสมือนความกลมเกลียวของรัฐบาลและประเทศไทยที่เปี่ยมไปด้วยความสามัคคี” นายสนธิรัตน์กล่าว
    นายสมศักดิ์ให้สัมภาษณ์ว่า ตามแนวนโยบายแล้ว ถ้ามี ส.ส. เข้าไปเป็นกรรมการบริหารพรรค ก็จะเป็นผลดี เพราะจะได้นำนโยบายไปสู่ประชาชน และนำปัญหาของประชาชนมาสู่พรรคได้
    เมื่อถามว่า ขณะนี้ถือว่าเกลี่ยตำแหน่งสำคัญๆ ภายในพรรคลงตัวแล้วใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า เกลี่ยแล้ว ในแนวทาง 34 คน ถือเป็นการปรับตามสถานการณ์ เวลาและความจำเป็น ในการบริหารที่พรรคจะต้องไปกำกับนโยบายของรัฐบาล ในอนาคตอาจจะเพิ่มขึ้นไปอีกก็ได้ เพราะมันยังสามารถเพิ่มได้ตามข้อบังคับพรรค
    ถามย้ำว่า จากนี้ไปในพรรคจะไม่มีปัญหาความไม่เข้าใจกันแล้วใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า ก็ยอมรับว่าใช่ ความจริงเมื่อก่อนก็เข้าใจกันดี ไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าสื่อก็ช่วยพวกเราสร้างบทบาทให้มีความโดดเด่นขึ้นมา เมื่อถามว่าจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้วันนี้ พล.อ.ประวิตรต้องเปลี่ยนโลโก้พรรคเพื่อลบภาพความขัดแย้งใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า ก็จากรังผึ้ง เปลี่ยนมาเป็นลูกโลก ที่มีความใหญ่ขึ้น เป็นพระจันทร์ เป็นพระอาทิตย์ มีประเทศไทย สีธงชาติ ยิ่งใหญ่
แนวทางเดียวกันหมด
    ซักว่าการปรับ กก.บห.ครั้งนี้ เป็นการปรับเพื่อรองรับการเลือกตั้งครั้งหน้าด้วยหรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า เป็นการเตรียมการบริหารงาน เพื่อทำให้ประชาชนได้รับผลที่เป็นเชิงบวกมากขึ้น 
    ผู้สื่อข่าวถามถึงการประชุมใหญ่วันนี้กลับไม่มีแกนนำภาคกทม.มาร่วมด้วย มีปัญหาอะไรหรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่ก็มีบางคนมา ส่วนบางท่านที่ไม่มาอาจคิดว่าไม่เป็นไร เพราะคิดว่าหลายนโยบาย กทม.ทำได้ดีอยู่แล้ว จึงคิดว่าไม่เป็นไรถ้าไม่มาร่วมประชุม ซึ่งเขาอาจคิดว่าไม่มีปัญหาอะไร คนที่ไม่มาแสดงว่าไม่มีปัญหา
    ถามว่า แม้จะเปลี่ยนโลโก้แล้ว แต่ความเป็นกลุ่มก้อนในพรรคก็ยังมีอยู่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า “โอ๊ย ที่ไหนก็เป็นกลุ่มเป็นก้อนทั้งนั้น เป็นธรรมดาอยู่แล้ว ซึ่งหัวหน้ากลุ่มก็จะรับแนวนโยบายไปปฏิบัติ และจะทำให้งานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เมื่อหัวหน้าพรรคสั่งอะไรมาปุ๊บ ก็จะเป็นไปในแนวทางเดียวกันหมด”
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมพรรคพลังประชารัฐมีมติเปลี่ยนโลโก้พรรคใหม่ จากสัญลักษณ์รังผึ้งหกเหลี่ยม สีลายธงชาติ ภายในเป็นข้อความพรรคพลังประชารัฐ มาเป็นวงกลม สีลายธงชาติ ล้อมรอบข้อความพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งแสดงถึงความกลมเกลียว ไร้เหลี่ยมคมที่จะทิ่มแทงตัวเอง
    มีรายงานว่า พล.อ.ประวิตร ในฐานะประธานยุทธศาสตร์ ได้เห็นชอบให้ใช้โลโก้ใหม่ ทั้งนี้ พรรคได้จัดเตรียมเสื้อโปโลสกรีนโลโก้ใหม่เพื่อเตรียมแจกให้แกนนำ ส.ส.และสมาชิกพรรคด้วย
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของคณะกรรมการบริหารพรรค  จากเดิมมี 24 คน ลาออกไป 1 คน ทำให้เหลือคณะกรรมการบริหารพรรค 23 คน และล่าสุดได้ลาออกอีก 6 คน ทำให้เหลือ 17 คน ซึ่งที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2562 ของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ใช้เวลาประชุมเกือบ 2 ชั่วโมง โดยรับทราบการลาออกของกรรมการบริหารรวมทั้งสิ้น 7 คน ที่ประกอบด้วย นายชาญกฤช เดชวิทักษ์, นายณพพงศ์ ธีระวร, นางวลัยพร รัตนเศรษฐ, นายสุรพร ดนัยตั้งตระกูล, นายองอาจ ปัญญาชาติรักษ์, น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ และนายวิเชฐ ตันติวานิช
    และที่ประชุมมีมติตั้งเพิ่มอีก 17 คน ประกอบด้วย 1.นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ 2.นายสมศักดิ์ เทพสุทิน 3.นายสันติ พร้อมพัฒน์ 4.นายสุพล ฟองงาม 5.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า 6.นายวิรัช รัตนเศรษฐ 7.นายสุชาติ ชมกลิ่น 8.นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ 9.นางประภาพร อัศวเหม 10.นายนิโรธ สุนทรเลขา 11.นายไพบูลย์ นิติตะวัน 12.นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ 13. นายสกลธี ภัททิยกุล 14.นายไผ่ ลิกค์ 15. นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ 16. นายสุรชาติ ศรีบุศกร และ 17.นายนิพันธ์ ศิริธร ทำให้คณะกรรมการบริหารพรรคชุดปัจจุบัน มีจำนวนทั้งสิ้น 34 คน
    นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะนายทะเบียนสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวกรณีที่มีข้อสังเกตว่าการที่จำนวนสมาชิกพรรคทั่วประเทศมีจำนวนลดลง จะกระทบการทำงานของพรรคหรือไม่ ว่าพรรคมีสมาชิกประมาณ 33,000 คน ส่วนที่ลดลงไปนั้นมีประมาณหลักร้อยคน บางคนขอลาออกไปเอง บางคนเสียชีวิตไปแล้วบ้าง ซึ่งจำนวนที่ลาออกถือว่าไม่มาก และไม่เป็นประเด็นอะไร ส่วนบางคนครบอายุสมาชิกรายปีแล้วยังไม่ได้ต่ออายุ ก็ยังเป็นอยู่เพราะตามกฎหมายระบุว่าถ้าไม่ได้ต่ออายุสมาชิกติดต่อกันเป็นจำนวน 2 ปี ก็ถือว่าพ้นจากการเป็นสมาชิก
กกต.พร้อมเลือกตั้งซ่อม
    ที่หอประชุม อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี กรรมการการเลือกตั้ง ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยของการมอบหีบบัตรและวัสดุอุปกรณ์เลือกตั้งให้แก่เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งทั้ง 118 หน่วยเลือกตั้ง ใน 8 ตำบลของ อ.มัญจาคีรี ตามแผนการจัดการเลือกตั้ง ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 แทนตำแหน่งที่ว่าง ที่กำหนดจัดการเลือกตั้งในวันที่ 22 ธ.ค.ที่จะถึงนี้    
    นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี กรรมการการเลือกตั้ง กล่าวว่า ทุกขั้นตอนของการเลือกตั้งจนถึงการมอบหีบบัตรและวัสดุอุปกรณ์สำหรับเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่พบรายงานว่ามีเหตุผิดปกติแต่อย่างใด ซึ่งในวันนี้จะเป็นการส่งมอบหีบบัตรและวัสดุอุปกรณ์การเลือกตั้งให้แก่เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งทั้ง 271 หน่วยเลือกตั้ง ใน 2 อำเภอของเขตเลือกตั้งที่ 7 คือ อ.มัญจาคีรี ที่ กกต.ได้กำหนดทำการส่งมอบกันที่หอประชุมที่ว่าการ อ.มัญจาคีรีและที่ อ.หนองเรือ ที่ กกต.ได้กำหนดการส่งมอบที่หอประชุมที่ว่าการ อ.หนองเรือ ที่จะดำเนินการโดยแล้วเสร็จในวันนี้
    "การจัดการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งผมเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทำงานอย่างโปร่งใสและเข้มงวดในทุกขั้นตอน ซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์มากกว่าการเลือกตั้งครั้งมี่ผ่านมา คือมากกว่าร้อยละ 71"
     นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงการเลือกตั้งซ่อม จ.ขอนแก่น ในวันที่ 22 ธันวาคม ว่าตนมั่นใจจากที่รับข้อมูลต่อเนื่องมาจากพื้นที่ ผลที่จะออกมามีโอกาสที่เราจะได้รับชัยชนะสูงมาก ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทย (พท.) รณรงค์ให้ประชาชนออกไปเลือกตั้ง พร้อมติดแฮชแท็กว่า #กาไล่ลุง นั้น ตนมองว่าสิ่งที่ผู้สมัครของเราดำเนินการมาโดยตลอดคือยึดในเรื่องใหญ่ อะไรที่ทำประโยชน์ให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่และยึดโยงทั้งประเทศ เป็นการหาเสียงอย่างสร้างสรรค์ ถือเป็นแนวทางของพรรคพลังประชารัฐ ส่วนพรรคอื่นจะใช้แนวทางอย่างไรตนไม่ทราบ แต่เรายึดมั่นว่า ประชาชนต้องมาก่อนโดยที่ไม่ได้ยึดที่ตัวบุคคล ต้องทำในทางสร้างสรรค์
    เมื่อถามถึงกรณีมีใบปลิวโจมตีนายสมศักดิ์ คุณเงิน ผู้สมัครพรรค พปชร. ว่ามีคดีและมีหมายจับ นายอุตตมกล่าวว่า คิดว่าผู้สมัครของเราสามารถอธิบายสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวกับตนเองให้ประชาชนเข้าใจได้ อธิบายให้ประชาชนฟังได้อยู่แล้ว
เพื่อไทยโวยมีเก็บบัตร ปชช.
    ขณะที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยแกนนำพรรคเพื่อไทย นำนายธนิก มาสีพิทักษ์ ผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 พรรคเพื่อไทย หมายเลข 1 ขึ้นรถขยายเสียงตระเวนหาเสียงและพบปะประชาชนไปในหมู่บ้านต่างๆในเขต อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ตามแนวทางการหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนถึงวันเลือกตั้ง ท่ามกลางการต้อนรับจากชาวหนองเรือ ที่ให้การสนับสนุนพรรคเพื่อไทยอย่างเนืองแน่น
    โดยขบวนคาราวานหาเสียงของพรรคเพื่อไทยได้ขับไปตามถนนเส้นทางสายต่างๆ ครบทุกหมู่บ้านในเขต อ.หนองเรือ เพื่อแนะนำผู้สมัคร และขอคะแนนสนับสนุนพรรคเพื่อไทยให้ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้
    นายธนิก มาสีพิทักษ์ ผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า มีรายงานว่ามีการเก็บบัตรประชาชนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งเอาไว้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายและไม่ถูกต้อง จึงขอให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ถูกกลุ่มบุคคลที่เก็บบัตรประจำตัวประชาชนไปนั้นไปทวงถามบัตรประชาชนกลับคืน หากไม่ได้รับคืน ก็ขอให้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที
    "พรรคคู่แข่งใช้อำนาจรัฐอย่างชัดเจนในการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งคณะทำงานของพรรคเพื่อไทยก็ไม่ยอมแพ้ และต่อสู้ตามกรอบของกฎหมายและระเบียบการเลือกตั้งตามที่ กกต.กำหนด อย่างไรก็ตาม ยังคงมั่นใจว่าจะได้รับการสนับสนุนจากชาวหนองเรือและชาวมัญจาคีรีจนได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้" นายธนิกกล่าว
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งในการเลือกตั้งซ่อมเขตเลือกตั้งที่ 7 รวมจำนวน 132,427 คน แบ่งเป็น พื้นที่ อ.หนองเรือ 74,779 คน, อ.มัญจาคีรี 57,648 คน มีหน่วยเลือกตั้งรวม 271 หน่วยเลือกตั้ง โดยที่ อ.หนองเรือ มี 153 หน่วยเลือกตั้ง และ อ.มัญจาคีรี 118 หน่วยเลือกตั้ง 
    และในการเลือกตั้งครั้งนี้ มีผู้สมัครทั้งหมด 4 ราย ประกอบด้วยนายธนิก มาสีพิทักษ์ จากพรรคเพื่อไทย หมายเลข 1, นายสมศักดิ์ คุณเงิน จากพรรคพลังประชารัฐ หมายเลข 2, พ.ต.อ.กิตติกูร กาญจนสกุล จากพรรคเสรีรวมไทย หมายเลข 3 และนายสุทัศน์ ผลบุญ จากพรรคพัฒนาชาติ หมายเลข 4.


สนใจกันทำไม.....?กับแถลงการณ์เนื้อหาบ่งบอก "คนถ่อย-คนเถื่อน" เขียน ถ้าระดับ "ตัวแทนประเทศ" เขียนแถลงการณ์นั้น.......

จบที่ 'ไม่ยอมจบ' ของทอน
ภาวะโลก "Covid-19" เซตซีโร
'บทบาท กมธ.ที่น่าทบทวน'
เรื่องกฎหมาย 'สไตล์ปิยบุตร'
พงศกร 'สะท้อนภาพ' ธนาธร
จะเอาให้ 'เผาศาล' กันใช่มั้ย?