'สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช'


เพิ่มเพื่อน    

               

                วันนี้...........

                เสาร์ที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๒

                ขอให้จำ "ฝังหัวใจ" กันไว้ทุกคนเลยว่า ถ้าไม่มีวันนี้

                จากเมื่อ ๒๕๒ ปี ที่แล้ว

                ก็จะไม่มีคำว่า แผ่นดินไทย ประเทศไทย และคนไทย ณ วันนี้ และวันต่อๆ ไป ตราบนิรันดร์

                ย้อนไป ๒๘ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๓๑๐

                วันนี้ ของ กาลนั้น........

                "สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช" เมื่อทรงขับไล่อริราชศัตรูแผ่นดินหนีเตลิด

                ตีเอาเมืองธนบุรีและกรุงศรีอยุธยากลับคืนมาได้แล้ว

                ก็ปราบดาภิเษกขึ้นเป็น "พระมหากษัตริย์"

                เกริกเกียรติเชิดชูธงแห่งแผ่นดินกรุงศรีอยุธยา ธ ดำรง ทรงประกาศนามสืบต่อไม่สิ้นสูญ

                แต่ทรงเห็นว่า กรุงศรีอยุธยา นั้น ถูกศัตรูย่ำยีบีฑา บอบช้ำเกินจะบูรณะ

                จึงสร้างเมืองหลวงใหม่ที่เมืองธนบุรี และสถาปนาเป็น "ราชอาณาจักร กรุงธนบุรี" สืบแทน

                ฉะนั้น.........

                ๒๘ ธันวาคม "วันปราบดาภิเษก" ขึ้นเป็นพระเจ้าแผ่นดินแห่งอาณาจักรธนบุรีของ "สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช"

                จึงสามารถพูดได้ "เต็มปาก-เต็มใจ"

                ๒๘ ธันวา วันปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์ของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

                คือวันประเทศไทย "หยั่งรากแก้ว" ถาวร

                อีก ๑๕ ปี ต่อมา.........

                เมื่อ "สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก" ปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์ สืบต่อ

                พระนามว่า "พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช" เป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี เมื่อ ๖ เมษายน พ.ศ.๒๓๒๕

                จึงทรงย้ายเมืองหลวงจากฝั่งกรุงธนบุรี ข้ามฟากมาฝั่งพระนครปัจจุบัน

                ทรงทำพิธียกเสาหลักเมือง สร้างเมืองหลวงใหม่ "พระบรมมหาราชวัง" เมื่อ ๒๑ เมษายน พ.ศ.๒๓๒๕

                และเสด็จขึ้นเสวยราชสมบัติ วันที่ ๑๓ มิถุนายน พ.ศ.๒๓๒๕ พร้อมทั้งพระราชทานนามพระนครใหม่นี้ ว่า

                “กรุงเทพมหานคร บวรรัตนโกสินทร์ มหินทรายุธยามหาดิลก ภพนพรัตน์ราชธานีบุรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์ มหาสถานอมรพิมาน อวตารสถิต สักกะทัตติยะ วิษณุกรรมประสิทธิ" 

                คำว่า"บวรรัตนโกสินทร์" เปลี่ยนเป็น......

                "อมรรัตนโกสินทร์" ดังปัจจุบัน ในสมัยรัชกาล ที่ ๔

                ครับ......

                ยุคนี้ เป็นยุคกลุ่มคน "เสียชาติเกิด" สมคบต่างชาติปลุกระดม ให้ทั้งเด็ก ทั้งผู้ใหญ่ ทั้งชาวเขา ชาวเรา "ชังระบบ-ชังชาติ" บ้านเมืองตัวเอง

                ดังนั้น เมื่อถึงวันสำคัญ ก็ต้องพูดกันยาวนิด

                เพื่อให้ซึมผ่านกะโหลกไปยัง ๓ ล้านเส้นประสาทในหัวสมองของบางชน

                จะได้กำซาบถึงรากเหง้าในชาติกำเนิดบ้านเมืองตัวเองบ้าง

                นับอายุราชอาณาจักรธนบุรี จาก พ.ศ.๒๓๑๐ มาถึงวันนี้ พ.ศ.๒๕๖๒ ก็ ๒๕๒ ปี

                นับจาก "กรุงรัตนโกสินทร์" พ.ศ.๒๓๒๕ ถึงวันนี้ ก็ ๒๓๗ ปี

                ชาติบ้านเมืองไทยเรายั่งยืน เติบใหญ่ ด้วยบรรพกษัตริย์แต่ละราชวงศ์ แต่ละพระองค์

                รวมถึงแต่ละบรรพบุรุษแห่งเราชาวชน ได้โรมรัน-ทอดร่าง-หลั่งเลือด

                ร่วมกันรักษาเอกราชและแผ่นดินนี้ ให้เป็นมรดกตกทอดสืบต่อสายเลือดและวิญญาณไทย รุ่นสู่รุ่น

                "หัวใหม่" ในทางสืบสานพัฒนาต่อยอดสิ่งล้ำค่าที่มีเดิม เป็นเรื่องดี

                แต่ "หัวใหม่" ในทางลบล้าง "ตัดยอด-ถอนราก" ในเอกลักษณ์ความเป็นชาติที่ล้ำค่า เป็นเรื่องเลว! โทษคนรุ่นใหม่ก็ยาก........

                เพราะระบบศึกษาไทย เน้นสอนให้รู้จักบุคคลในประวัติศาสตร์สากล มากกว่าสอนให้ซึมซับ ด้วยภูมิใจบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ไทย และยืดอกยึดเป็นไอดอล

                ชูไทย ไม่เท่

                ชูฝรั่ง ชูต่างชาติ พวกใจทาส บอกเท่!

                อย่างพระราชปณิธาน "สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช"

                ถ้าใครไปกราบ ณ "ศาลพระเจ้าตากสินมหาราช" ที่วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร

                จะพบจารึก ดังนี้..........

                อันตัวพ่อ ชื่อว่า พระยาตาก

                ทนทุกข์ยาก กู้ชาติ พระศาสนา

                ถวายแผ่นดิน ให้เป็น พุทธบูชา

                แด่พระศาสนา สมณะ พระพุทธโคดม

                ให้ยืนยง คงถ้วน ห้าพันปี

                สมณะพราหมณ์ชี ปฏิบัติ ให้พอสม

                เจริญสมถะ วิปัสสนา พ่อชื่นชม

                ถวายบังคม รอยบาท พระศาสดา

                คิดถึงพ่อ พ่ออยู่ คู่กับเจ้า

                ชาติของเรา คงอยู่ คู่พระศาสนา

                พุทธศาสนา อยู่ยง คู่องค์กษัตรา

                พระศาสดา ฝากไว้ ให้คู่กัน ฯ

                อ่านแล้ว..........

                กราบทั้งน้ำตาด้วยระอุอุ่นแห่งสำนึกและระลึกรู้ ในพระราชปณิธานอันยิ่งใหญ่

                เหนื่อยยาก เลือดเนื้อ ชีวิต

                เพื่อให้ได้มา ดำรงอยู่ แห่งความเป็น ชาติ พระพุทธศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ ในแผ่นดินผืนนี้

                ชาติไทย ต้องยั่งยืนยาวนาน คู่อายุพุทธกาล ๕,๐๐๐ ปี!

                นี่...ของดี ของประเสริฐ เช่นนี้

                พวกนักวิชาการ พวกอาจารย์ พวกหัวใหม่-ใจอสัตย์ ไม่ซึมซาบ ไม่สำนึก และไม่นำมากล่าวอ้าง ในทางเชิดชูเลย

                โน่น.....

                กลับไปสำนึก ไปเชิดชู พวกปฏิวัติฝรั่งเศส อย่างจอมเผด็จการตัวจริง-เสียงจริง "รอแบ็สปีแยร์" กับ "แซ็ง-ฌุสต์"

                ๒ ตัวการล้มล้างระบบกษัตริย์ จับพระเจ้าหลุยส์ ที่ ๑๖ ไปบั่นพระเศียร ด้วยกิโยติน

                ดังที่ปิยบุตร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ เลขาฯ พรรคอนาคตใหม่ ทั้งสมัยเป็นอาจารย์สอนกฎหมาย ทั้งปัจจุบัน

                นำคำพูดจอมเผด็จการ "แซ็ง-ฌุสต์" มาเอ่ยอ้าง มาเชิดชู พร่ำสอน ให้เป็นตัวอย่างทำ เช่น

                "......นั้น เป็นทรราชโดยธรรมชาติ และโดยตัวของมันเอง" บ้าง

                "ความเป็น......เป็นอาชญากรรมนิรันดร์ต่อประชาชน มนุษย์จึงย่อมมีสิทธิสัมบูรณ์ในการลุกขึ้นสู้" บ้าง

                ๒๘ ธันวา.........

                แทนที่จะสำนึกระลึกรู้ในพระมหากรุณาธิคุณยิ่งใหญ่ของ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช" และไปถวายเครื่องราชสักการะ ดังประชาชนทั้งหลายกระทำ

                แต่ เป็นดังประจักษ์อยู่

                กลับโหม เหิมเกริม เดินสายออกแจกใบปลิว ตามหมู่ประชาชน หมู่นักเรียน เข้าโรงเรียน เข้าหมู่บ้าน กระทั่งตามกลุ่มชาติพันธุ์

                เสี้ยม/แซะ ให้ชังชาติ-ชังสถาบัน เกลียดระบบทหาร

                ปลุกเร้าให้ล้มรัฐบาล ป้อนข้อมูลเท็จ.....

                ว่ารัฐบาลประชาธิปไตยเลือกตั้งนี้ เป็นคราบของกองทัพ ต้องยึดแนวทางปฏิวัติฝรั่งเศส ล้มมัน..ให้พวกเขาเข้ามามีอำนาจ

                นั่นแหละ.....

                จึงจะเป็นประชาธิปไตย ด้วย "เสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ" เช่นที่ รอแบ็สปีแยส์, แซ็ง-ฌุสต์ ทำให้มี-ให้เป็น

                ลงท้าย ........

                ไอ้ที่อ้าง "เสรีภาพ-เสมอภาค-ภราดรภาพ" นั่นแหละ มันคือเผด็จการตัวจริง

                ทั้งปีแยส์และแซ็ง-ฌุสต์ พร้อมคณะพรรค ๒๐ กว่าคน

                ถูกประชาชนลากไปบั่นคอในที่สุด

                ด้วย "กิโยติน"!

                รอยเกวียนย่อมทับรอยโค ฉันใด ประวัติศาสตร์ก็ไม่เคยหลอกคน ฉันนั้น

                วันนี้ อย่าลืมไปถวายราชสักการะพระบรมรูป "สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช" กันนะครับ

                ผม...ตีนเหยียบกรุงเทพฯ ครั้งแรก ที่วงเวียนใหญ่

                ตาก็เห็น "สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช" ทรงม้า ชูดาบ น่าเกรงขาม สง่างาม สยบอริราชทั่วแผ่นดิน ใครเห็น ใครก็ย่นระย่อ

                ศิลป์สูงล้ำ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่วงเวียนใหญ่ นี้ เป็นฝีมือปั้นของ อภิมหาปรมาจารย์ "ศิลป์ พีระศรี"

                ทั่วแผ่นดินไทย เหนือ-ใต้-ออก-ตก ไปจังหวัดไหน ก็เจอศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินบ้าง พระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากบ้าง

                นั่นเพราะ พระองค์ "รบร้อยทิศ" เทิดกษัตริย์ พิทักษ์แผ่นดิน

                ฉะนั้น สะดวกที่ใด ก็เอาใจภักดิ์ไปกองถวายแทบพระบาทพระองค์ท่าน ณ ที่นั้นเถอะ

                ปกติ ผมปฏิบัติทุกปี มาปีนี้ เขาประกาศหยุดราชการ ๕ วัน ที่เคยไปถวายเครื่องราชสักการะบูชา ที่ค่ายบางกุ้ง บ้าง ที่วัดถ้ำซับมืด ปากช่อง บ้าง

                คงฝ่าคลื่นรถที่แห่แหนคืนถิ่นกันไม่ไหว

                พอดีทราบว่า ที่วัดโมลีโลกยาราม ธนบุรี อันเป็นส่วนพระราชวังกรุงธนบุรีมาก่อน

                อยู่ในช่วงมีพระ-เณร มาอบรมบาลีก่อนสอบสนามหลวง ร่วม ๕๐๐ รูป ต้องใช้งบวันละ ๓๐,๐๐๐  บาท ค่าภัตตาหารและน้ำปานะ

                ก็เลยจองเป็นเจ้าภาพวันนี้ ถวายเป็นราชสักการะ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช"

                ช่วยกันสาธุนะ นั่นเท่ากับทุกคนได้แสดงกตเวทิตาคุณต่อ "สมเด็จพระเจ้าตากสิน" เช่นกัน

                คุยส่งท้าย "สัปดาห์สุดท้าย" ในการทำงาน ปี ๒๕๖๒ ให้ใจเบิกบาน แบ่งๆ กันไป แซงซ้าย-แซงขวา ใครก็อย่าโกรธใคร

                ไปให้ถึง เที่ยวให้สนุก และกลับมาให้ปลอดภัย ส่วนผม...เขาไปกันหมด

                ก็ "เฝ้าโยงโรงพิมพ์" ตามเคย! 


นักข่าวนี่....ก็นะ น่าจะเปลี่ยน "ซิมสมอง" ซะมั่ง ทำเป็นหุ่นยนต์ "โปรแกรมสำเร็จรูป" ไปได้ อภิปรายไม่ไว้วางใจเสร็จปุ๊บ ต้องปรี่ถามนายกฯ ปั๊บ "ปรับ ครม.มั้ยคะ?"

บุญทาน "คุ้มบ้าน-คุ้มเมือง"
'เรื่องนักเรียนกับคนบ้าข่าว'
มหกรรม 'มหา'ลัย' แข่งติด #
ผ่ายุทธการอรุณรุ่งริ่ง
'สิ้นสุดทางคุก' ของ ๓ มะกอก
จบที่ 'ไม่ยอมจบ' ของทอน