เบรกม็อบ2ขั้วหวั่นขัดแย้งสิ้นชาติ


เพิ่มเพื่อน    

  แกนนำ พปชร.ขวางการปลุกม็อบ เตือนทำให้สถานการณ์หนักกว่าที่เป็นอยู่ ย้อนถามกว่าจะได้ รธน.กลับคืนมาต้องต่อสู้และบอบช้ำกันเท่าไหร่ "หมอวรงค์" ลั่นเป็นหน้าที่ของทุกคน อย่ายอมให้พวกชังชาติทำร้ายประเทศ "ไพศาล" ผวา 2 ฝ่ายเผชิญหน้าจะทำให้สิ้นชาติ แต่ "หมอดูวันชัย" ฟันธงเป็นยุคแห่งพระศิวะเสด็จลงมาปราบอธรรม ทุกข์เข็ญ บ้านเมืองสงบร่มเย็น  

    เมื่อวันจันทร์ที่ 30 ธันวาคม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และแกนนำพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองในปี 2563 ว่าการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่จะเกิดขึ้น เป็นความคิดเห็นที่แตกต่าง แต่อย่าทำให้เกิดความขัดแย้งแตกแยก ทำให้ประเทศชาติชะงักได้  
    ส่วนกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) กังวลลัทธิชังชาติ จะเป็นชนวนขัดแย้งในอนาคตขึ้นอีกหรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า ประชาชนพบกับปัญหามามากแล้ว อยากให้แสดงความเห็นต่างและวิจารณ์ในภาควิชาการมากกว่า และไม่เห็นด้วยที่จะมารวมเป็นกลุ่มก้อนและก่อม็อบที่จะทำให้สถานการณ์หนักกว่าที่เป็นอยู่ขณะนี้ เรามีประสบการณ์มาแล้ว และมีหลายคนถูกจองจำ ถามว่าได้ประโยชน์อะไร ขอว่าอะไรที่จะทำให้ขัดแย้งอย่าไปทำตาม ต้องคิดว่ากว่าจะได้รัฐธรรมนูญกลับคืนมาต้องต่อสู้และบอบช้ำกันเท่าไหร่
    ด้าน น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวอวยพรปีใหม่ว่า ขอให้ปีใหม่นี้เป็นปีที่ดีสำหรับทุกท่าน เป็นปีที่เราจะมาร่วมมือร่วมใจสามัคคีปรองดอง หลอมรวมจิตใจกันเป็นหนึ่งเดียว เป็นพลังในการฝ่าฟันอุปสรรคและวิกฤติต่างๆ เพื่อสร้างอนาคตที่รุ่งเรืองของประเทศไปด้วยกัน
    ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.ที่ผ่านมา ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ บรรยายหัวข้อ "หัวใจสำคัญของพรรครวมพลังประชาชาติไทย" โดยนายสุเทพยืนยันว่า ภายหลังการชุมนุม กปปส.ไม่คิดกลับมาทำงานการเมือง เนื่องจากสัญญาประชาชนไม่รับตำแหน่งการเมืองใดๆ แต่สิ่งที่ลงทุนลงแรงต่อสู้ไม่อาจวางใจหรือปล่อยมือ เพราะบ้านเมืองยังไม่เรียบร้อยปลอดภัย วายร้ายตัวเก่าจบไป แต่วายร้ายตัวใหม่เข้ามา ซึ่งมันน่ากลัวและกำแหง เพราะมันแสดงท่าทีชัดเจนไม่เอาสถาบันฯ และศาสนา ไม่เอาขนบธรรมเนียมวัฒนธรรม และมีคนบ้าตามมันจำนวนมาก ขณะที่พรรคการเมืองพึ่งพาไม่ได้
     นอกจากนี้ นายสุเทพให้สัมภาษณ์ประเมินว่า ปี 2563 การชุมนุมของกลุ่มต่างๆ ไม่มีเหตุการณ์ร้อนแรง เนื่องจากสังคมไทยมีประสบการณ์ ดังนั้นตอนนี้เป็นเวลาที่ทุกคนต้องช่วยทำให้บ้านเมืองเดินหน้าถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และส่วนตัวมองพล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีที่ทำงานเพื่อชาติและประชาชนสำเร็จระดับที่ประชาชนพอใจ
     "สำหรับกรณีการชุมนุมต่างๆ ผมไม่คิดว่ามีเหตุการณ์ร้อนแรง การชุมนุมของประชาชนเพื่อเรียกร้องสิ่งหนึ่งสิ่งใด ถ้าทำอยู่ในกรอบกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ประชาชนมีสิทธิทำได้ ขณะเดียวกัน การชุมนุมต้องเป็นไปโดยสงบ ปราศจากอาวุธ ไม่ก่อเหตุใดๆแต่ตอนนี้ผมไม่เห็นมีประเด็นความเดือดร้อนของประชาชนที่ถึงขั้นจำเป็นต้องนำคนออกมาชุมนุม" นายสุเทพกล่าว
    ?ขณะที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกพรรครวมพลังประชาชาติ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว สวัสดีปีใหม่ 2563 ว่า ช่วงปีที่ผ่านมา เป็นปีที่คิดว่าเราผ่านการเลือกตั้ง ประชาชนมีสิทธิและเสรีภาพ แต่กลายเป็นว่ามีมากจนมีพรรคการเมืองมาสร้างวาทกรรมให้เกิดความเกลียดชังคนในชาติ จาบจ้วง ดูถูกประเทศตนเอง ชักศึกเข้าบ้าน รวมทั้งใช้เสรีภาพที่จะอยู่เหนือกฎหมาย 
    "จึงเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนต้องช่วยกัน เผชิญปัญหาใหม่ของชาติที่เรียกว่าลัทธิชังชาติ ขอให้ทุกท่านจงมีความสุขความเจริญ อย่าหยุดนิ่ง จนกลายเป็นว่ายินยอมให้พวกชังชาติมาทำร้ายประเทศของเรา ช่วยกันแสดงออกถึงความจริง จะทำให้ประเทศของเราฟันฝ่าวิกฤตินี้ไปได้.........ปีใหม่ 2563 นี้ ขอให้ทุกท่านมีความสุข ความเจริญตลอดไปครับ" นพ.วรงค์ระบุ
    นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี(พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์เฟซบุ๊กว่า การสร้างความแตกแยกแตกสามัคคีในชาติได้ขยายตัวกว้างขวางอย่างน่าตกใจ กลายเป็นการต่อสู้ระหว่างพวกหนึ่ง ที่ถูกเรียกว่าชังชาติ กับอีกพวกที่ถูกเรียกว่าพังชาติ รวมความคือ ขืนเป็นแบบนี้สิ้นชาติแน่! ที่มีการโพสต์ถามว่าได้กลิ่นอะไรไหม? ก็กลิ่นแรงจนแสบจมูกขนาดนี้ มีแต่คนเป็นริดสีดวงจมูกและคนเผาถ่านเท่านั้นที่ไม่ได้กลิ่น!!
    ส่วนนายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว พยากรณ์สถานการณ์ทางการเมืองปี 2563 ว่า    หมอดูหลายสำนักทายกันว่า ปีหน้านี้บ้านเมืองจะวิกฤติ มีเหตุรุนแรง มีการเปลี่ยนแปลง มีการชุมนุม มีการประท้วง ทั้งจะเกิดการปฏิวัติรัฐประหาร โดยบอกว่าเป็นอิทธิพลของดาวมฤตยูที่ทับดวงเมืองในราศีเมษและดาวอังคารเป็นมรณะ ขอให้ใช้วิจารณญาณในการรับฟัง  หมอดูหลายคนหลายสำนักทั้งดังและไม่ดัง มักจะพยากรณ์กันในทำนองนี้ แต่ฟังๆ ดูแล้วเหมือนกับว่า เอาสถานการณ์และเหตุการณ์ทางการเมืองมาประเมินวิเคราะห์ผสมกับดวงดาว ก็พลอยให้คนที่ชอบและไม่ชอบรัฐบาลมีอารมณ์ร่วมไปคนละมุม
        นายวันชัยกล่าวว่า ถ้ามองในการทายของหมอดู ก็คงจะต้องทำนายอย่างนั้น เพราะดาวมฤตยูมันเป็นดาวแห่งความตาย หายนะ วิกฤติ และดาวอังคารอยู่ในเรือนมรณะก็เป็นเรื่องของดาวทหารที่จะทำการเปลี่ยนแปลงปฏิวัติ หรือดาวอังคารก็หมายถึงผู้ใช้แรงงาน ผู้ใช้กำลัง คนยากคนจนจะลุกขึ้นมาประท้วงชุมนุมสร้างความวุ่นวาย นี่คือหลักของหมอดูโดยปกติทั่วไปก็ต้องทำนายอย่างนั้น
       "แต่ถ้าเป็นหมอดูวันชัยหาใช่เช่นนั้นไม่ ดาวมฤตยูคือเลข 0 ที่อยู่บนหน้าผากของพระศิวะ ดาวมฤตยูจึงหมายถึงพระศิวะที่ดับความทุกข์เข็ญของมวลมนุษยชาติ ทั้งจักรวาลยามเมื่อบ้านเมืองวิกฤติ บ้านเมืองเรายุคนี้เป็นยุคแห่งพระศิวะ พระศิวะจะเสด็จลงมาปราบอธรรม ปราบทุกข์เข็ญของบ้านเมืองให้สงบร่มเย็น เป็นเมืองศิวิไลย์ ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข จึงขอฟันธงตรงไปว่าบ้านเมืองจะมีวิกฤติอย่างไร ใครจะชุมนุมประท้วงหรือใครจะก่อความวุ่นวายก็ต้องสยบ และสงบลงด้วยเดชเดชะของพระศิวะเจ้า บ้านเมืองของเราในยุคนี้เป็นเช่นนั้น ไม่ใช่อย่างที่หมอดูทำนายทายทักกันโดยทั่วไป"
        นายวันชัยกล่าวต่อว่า ปีหน้า สิ่งที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงมีแน่ แต่ไปสู่สิ่งที่ดีกว่า... สิ่งที่เราไม่เคยเห็นก็จะได้เห็น สิ่งที่ไม่เคยเป็นก็จะได้เป็น... ขอบอกว่าคิดกันไม่ถึงนะ... สงบ ร่มเย็น เรียบร้อย ปรองดอง สมานฉันท์... คอยดูกันต่อไป... เดี๋ยวจะหาว่าไม่บอก.
    


นักข่าวนี่....ก็นะ น่าจะเปลี่ยน "ซิมสมอง" ซะมั่ง ทำเป็นหุ่นยนต์ "โปรแกรมสำเร็จรูป" ไปได้ อภิปรายไม่ไว้วางใจเสร็จปุ๊บ ต้องปรี่ถามนายกฯ ปั๊บ "ปรับ ครม.มั้ยคะ?"

บุญทาน "คุ้มบ้าน-คุ้มเมือง"
'เรื่องนักเรียนกับคนบ้าข่าว'
มหกรรม 'มหา'ลัย' แข่งติด #
ผ่ายุทธการอรุณรุ่งริ่ง
'สิ้นสุดทางคุก' ของ ๓ มะกอก
จบที่ 'ไม่ยอมจบ' ของทอน