จี้ย้ายรองฯ-ผู้ว่าฯหยามขอนแก่นโง่


เพิ่มเพื่อน    

    "วิษณุ" ชี้ตั้งหัวข้อประหลาด ใช้คำว่า "โง่" ในหนังสือราชการ มท.1 สั่งก่อนลงนามต้องรอบคอบกว่านี้ ขอโทษสังคมอย่างสูง อบจ.ขอนแก่นเต้นโต้ตัวการแพร่เอกสาร อ้างกระจายทุกหน่วยงาน ภาคประชาชนบี้ "บิ๊กตู่" ย้ายผู้ว่าฯ-รองผู้ว่าฯ พ้นพื้นที่ 
    เมื่อวันที่ 19 มีนาคม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีหนังสือเชิญประชุมที่ออกโดยสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดขอนแก่น เลขที่ ขก.0023.1/7063 เรื่องขอเชิญประชุมเพื่อเตรียมการต้อนรับนายกรัฐมนตรี ลงนามโดยนายสุชัย บุตรสาระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าฯ ขอนแก่น เมื่อวันที่ 9 มี.ค.61 ซึ่งในหนังสือดังกล่าวมีข้อความระบุว่าร่วมกันดำเนินการในภารกิจ "ทำอย่างไรให้ประชาชนหายโง่" ว่า เห็นแต่ข่าวและพยายามจะดูว่าเขียนว่าอย่างไร อยากได้ตัวหนังสือนั้นมาดูเหมือนกัน อย่างไรก็ตามหนังสือนั้นจะเชิญใครก็แล้วแต่ แต่การตั้งหัวข้ออย่างนั้นถือว่าประหลาด การทำหนังสือราชการต้องใช้ความระมัดระวัง ควรใช้คำที่เป็นทางการ
    ด้าน พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เห็นจากข่าวว่ามีการออกมาแสดงความรับผิดชอบแล้ว ซึ่งถือเป็นเรื่องดีที่เมื่อผิดพลาดก็ออกมาแสดงความรับผิดชอบ ทั้งนี้ไม่ต้องเป็นบทเรียนให้ส่วนราชการอื่น เพราะทุกคนต้องปฏิบัติแบบนี้อยู่แล้ว เมื่อทำไม่ถูกต้องออกมาขอโทษ ทำอย่างนี้ชัดเจนดี
    พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ทั้งผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและผู้ที่จะต้องลงนามหนังสือราชการต้องรอบคอบกว่านี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องขอโทษสังคมเป็นอย่างสูง การใช้คำที่ไม่สมควรในฐานะที่เป็นฝ่ายปกครองต้องขอโทษ ทั้งนี้ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว ส่วนที่แม่ทัพภาคที่ 2 มองว่าเป็นการวางยาผู้ว่าฯ ขอนแก่นนั้น รอผลการสอบสวนดีกว่า 
     เมื่อถามว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาหน่วยงานในกำกับของกระทรวงมหาดไทยมีการทำหนังสือผิดบ่อยมาก พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า เรื่องการทำงานเอกสารไม่ใช่งานนโยบาย แต่เป็นงานธุรการของฝ่ายข้าราชการประจำ แต่เมื่อผิดบ่อยครั้งคงต้องมีการพูดคุยกับปลัดกระทรวงมหาดไทยเพื่อให้กวดขันเรื่องนี้ให้มากขึ้น
    ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ขอนแก่น นายพงษ์ศักดิ์ ตั้งวานิชกพงษ์ นายก อบจ.ขอนแก่น เรียกประชุมด่วนนางพัฒนาวดี วิริยปิยะ ปลัด อบจ.ขอนแก่น, นายธาดา พรหมสาขา ณ  สกลนคร รองปลัด อบจ.ขอนแก่น และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับการลงรับเอกสารราชการ เพื่อทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงในการรับหนังสือเชิญประชุมดังกล่าว
    นายพงษ์ศักดิ์กล่าวว่ายังไม่ได้เห็นหนังสือดังกล่าว แต่เมื่อเกิดปัญหาขึ้นมาโดยพาดพิงว่า อบจ.ขอนแก่นเป็นต้นทางของการเผยแพร่หนังสือดังกล่าว จึงต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด ซึ่งขณะนี้ปลัด อบจ.ขอนแก่น ในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของข้าราชการที่นี่ ได้ทำการตรวจสอบและสอบสวนข้อเท็จจริง และพบว่าเอกสารเชิญประชุมดังกล่าวนั้น เจ้าหน้าที่สำนักงานส่งเสริมปกครองท้องถิ่นขอนแก่นได้ส่งหนังสือเชิญประชุมให้ศึกษานิเทศก์ สำนักการศึกษา อบจ.ขอนแก่น ผ่านทางไลน์ส่วนตัวเมื่อวันเสาร์ที่ 10 มี.ค.61 ซึ่งคนที่รับผิดชอบเรื่องนี้เพิ่งย้ายมารับตำแหน่งใหม่ ยังไม่มีความคุ้นเคยกับ  อบจ.ขอนแก่น แต่รู้จักเป็นการส่วนตัวกับศึกษานิเทศก์ จึงประสานให้ศึกษานิเทศก์ประสานกับกลุ่มงานที่เกี่ยวข้อง 
    "เมื่อได้รับการประสานมา เจ้าหน้าที่ศึกษานิเทศน์ของ อบจ.ขอนแก่นจึงได้ส่งหนังสือดังกล่าวเข้ากลุ่มไลน์งานบริหารงานทั่วไป เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องรับทราบและเข้าร่วมประชุมตามวันเวลาดังกล่าว ซึ่งในไลน์กลุ่มบริหารงานทั่วไป อบจ.ขอนแก่นนั้นมีสมาชิกกว่า 50 คน ส่วนการหลุดรอดหนังสือเอกสารจะอยู่ในขั้นตอนใดนั้น เรื่องนี้ต้องมีการตรวจสอบ และเชื่อได้ว่าหนังสือฉบับนี้จะต้องมีการเชิญผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับภารกิจของนายกรัฐมนตรีได้รับทุกคน จึงน่าที่จะกระจายหนังสือเชิญฉบับนี้ไปยังทุกหน่วยงาน แต่เอกสารที่ถูกนำมาเป็นประเด็นและเผยแพร่ผ่านสื่อนั้นส่งถึง อบจ.ขอนแก่น ทำให้ทุกหน่วยงานมองว่า อบจ.ขอนแก่นเป็นต้นเหตุในเรื่องนี้" นายก อบจ.ขอนแก่นระบุ
    สำหรับเอกสารฉบับแก้ไขได้ส่งผ่านทางโทรสารมายังสำนักงานปลัด อบจ.ขอนแก่นเมื่อวันที่ 12  มี.ค. เวลา 18.37 น. เพื่อเป็นการเชิญประชุมในวันที่ 13 มี.ค.ตามวันและเวลา สถานที่เดิม ซึ่งเป็นหนังสือที่ส่งตามขั้นตอนที่มีการเซ็นรับทราบ พร้อมอนุมัติเจ้าหน้าที่ส่วนงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม  ดังนั้นได้มอบหมายให้ปลัด อบจ.ขอนแก่นทำการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อแสดงถึงความถูกต้องชัดเจน และบริสุทธิ์ใจ เพราะไม่ได้มีการวางยาหรือกระทำการใดๆ ที่เป็นขบวนการตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ และ อบจ.ขอนแก่นยินดีให้กองทัพภาคที่ 2 และกระทรวงมหาดไทย หรือทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรับผิดชอบภารกิจของนายกฯ เข้ามาตรวจสอบเพื่อทำให้ความจริงนั้นปรากฏ
    ที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.ขอนแก่น นายตุลย์ ประเสริฐศิลป์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันภาคพลเมือง จ.ขอนแก่น พร้อมด้วยคณะกรรมการและที่ปรึกษา องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันภาคพลเมืองขอนแก่น ได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนถึง พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อขอให้มีคำสั่งย้ายนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าฯ ขอนแก่น, นายสุชัย และนางพรทิพย์ ขำชื่น หัวหน้าฝ่ายบริหารงานทั่วไป สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จ.ขอนแก่นออกจากพื้นที่ เพื่อรับผิดชอบกับการออกหนังสือดังกล่าว รวมทั้งมีคำสั่งให้กระทรวงมหาดไทยในฐานะต้นสังกัดของบุคคลทั้งสาม ทำการสอบสวนเอาผิดทางวินัยกับทั้ง 3 รายด้วย 
    "เรื่องนี้ต้องมีคำตอบ จะเงียบหายไปไม่ได้ เพราะเป็นการดูถูกเหยียดหยามชัดเจน ซึ่งการกระทำของผู้บริหารจังหวัดแสดงให้เห็นถึงการขาดภาวะผู้นำ ความรับผิดชอบ เพราะในเอกสารที่เป็นหลักฐานสำคัญนี้ยืนยันชัดเจนว่า ผู้บริหารจังหวัดขอนแก่นกำลังมองว่าคนขอนแก่นเป็นเช่นไร อีกทั้งการกระทำดังกล่าวขัดต่อหลักธรรมาภิบาลในการบริหารประเทศชัดเจน จึงเรียกร้องให้ท่านนายกฯ ใช้อำนาจในการบริหารประเทศย้ายบุคคลทั้ง 3 ออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด เพื่อลดกระแสและแรงเสียดทานในการทำงานระหว่างข้าราชการกับประชาชนที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้".


เห็นคนไทยกระฟัดกระเฟียดเอากับรัฐบาลเรื่องวัคซีน นึกถึงตอนเป็นนักเรียน

"วัคซีน" ที่เป็นวรรค-เป็นเวร
เมื่อ"ขาใหญ่"เขาจะใส่กัน
สเตร็คฟัสส์ "แยกอีสาน"
จาก Tony ถึง มิสเตอร์ H
'ไอ้กันวางไข่' มหา'ลัย
กลเกม 'ในศาล-ในถนน'