3วันตาย159กทม.สูงสุด ขู่ฟันผู้ปกครองปล่อยเมา


เพิ่มเพื่อน    

 ผ่าน 3 วันช่วง 7 วันอันตราย ยอดอุบัติเหตุพุ่ง 1,504 ครั้ง เสียชีวิต 159 ศพ บาดเจ็บ 1,549 ราย ผงะ! ผู้เสียชีวิตสูงสุดอยู่ที่ กทม. "เมาขับ" ยังครองแชมป์ "ตร." เล็งฟันผู้ปกครอง-ร้านค้าปล่อยเด็กดื่มเมาแล้วขับด้วย พร้อมคุมเข้มงานเคาต์ดาวน์ "บิ๊กตู่" ห่วง ปชช.เดินทางช่วงปีใหม่ 

    เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่าย ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 29 ธ.ค.2562 ซึ่งเป็นวันที่ 3 ของการรณรงค์ “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” เกิดอุบัติเหตุ 531 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 47 ราย ผู้บาดเจ็บ 560 คน
    พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 31.83, ขับรถเร็ว ร้อยละ 30.89, ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 80.55 ส่วนใหญ่ เกิดบนเส้นทางตรง 65.16 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 38.42 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 34.65 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01-20.00 น. ร้อยละ 27.68 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป ร้อยละ 24.88 
    ผู้ช่วย ผบ.ตร.กล่าวว่า ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,046 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 64,599 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 956,570 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 216,804 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 58,550 ราย ไม่มีใบขับขี่ 52,434 ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ นครปฐม (จังหวัดละ 25 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (5 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ นครปฐม (31 คน)
     "สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 3 วันของการรณรงค์ เมื่อวันที่ 27-29 ธ.ค.62 เกิดอุบัติเหตุรวม 1,504 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 159 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 1,549 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 21 จังหวัด จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ ลำปาง (48 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (จังหวัดละ 10 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ นครปฐม (56 คน)" ผู้ช่วย ผบ.ตร.กล่าว
เด็กเมาขับจับผู้ปกครอง
    พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนได้สั่งการจังหวัดดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างเข้มข้น กำชับเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจดูแลเส้นทางสายหลัก-สายรองอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเวลา 16.01-20.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่มีสถิติอุบัติเหตุสูง เน้นการปรับแผนการจัดตั้งจุดตรวจ ด่านตรวจให้สอดคล้องกับสถานการณ์อุบัติเหตุ ควบคู่กับการใช้กลไกระดับพื้นที่ อาทิ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตำรวจ จิตอาสาพระราชทาน และอาสาสมัคร บูรณาการจัดตั้งด่านชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องปรามผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุ กรณีไม่สามารถป้องปรามได้ ให้ประสานชุดเคลื่อนที่เร็วในพื้นที่ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป 
    "นอกจากนี้ ได้จัดชุดสายตรวจดูแลความปลอดภัยเส้นทางโดยรอบสถานที่จัดงานรื่นเริงและสถานบันเทิง ในช่วงเวลา 23.00- 02.00 น.เป็นพิเศษ เน้นกวดขันผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงดื่มแล้วขับ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชนที่มีอายุไม่ถึง 20 ปี หากเกิดอุบัติเหตุจากการดื่มแล้วขับ ให้ดำเนินคดีและขยายผลการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ปกครองและผู้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างจริงจัง" พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์กล่าว
    นายพรพจน์ เพ็ญพาส รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้ากลุ่มงานภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง กล่าวว่า เส้นทางสัญจรส่วนใหญ่จะอยู่ในเขตชุมชน มากถึงร้อยละ 80 ในช่วงของการเฉลิมฉลองจึงมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุบนถนนสายรองมากกว่าปกติ ศปถ.ได้เพิ่มความเข้มข้นการปฏิบัติงานของด่านชุมชน เน้นการเรียกตรวจผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงดื่มแล้วขับ และไม่สวมหมวกนิรภัย 
    "เรายังคุมเข้มการใช้อุปกรณ์นิรภัยทุกที่นั่งในรถทุกประเภท ทั้งรถเช่า รถโดยสารสาธารณะ และรถยนต์ส่วนบุคคล ทั้งนี้ เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตและบาดเจ็บรุนแรง" รองปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าว
    นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะเลขาฯ ศปถ. เสริมว่า จากการติดตามสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา พบในระยะนี้หลายพื้นที่อาจมีฝนตก ทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจากสภาพถนนเปียกลื่นและทัศนวิสัยไม่ดี ศปถ.จึงประสานจังหวัดดูแลความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกให้กวดขันการใช้ความเร็วเป็นพิเศษ 
    "ขอฝากเตือนประชาชน ขับรถไม่ประมาท เฉลิมฉลองอย่างมีสติ เพื่อร่วมมอบความปลอดภัยเป็นของขวัญปีใหม่แก่ตนเองและผู้ร่วมใช้เส้นทาง" เลขาฯ ศปถ.กล่าว
    ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงการรักษาความปลอดภัยและการจัดการจราจรของเจ้าหน้าที่ตำรวจในเทศกาลปีใหม่ 2563 ว่า จากข้อมูลศูนย์อำนวยการและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ได้สรุปอุบัติเหตุทางถนนในช่วงวันที่ 27-29 ธ.ค.2562 มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุ 531 ครั้ง ลดลง 112 ครั้ง คิดเป็น -17.42% จากในช่วงเดียวกันของเทศกาลปีใหม่ 2562, มีผู้บาดเจ็บ 560 คน ลดลง 103 คน คิดเป็น -15.54% จากในช่วงเดียวกันของเทศกาลปีใหม่ 2562 และผู้เสียชีวิต 47 คน ลดลง 37 คน คิดเป็น -44.05% จากในช่วงเดียวกันของเทศกาลปีใหม่ 2562 โดยสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถในขณะเมาสุรา และขับรถโดยใช้ความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ยานพาหนะที่เกิดเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์และรถกระบะ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจในทุกพื้นที่จะกวดขันวินัยจราจรเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ ตาม 10 ข้อหาหลัก ที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ที่สำคัญคือ ขับรถขณะเมาสุรา, ขับรถย้อนศร,ฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจร, ไม่แซงในที่คับขัน, ไม่สวมหมวกนิรภัย, ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย
    พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า ส่วนมาตรการทางกฎหมายในการขยายผลและการดำเนินคดีกับร้านค้าหรือสถานบริการ ที่ปล่อยปละละเลยให้เด็กและเยาวชนไปใช้บริการ ภายหลังเกิดอุบัติเหตุ โดยขับขี่รถขณะเมาสุรา ตั้งแต่วันที่ 27-28 ธ.ค.62 ดำเนินการขยายผลไปแล้ว 11 ราย ดำเนินคดีในข้อหา จำหน่ายสุราให้แก่บุคคลอายุต่ำกว่า 20 ปี จำนวน  4 ราย, ข้อหายุยงส่งเสริมเด็กหรือเยาวชนดื่มสุรา จำนวน 3 ราย, ไม่เข้าข้อกฎหมาย จำนวน 2 ราย, เด็กเสียชีวิตไม่มีการขยายผล จำนวน 1 ราย
คุมเข้มงานเคาต์ดาวน์
    รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวว่า สำหรับโครงการประชารัฐร่วมใจดูแลความปลอดภัยบ้านประชาชนช่วงเทศกาลสำคัญ (ฝากบ้านไว้กับตำรวจ) ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ ระหว่างวันที่ 24-29 ธันวาคม 2562 มีประชาชนฝากบ้านไว้กับตำรวจทั่วประเทศ 7,468 หลัง มากกว่าช่วงปีใหม่ 2562 จำนวน 1,564 หลัง คิดเป็น +20.96% โดยผู้ที่ประสงค์จะร่วมโครงการสามารถติดต่อสอบถามได้ที่สถานีตำรวจใกล้บ้านท่านตลอด 24 ชั่วโมง
    "พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายน้อมนำพระราชกระแสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ที่พระองค์ท่านทรงห่วงใยพสกนิกรชาวไทย ห้วงเทศกาลปีใหม่ พร้อมดำเนินการตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ตามมาตรการดูแลความปลอดภัย การอำนวยความสะดวกการจราจร แก่พี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยว ในทุกมิติรวมทั้งบูรณาการปฎิบัติงานกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง อาทิ ทหาร ฝ่ายปกครอง จิตอาสาพระราชทานในทุกพื้นที่" รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าว
    พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า ผบ.ตร.ขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่เสียสละกำลังกาย มีความอดทนในการปฏิบัติหน้าที่ทุกพื้นที่ ตามเส้นทางหลัก เส้นทางรอง สถานีขนส่ง จุดบริการประชาชนทุกแห่ง และขอให้เจ้าหน้าที่ทุกนายดูแลสุขภาพร่างกายให้ดี มีความพร้อมปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่ทยอยเดินทางกลับให้ครบทุกช่องทาง ทั้งทางรถยนต์ส่วนตัว รถประจำทางที่สถานีขนส่ง รถไฟสถานีรถไฟ และเครื่องบินสนามบิน โดยเฉพาะการจราจรทางถนนนั้นจะมีความหนาแน่นเป็นพิเศษ ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายพร้อมให้บริการช่วยเหลือ และอำนวยการจราจรอย่างเต็มความสามารถและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ จิตอาสาพระราชทาน ทหาร ฝ่ายปกครอง ทั้งในภาครัฐและเอกชน
    นอกจากนี้ ในงานเฉลิมฉลองปีใหม่ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วยดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบ นอกเครื่องแบบ และอาสาสมัคร ร่วมออกปฏิบัติหน้าที่ สืบสวนหาข่าว เฝ้าระวังเหตุต่างๆ โดยเน้นย้ำให้ในมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม เหตุก่อความไม่สงบ และการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร เพื่อสร้างความสงบเรียบร้อย ความเชื่อมั่นให้กับประชาชน นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ที่จะมีการจัดงานเคาต์ดาวน์ขนาดใหญ่ ที่คาดว่าจะมีประชาชนมาร่วมเป็นจำนวนมาก
    "ขอความร่วมมือประชาชนให้ร่วมฉลองปีใหม่ด้วยความระมัดระวัง มีสติ มีขอบเขต และระวังอันตรายที่จะเกิดขึ้น กับตัวเอง และครอบครัว ห้ามยิงปืนเพื่อเฉลิมฉลอง ไม่ขับรถในขณะเมาสุรา และขอความร่วมมือสถานบริการ-สถานบันเทิง หรือภาคเอกชนที่จัดงาน ให้เคร่งครัดเรื่องการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การปล่อยปละละเลยให้ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าใช้ในสถานบริการ รวมถึงการแสดงที่ส่อไปในทางลามกอนาจารด้วย หากประชาชนประสบเหตุหรือพบสิ่งผิดปกติ ไม่น่าไว้วางใจ สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 191 ทั่วประเทศ หรือแจ้งผ่านช่องทางแอปพลิเคชัน police I lert you ได้ทันที" รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าว
'บิ๊กตู่'ห่วงปชช.เดินทาง
    ด้านนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้รับรายงานอุบัติเหตุบนโครงข่ายคมนาคม สะสม 3 วัน (วันที่ 27-29 ธ.ค.2562) พบเกิดอุบัติเหตุ 916 ครั้ง ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีใหม่ 2562  5.27% มีผู้เสียชีวิต 105 คน ลดลง 26.06% บาดเจ็บ 1,037 คน ลดลง 2.35% สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ คือขับรถเร็วเกินกำหนด 54.37% ส่วนยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ รถจักรยานยนต์ 31.91% และบริเวณที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ ทางตรง 63.97%
    "นายกรัฐมนตรีได้ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และจิตอาสาทุกคนที่ปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกดูแลรักษาความปลอดภัยให้พี่น้องประชาชนที่เดินทางในช่วงนี้ พร้อมกับกำชับให้ทำหน้าที่ตามมาตรการที่ได้กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด เพื่อให้จำนวนอุบัติเหตุลดน้อยลงให้มากที่สุด และฝากความห่วงใยมายังพี่น้องประชาชน ขอให้ทุกคนเดินทางด้วยความระมัดระวัง ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของทุกท่าน ใช้เวลาในช่วงวันหยุดพักผ่อนอยู่กับครอบครัวให้มีความสุขมากที่สุด" โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว
    น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า ขอส่งความสุขและความสดชื่นไปให้กับทุกท่านได้ใช้เวลากับครอบครัวในช่วงวันหยุดปีใหม่อย่างมีความสุข สำหรับพี่น้องประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนา ขอให้เดินทางปลอดภัย ที่สำคัญคือความไม่ประมาท เมาไม่ขับ และขับไม่โทร ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด รวมทั้งส่งกำลังใจไปยังเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนที่เสียสละปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง
    จ.นราธิวาส นายเอกรัฐ หลีเซ็ง ผู้ว่าฯ นราธิวาส พร้อมคณะเดินทางมาตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการประจำจุดตรวจศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ในพื้นที่อำเภอสุไหงปาดี พร้อมมอบเครื่องอุปโภค เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่กวดขันให้ประชาชนที่สัญจรไปมาบนถนนเส้นทางใช้หมวกกันน็อกเป็นหลัก รวมทั้งเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ที่ประจำในแต่ละจุดปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มงวด และต้องมีความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง และหากประชาชนมีปัญหา หรือต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ก็สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ประจำจุดปฏิบัติการได้ทันที
    จ.หนองคาย บรรยากาศการท่องเที่ยวและทำบุญในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่เป็นไปอย่างคึกคัก มีพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทย ชาวลาว และนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศเดินทางมากราบสักการะขอพรหลวงพ่อพระใส พระคู่บ้านคู่เมืองหนองคาย เป็นที่สักการะเลื่อมใสของคนสองฝั่งโขง และพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ ที่พระอุโบสถ วัดโพธิ์ชัย พระอารามหลวง กันตั้งแต่เช้าและตลอดทั้งวัน โดยได้ทำบุญถวายสังฆทาน ถวายจตุปัจจัยแด่พระสงฆ์ และไหว้ขอพรปีใหม่เพื่อเป็นสิริมงคลในชีวิต ก่อนทำบุญต่อต้นโพธิ์เงิน ซื้อที่ดินถวายวัด ทำสังฆทาน และเช่าบูชาหลวงพ่อพระใส กลับไปเคารพบูชาอีกด้วย
    นอกจากนี้ ที่วัดโพธิ์ชัยพระอารามหลวงจะจัดให้พิธีสวดมนต์ข้ามปีอาเซียน ถวายพระราชกุศล เสริมสิริมงคลทั่วไทย ส่งท้ายปีเก่าวิถีไทย ต้อนรับปีใหม่วิถีพุทธ พ.ศ.2563 เพื่อความเป็นสิริมงคลเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ โดยจัดในคืนวันที่ 31 ธ.ค.2562 ถึงวันที่ 1 ม.ค.2563. 
 


"ธรรมศาสตร์" เดี๋ยวนี้ เปิดสอนคณะใหม่ๆ เก๋ไก๋จัง นอกจาก "คณะไสยศาสตร์สามสัส" แล้ว ยังเปิด "คณะสถุลศาสตร์การเมือง" ขึ้นมาอีกคณะ! บัณฑิตรุ่นแรกที่ขึ้นหน้า-ขึ้นตา เห็นจะไม่มีใครเกินนางสาวปนัสยา หรือ "รุ้ง"

อำนาจแท้จริง "ประชาชน"
'อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ'
'พระผู้ไม่ทอดทิ้งประชาชน'
ประตูบานที่ ๓ 'ระบอบทักษิณ'
ด้วย 'รู้เช่น-เห็นชาติ' ธนาธร
ม็อบจะฆ่าพรรคฝ่ายค้าน