'วราวุธ'รมต.ม้ามืด! 'เสี่ยหนู'กัญชามอด 


เพิ่มเพื่อน    


    พลิก! ซูเปอร์โพลสำรวจความเห็นประชาชนถึงรัฐมนตรีที่ใจดี เรียบง่าย ไม่มีพิษไม่มีภัย ทำงานเก่ง มุ่งช่วยเหลือเกษตรกรผู้มีรายได้น้อย "วราวุธ" เข้าวิน "จุรินทร์" ตามมาติดๆ "บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม" ตามมาห่างๆ ส่วน "เสี่ยหนู" กัญชาหมดฤทธิ์ สำหรับความชื่นชอบนักการเมืองส้มหวาน "ปิยบุตร" เนื้อหอมสุด ตามด้วย "พิธา" ขณะที่ "ธนาธร" ตกกระป๋อง
    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง จัดอันดับรัฐมนตรี วัดคนอนาคตใหม่ กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,010 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ระหว่างวันที่ 16-20 ธันวาคม พ.ศ.2562 ที่ผ่านมา
    เมื่อถามถึงรัฐมนตรีที่ใจดี เรียบง่าย ไม่มีพิษไม่มีภัย ทำงานเก่ง มุ่งช่วยเหลือเกษตรกร ผู้มีรายได้น้อย พบว่า อันดับที่ 1 ได้แก่ นายวราวุธ ศิลปอาชา ร้อยละ 23.1, อันดับ 2 ได้แก่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ร้อยละ 21.9, อันดับที่ 3 ได้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ร้อยละ 15.2, อันดับที่ 4 ได้แก่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ร้อยละ 10.7, อันดับที่ 5 ได้แก่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 8.0, อันดับที่ 6 ได้แก่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ร้อยละ 7.5, อันดับที่ 7 นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ร้อยละ 5.5, อันดับที่ 8 ได้แก่ นายอุตตม สาวนายน ร้อยละ 5.0 และอื่นๆ เช่น นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ เป็นต้น ร้อยละ 3.1 ตามลำดับ
    โดยเหตุผลสำคัญอย่างน้อย 2 ส่วนที่ทำให้นายวราวุธ ศิลปอาชา ขึ้นอันดับหนึ่ง เช่น ภาพลักษณ์ประจำตัวของนายวราวุธเองที่เรียบง่าย เป็นกันเอง แต่ทำงานเก่ง เข้าถึงคนรายได้น้อยและเกษตรกร และภาพลักษณ์ของอดีตนายกรัฐมนตรี บรรหาร ศิลปอาชา ที่เป็นคนเรียบง่าย เข้าถึงประชาชนและผลงานช่วยเกษตรกร
    ที่น่าสนใจคือ เมื่อถามถึงรัฐมนตรีที่ทำตามสัญญาช่วงเลือกตั้งมากที่สุด พบว่า อันดับที่ 1 ได้แก่ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ร้อยละ 22.8, อันดับที่ 2 ได้แก่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ร้อยละ 18.1, อันดับที่ 3 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ร้อยละ 17.5, อันดับที่ 4 ได้แก่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 11.1, อันดับที่ 5 ได้แก่ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ร้อยละ 9.5, อันดับที่ 6 ได้แก่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ร้อยละ 9.1, อันดับที่ 7 ได้แก่ นายอุตตม สาวนายน ร้อยละ 4.0, อันดับที่ 8 ได้แก่ นายวราวุธ ศิลปอาชา ร้อยละ 3.4 และอื่นๆ เช่น นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นต้น ร้อยละ 4.5 ตามลำดับ 
    เหตุผลที่ทำให้นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ขึ้นอันดับหนึ่ง น่าจะมาจาก 2 สาเหตุ เช่น การทำให้ราคาปาล์มในมิติพลังงานมาทำ B 10 ชาวสวนปาล์มจึงได้ราคาปัจจุบันเกิน 5 บาทต่อกิโลกรัม และในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ที่ผลงานของพรรคพลังประชารัฐเพิ่มรายได้ลดรายจ่ายของประชาชนจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และมาตรการชิมช้อปใช้ เป็นตัวเสริม
    ที่น่าพิจารณาคือ เมื่อถามถึงคนที่ประชาชนนิยมชื่นชอบในพรรคอนาคตใหม่ พบว่า ร้อยละ 36.8 ระบุอาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล รองลงมาคือ คนอื่นๆ เช่น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์, นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช ร้อยละ 29.8 ในขณะที่ 1 ใน 3 หรือร้อยละ 33.4 ไม่ชื่นชอบใครเลย 
รัฐมนตรีม้ามืด
    ยิ่งไปกว่านั้น ที่น่าเป็นห่วงคือ เมื่อถามถึงผลลัพธ์ของพรรคอนาคตใหม่ ที่มีการขับไล่ 4 ส.ส.ของพรรคออกจากพรรค ชักชวนให้คนลงถนน กกต.ยื่นเรื่องให้ยุบพรรค เหล่านี้จะทำให้พรรคอนาคตใหม่เป็นอย่างไร ผลสำรวจพบว่า ร้อยละ 40.2 ระบุอยู่ยาก ร้อยละ 31.3 ระบุอยู่ไม่เป็น ในขณะที่เพียงร้อยละ 28.5 ระบุว่าอยู่เป็น
    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา กล่าวต่อว่า ผลโพลชิ้นนี้ชี้ให้เห็นหลายมิติในทางการเมือง เช่น รัฐมนตรีที่ดูเหมือนเป็นม้ามืด ขึ้นมาเป็นอันดับที่หนึ่งของรัฐมนตรีที่ทำตามสัญญาและรัฐมนตรีที่ประชาชนดูว่าใจดี เรียบง่าย ไม่มีพิษไม่มีภัย ทำงานเก่ง มุ่งช่วยเหลือเกษตรกรผู้มีรายได้น้อย ได้แก่ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ และนายวราวุธ ศิลปอาชา ในขณะที่เสียงสะท้อนของประชาชนต่อคนในพรรคอนาคตใหม่ชี้ให้เห็นว่า ความนิยมของอาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล กลับนำหน้าคนอื่นๆ ในพรรค รวมถึง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ตกไปอยู่ในกลุ่มคนอื่นๆ ยิ่งไปกว่านั้น การตัดสินใจขับไล่ 4 ส.ส.ของพรรค การชักชวนคนลงถนน ทำให้คนมองว่าพรรคอนาคตใหม่จะอยู่ยากและอยู่ไม่เป็น
    “อย่างไรก็ตาม ที่น่าสนใจคือความนิยมของประชาชนต่อ “รัฐมนตรี 3 ป.” ที่ไม่ใช่นักการเมืองมืออาชีพ แต่มีฐานสนับสนุนจากประชาชนรวมกัน 3 คนนี้จะได้สูงถึงร้อยละ 33.4 หรือประมาณ 1 ใน 3 ของประชาชนที่ถูกศึกษาที่อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นเสียงของประชาชนที่มาสนับสนุนรัฐมนตรีที่ไม่ได้มีฐานเสียง หมายความว่ามีประชาชนอยู่กลุ่มหนึ่งที่มีจำนวนมากไม่ฝักใฝ่บรรดานักการเมือง แต่จะเป็นใครก็ได้ที่ตั้งใจทำงานหนักแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และเมื่อวิเคราะห์เจาะลึกพบว่าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มพลังเงียบ ดังนั้นฝ่ายการเมืองจะเคลื่อนไหวอะไรให้ระมัดระวังกลุ่มคนกลุ่มนี้ดีๆ เพราะเป็นกลุ่มคนที่น่าจับตามองเชื่อมโยงไปยังกลุ่มคนที่ไม่ชื่นชอบใครเลยในพรรคอนาคตใหม่ จึงอย่าผลีผลามทำอะไรให้ประเทศชาติบ้านเมืองวุ่นวาย” ผอ.ซูเปอร์โพลกล่าว
    ที่บ้านฮ่องแสง ตำบลหัวทุ่ง อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาเป็นประธานเปิดงาน “ผู้ใหญ่พบปะประชาชนเครือข่าย 9 จังหวัดภาคอีสานและรับหนังสือร้องเรียนของเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน ต่อสู้เพื่อเอาชนะความยากจนภาคประชาชน สาขาจังหวัดขอนแก่น และ 8 จังหวัดในภาคอีสาน โดยมีสมาชิกเครือและประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมประมาณ 500 คน
         นายสุภรณ์ได้กล่าวพบปะประชาชนว่า "รัฐบาลภายใต้การบริหารของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยพี่น้องเกษตรกรทุกท่านอย่างจริงใจ ท่านได้มอบให้ตนมารับฟังปัญหาความเดือดร้อนเพื่อนำไปสู่แนวทางการแก้ไข วันนี้ท่านได้สั่งการให้คณะรัฐมนตรีทุกท่านและข้าราชการทุกคนที่เกี่ยวข้องในเรื่องปัญหาต่างๆ ลงมาดูแก้ไขบูรณาการร่วมกับพื้นที่ทั้งในระดับภูมิภาคอย่างเร่งด่วน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาภัยแล้ง ปัญหาหนี้สิน ปัญหาราคาพืชผล และการส่งเสริมฟื้นฟูอาชีพให้มีรายได้อยู่ดีกินดีอย่างมั่งคั่งและยั่งยืนตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง
         เขากล่าวว่า ในวันที่ 25 ธันวาคมนี้ นายกฯ และคณะก็จะลงตรวจพื้นที่ดูแลปัญหาให้กับพี่น้องชาวจังหวัดชัยภูมิเพื่อให้ประชาชนได้พูดคุยอย่างใกล้ชิดเป็นกันเองกับนายกฯ และเพื่อรับฟังปัญหาความต้องการของพี่น้องประชาชนชาวอีสานในทุกยังหวัดอย่างทั่วถึง ความห่วงใยที่นายกฯ มีให้กับเกษตรกรรากหญ้าคือภาระอันยิ่งใหญ่ของรัฐบาลที่จะเดินหน้า ทำให้อยู่กินดี มีเงินใช้จ่ายหมดหนี้หมดสิน ราคาพืชผลการเกษตรสูงขึ้น มีรายได้ต่อครัวเรือนมากขึ้นตามลำดับ การฟื้นฟูส่งเสริมอาชีพจะทำให้พี่น้องเกษตรกรมีรายได้มากขึ้น ในที่สุดหนี้สินจะหมดไป
        "ขอให้พี่น้องประชาชนพี่น้องเกษตรกรมีความอดทน ตั้งใจขยันในหน้าที่การงาน และเดินหน้ารับนโยบายที่ดีของรัฐบาลที่จะผลักดันมาสู่พี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึงในหลายๆ นโยบาย เพราะรัฐบาลนี้ภายใต้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังอย่างเด็ดขาดครับ" 
    นายสุภรณ์เผยว่า ทางกลุ่มเครือข่ายฯ ส่งต่อตัวแทนร้องกลอนรำสดทำนองหมอรำขอนแก่น ฝากอวยพรให้กำลังใจนายกฯ และรัฐบาลมีกำลังใจในการทำงานเพื่อประชาชนให้สำเร็จและราบรื่นดีใจที่นายกฯ และรัฐบาลห่วงใยพี่น้องเกษตรกรและประชาชนอย่างจริงใจ
"จุรินทร์"ลดกระหน่ำทั่วภาคเหนือ    
    นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงานลดราคาสินค้าทั่วภาคเหนือ โดยมีนายนิพนธ์ บุญญามณีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมด้วย ในโครงการ ของกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายในชื่อว่า “พาณิชย์ ลดปัง ข้ามปี New Year Grand Sale ภาคเหนือ” ณ บริเวณ ศาลากลางจังหวัด จังหวัดเชียงใหม่
         เขากล่าวว่า โครงการทำทั้งประเทศ แต่ไม่มีโอกาสไปเปิดได้ทุกจังหวัด ส่วนภาคเหนือประเดิมที่จังหวัดเชียงใหม่ ลดราคาสินค้าเริ่มต้น 14 ธ.ค.62-12 ม.ค.63 รวมระยะเวลา 30 วัน ได้รับความร่วมมือผู้ประกอบการห้างร้านต่างๆ ทั่วภาคและทั่วประเทศไทย พร้อมกัน
         นายจุรินทร์กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์มีการ Kick Off งานลดราคาจำหน่ายสินค้าในช่วงเทศกาลปีใหม่ ณ จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันศุกร์ที่ 13 ธันวาคม 2562 โดยมอบของขวัญให้กับประชาชนทั้งประเทศ วันนี้จึงเกิดขึ้น โดยมีสินค้ามากมายลดราคา มีด้วยกันทั้งหมด 10 หมวด ประกอบด้วย อาหารเครื่องดื่ม ของใช้ประจำวัน สินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์เพื่อการเกษตร เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย อุปกรณ์ก่อสร้าง อุปกรณ์กีฬา โดยเฉพาะอย่างยิ่งยางรถยนต์
        "โดยการลดราคาตั้งแต่ 10-80% โดยมีร้านค้ากว่า 20,000 แห่งทั่วประเทศ ไล่มาตั้งแต่ตำบล อำเภอ มาจนถึงจังหวัด ซึ่งสามารถประหยัดไปสามารถได้ถึง 21,600 ล้านบาท ทั้งโครงการ และนำมหกรรมธงฟ้ามาร่วมด้วย ลดราคาไป 20-80% ที่เป็นราคาประหยัด หวังว่าวันนี้เป็นต้นไปจนถึง 12 มกราคม 63 พี่น้องทุกคนจะไปจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้าเพื่อกระตุ้นการบริโภคในประเทศ" 
    รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าวว่า     กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ดำเนินการให้งานในวันนี้เกิดขึ้น และสามารถช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้ให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล กับงานพาณิชย์ ลดปัง ข้ามปี New Year Grand Sale" และ “มหกรรมธงฟ้าลดค่าครองชีพ” ของจังหวัดเชียงใหม่ แต่เดิมที่บริเวณศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ส่วนทุกจังหวัดทั่วประเทศนั้น สามารถเข้าใช้บริการได้ทุกห้างสรรพสินค้าที่ร่วมรายการ รวมทั้งร้านสะดวกและอื่นๆ
    นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า #ดีแล้วเพื่อนคิดได้ #SaveTim เพื่อนทิม ยังมีอนาคตทางการเมืองที่ดี อีกไกล ยังเป็นว่าที่หัวหน้าพรรคการเมือง พรรคอันดับ 3 ในอนาคต ซึ่งปัจจุบันก็เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่ออยู่ อีกทั้งเป็นประธาน กมธ. 
    เป็นผู้นำคนรุ่นใหม่ต้องคิดทุกอย่างให้ถี่ถ้วน รอบคอบ อย่าทำผิดกฎหมายบ้านเมือง โดยเฉพาะ พ.ร.ป.พรรคการเมือง 2560 และกฎหมายอื่นๆ อย่านำความเดือดร้อนมาสู่พรรค สู่กรรมการบริหารพรรค สู่ตนเอง สู่ครอบครัวตนเอง สู่คนที่เรารัก ถ้ามัวเอาใจ fc จริง fc จัดตั้ง fc ยั่วยุ fc เขาแค่สะใจอยากดูอะไรมันๆ ที่พวกเขาไม่กล้าทำ เหมือนดูมวยต่อยกันแล้วสะใจ 
    ถ้าทำตามใจพวกเขา แล้วเราคิดว่าเราเป็นซูเปอร์สตาร์ เป็นที่รักของประชาชน คิดผิด เราติดคดี ติดคุก หมดอนาคต เพราะทำไปไม่ได้คิด หวังดี จาก เพื่อนเต้ 007.


"การดําเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง ต้องอาศัยรายได้ของพรรคการเมือง ซึ่งกฎหมายกําหนดแหล่งที่มาไว้ตามมาตรา ๖๒

ภาวะโลก "Covid-19" เซตซีโร
'บทบาท กมธ.ที่น่าทบทวน'
เรื่องกฎหมาย 'สไตล์ปิยบุตร'
พงศกร 'สะท้อนภาพ' ธนาธร
จะเอาให้ 'เผาศาล' กันใช่มั้ย?
จำเลย 'สารภาพ' แต่ดิ้นโชว์