ร้องกกต.ปารีณาจุ้นจนท. ปทส.ยันคดีรุกป่าคืบหน้า


เพิ่มเพื่อน    

 “เรืองไกร” ร้อง กกต.สอบ “ปารีณา" ใช้ตำแหน่ง ส.ส.ก้าวก่าย จนท.ป่าไม้เร่งจัดสรรที่ดิน "แม่ธนาธร" เป็นป่าชุมชน ชี้ขัด รธน. ม.185 เสนอให้ส่งศาล รธน.วินิจฉัยสมาชิกภาพ ผบก.ปทส.ยันคดี "ปารีณา" รุกป่า อีกไม่กี่สัปดาห์มีความคืบหน้า "ธรรมนัส" ร่วมประชุมกับเครือข่ายที่ดิน จ.นครฯ-กระบี่ รับทราบข้อเสนอรัฐนำที่ดิน 23 ตำบล 1.2 หมื่นแปลง นำไปปฏิรูปที่ดินให้เกษตรกร 

    ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วันที่ 23 ธันวาคม นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคเพื่อไทย เข้ายื่นคำร้องต่อ กกต. ขอให้ตรวจสอบ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์  ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ กรณีใช้สถานะหรือตำแหน่งหน้าที่ ส.ส.ก้าวก่าย แทรกแซงการพิจารณาของกรมป่าไม้ เกี่ยวกับที่ดินของนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดานายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ จ.ราชบุรี เพื่อให้ที่ดินดังกล่าวเป็นป่าชุมชน ตามความต้องการของชาวบ้านในพื้นที่ที่มีการร้องเรียน 
    นายเรืองไกรกล่าวว่า กรมป่าไม้ได้มีการส่งเอกสารให้กับคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ที่ตนเองเป็นกรรมาธิการอยู่ด้วย  จากเอกสารดังกล่าวซึ่งเป็นรายงานการประชุมของกรมป่าไม้พบว่า นอกจากจะได้มีการสรุปลำดับเหตุการณ์การจัดตั้งป่าชุมนุมหมู่ที่ 14 บ้านหนองน้ำใส ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ที่ชาวบ้านมีการไปร้องเรียน น.ส.ปารีณา ขอให้ตรวจสอบที่ดินของนางสมพร ซึ่งถือหนังสือ นส.2 และ นส.3 เพราะต้องการให้ที่ดินดังกล่าวถูกตั้งเป็นป่าชุมชน จนกระทั่งมีการประชุมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ น.ส.ปารีณาก็ได้เข้าไปร่วมประชุมด้วย เมื่อวันที่ 29 ต.ค.2562 
    โดยในรายงานการประชุมดังกล่าวระบุถ้อยคำของ น.ส.ปารีณาที่แจ้งกับที่ประชุมว่า จะกำชับประสาน เร่งรัด การตรวจสอบดังกล่าวของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อที่จะให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าชุมชนได้เร็วขึ้น จึงเห็นว่าถ้อยคำนี้เข้าข่ายว่า น.ส.ปารีณาใช้ตำแหน่ง ส.ส.ก้าวก่าย แทรกแซง การทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อประโยชน์ของตนเองและผู้อื่น ผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 185 (1) ต้องมาร้องต่อ กกต. เพราะหาก กกต.เห็นว่าผิดจริง  ก็ต้องเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ให้สมาชิกภาพความเป็น ส.ส.ของนางปารีณาสิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (7) ประกอบมาตรา 82 วรรค 4   
          “การที่คุณปารีณาดูแลช่วยเหลือประชาชนนั้นถูกต้องแล้ว แต่หมายถึงต้องตั้งกระทู้ญัตติในสภาผู้แทนราษฎร ถามว่าการไปร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่รัฐแล้วใช้ถ้อยคำในลักษณะเร่งรัดให้เจ้าหน้าที่รีบดำเนินการถูกต้องแล้วหรือ จึงต้องมาร้องต่อ กกต.ให้พิจารณา ซึ่งอาจต้องเรียกเจ้าหน้าที่ป่าไม้มาให้ปากคำว่าการใช้ถ้อยคำลักษณะดังกล่าวเข้าข่ายเป็นความผิดหรือไม่” นายเรืองไกรกล่าว
    พล.ต.ต.วิวัฒน์ ชัยสังฆะ ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ผบ.ปทส.) เปิดเผยถึงกรณีเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้แจ้งความเอาผิดต่อ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ รุกล้ำพื้นที่ป่าไม้-ป่าสงวน กว่า 46 ไร่ ใกล้แม่น้ำภาชี และครอบครองที่ดิน ส.ป.ก.โดยมิชอบ กว่า 683 ไร่ จากการปลูกสร้างโรงเรือนทำฟาร์มไก่เขาสนฟาร์ม ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ที่มีพื้นที่ทั้งหมด 1,700 ไร่ ว่า ภายในไม่กี่สัปดาห์นี้น่าจะมีความคืบหน้าในการทำงานด้านสืบสวนสอบสวนทางคดี เนื่องจากก่อนที่กรมป่าไม้จะมาร้องทุกข์กับ บก.ปทส.นั้น นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน ได้ไปแจ้งความกับ สภ.จอมบึง มีการดำเนินคดี น.ส.ปารีณาไว้อยู่แล้ว 
    ผบ.ปทส.กล่าวว่า เมื่อกรมป่าไม้ได้มาแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.ปารีณา และผู้เกี่ยวข้องในความผิดลักษณะเดียวกัน ตามระเบียบแล้วจึงต้องรายงานเสนอสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พิจารณาว่าจะมอบหมายให้หน่วยงานใดเป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบเป็นหลัก โดยอาจมอบหมายให้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ตั้งคณะทำงานร่วมกับตำรวจภูธร หรือหน่วยใดหน่วยหนึ่ง โดยระหว่างรอคำสั่งทั้ง บก.ปทส. และ สภ.จอมบึง รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ยังคงทำงานควบคู่กันไปไม่หยุดนิ่ง เพียงแต่รายละเอียดบางอย่างนั้นยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากต้องรอให้สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และกรมป่าไม้ รวบรวมข้อมูลต่างๆ มาประกอบสำนวนคดีเพิ่มเติม เพราะฝั่งผู้ถูกกล่าวโทษมีเงื่อนไขข้อแม้เยอะ  
    สำหรับกรณีที่มีตัวแทนภาคประชาชนทำเรื่องขอให้ บก.ปทส.ตรวจสอบสนามกอล์ฟแห่งหนึ่งใน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ของตระกูลจึงรุ่งเรืองกิจ เนื่องจากรุกล้ำพื้นที่ลำคลองสาธารณะ แม้พื้นที่ดังกล่าวจะมีโฉนดถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมตรวจสอบการได้มาซึ่งที่ดิน ภ.ท.บ.5 ของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อีก 5 ราย ว่าได้มาโดยชอบหรือไม่นั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูล
    ที่โรงละครองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช อ.เมืองนครศรีธรรมราช ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมประชุมและพบปะกับสมัชชาเครือข่ายที่ดินจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อรับทราบปัญหาความเดือดร้อนจากการครอบครองพื้นที่สิทธิทำกินและที่อยู่อาศัย ในเขตพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช และ จ.กระบี่ ซึ่งมีปัญหาที่ดินที่จะต้องแก้ไขระหว่างราษฎรในพื้นที่กับหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ ทั้งนี้ เพื่อให้รัฐบาลได้รับทราบความเดือดร้อน พร้อมเสนอความต้องการของเกษตรกรเพื่อร่วมแก้ไขปัญหาต่อไป
    นายประยุทธ วรรณพรหม ประธานเครือข่ายที่ดินจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า มีเกษตรกรที่ต้องประสบปัญหาต่อการครอบครองพื้นที่สิทธิทำกินและที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช และ จ.กระบี่ ซึ่งมีปัญหาที่ดินที่จะต้องแก้ไขระหว่างราษฎรในพื้นที่กับหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ โดยปัจจุบันราษฎรได้เข้าไปอยู่อาศัยเพื่อใช้ประโยชน์ในที่ดิน ซึ่งการเข้าไปใช้ประโยชน์ที่ดินดังกล่าวราษฎรต้องประสบปัญหากับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่รับผิดชอบ โดยการจัดประชุมในครั้งนี้ทางสมัชชาเครือข่ายมีความประสงค์ให้ภาครัฐนำที่ดินสาธารณประโยชน์ จำนวน 23 ตำบล 26 พื้นที่ จำนวน 12,000 แปลง ที่ได้ประกาศเป็นเขตปฏิรูปที่ดินแล้วบางส่วน นำไปปฏิรูปที่ดินให้กับเกษตรกร 
    "ในส่วนที่ยังไม่ได้ประกาศเป็นเขตปฏิรูปที่ดินนั้นขอให้ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ได้กรุณาประสานกับ รมว.มหาดไทย เพื่อนำที่ดินสาธารณประโยชน์ในส่วนที่เหลืออีกประมาณ 12,000 แปลง เพื่อประกาศเป็นเขตปฏิรูปต่อไป พร้อมทั้งให้มีการประสานไปยัง รมว.ทรัพยากรธรรมชาติเละสิ่งแวดล้อม เพื่อให้หน่วยงานที่รับผิดชอบในสังกัดหยุดการตัดทำลาย รื้อถอนผลอาสินและที่อยู่อาศัยของเกษตรกรจนกว่าปัญหาการครอบครองสิทธิในที่ดินทำกินและอยู่อาศัยจะยุติด้วย" นายประยุทธ์กล่าว
    ที่โรงแรมราวดี ตำบลปากพูน อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน เปิดโครงการอบรมหมอดินอาสา ๔.๐ ปีงบประมาณ ๒๕๖๓ ในโอกาสนี้ ร.อ.ธรรมนัสได้ประกอบพิธีมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.4-01) แก่เกษตรกรที่ได้รับการจัดที่ดินในท้องที่ 5 อำเภอ จำนวน 50 ราย เนื้อที่รวมประมาณ 334 ไร่เศษ พร้อมมอบเช็คสินเชื่อเงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ให้กับกลุ่มเกษตรกรที่กู้ยืมเงิน จำนวน 3 กลุ่ม รวม 14 ราย เป็นเงินทั้งสิ้น 700,000 บาท สำหรับ จ.นครศรีธรรมราช มีพื้นที่ดำเนินการปฏิรูปที่ดิน จำนวน 502,805 ไร่ จัดที่ดินให้เกษตรกรไปแล้ว 17 อำเภอ จำนวน 41,812 ราย 54,032 แปลง เนื้อที่รวม 481,132 ไร่เศษ.


 


นักข่าวนี่....ก็นะ น่าจะเปลี่ยน "ซิมสมอง" ซะมั่ง ทำเป็นหุ่นยนต์ "โปรแกรมสำเร็จรูป" ไปได้ อภิปรายไม่ไว้วางใจเสร็จปุ๊บ ต้องปรี่ถามนายกฯ ปั๊บ "ปรับ ครม.มั้ยคะ?"

บุญทาน "คุ้มบ้าน-คุ้มเมือง"
'เรื่องนักเรียนกับคนบ้าข่าว'
มหกรรม 'มหา'ลัย' แข่งติด #
ผ่ายุทธการอรุณรุ่งริ่ง
'สิ้นสุดทางคุก' ของ ๓ มะกอก
จบที่ 'ไม่ยอมจบ' ของทอน