'สหรัฐ-อิหร่าน' มาถึงบ้านเรา


เพิ่มเพื่อน    

 

           ทรัมป์นี่...

                สงสัยเคยอ่านสามก๊ก

                ดอดไปจูบปากจีนและคืนดีรัสเซียก่อน แล้วค่อยไปเปิดศึกกับแขก!?

                ขณะนี้ สังคมโลก กำลังใจเต้นตึ๊กตั๊กว่า "สงครามอ่าวเปอร์เซีย" รอบ ๒ จะเกิดหรือไม่เกิด?

                รอบที่แล้ว เมื่อปี ๒๕๓๓ สหรัฐฯ ล่อกับอิรัก

                รอบนี้ ปี ๒๕๖๓ สองแรงแข็งขัน อิหร่าน+อิรัก จะล่อกับสหรัฐฯ หรือไม่

                ในเมื่อสหรัฐฯ ไปล่อเขาก่อน เมื่อเช้ามืดวาน (๓ ม.ค.๖๓)

                ก็น่าลุ้นอยู่...........

                เพราะรอบนี้ มาคุจัด ปกติอิรักกับอิหร่าน ก็ใช่ว่าจะนับญาติกันซักเท่าไหร่

                แต่เมื่อสหรัฐฯ เข้าไปทำตัวเป็นนักเลงคุมถิ่นย่านตะวันออกกลาง

                ใช้ "อาหรับสปริง" ปลุกปั่นประเทศต่างๆ ให้แตกแยก สอดแทรก สนับสนุนกลุ่มติดอาวุธ เป็นตัวเชิดให้แย่งชิงอำนาจ

                "อิรัก-อิหร่าน" ไม่ใช่ประเภทอนาคตใหม่แต่ใฝ่ต่ำ ที่จะยอมเป็นลูกตีนนักล่าอาณานิคมง่ายๆ

                นอกจากไม่ยอม-ไม่ทนให้สหรัฐฯ เป็นนักเลงรุกถิ่นแล้ว

                ยังเป็นกรวดในรองเท้า.......

                จนสหรัฐฯ และลูกตีนรบ รุกคืบในซีเรีย ในเลบานอน ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

                ล่าสุด เมื่อคืนส่งท้ายปีเก่า "๓๑ ธันวา"

                สถานทูตสหรัฐฯ ในอิรักถูกเผา!

                ที่ชาวอิรักบุกเผา ก็มีเหตุผลอยู่ เพราะก่อนหน้า ทหารสหรัฐฯ ไปโจมตีทางอากาศตั้ง ๔-๕ แห่ง แถบอิรักและซีเรีย

                ชาวบ้านอิรักตายไปตั้ง ๒๕ คน เจ็บอีกเยอะ

                โกรธ...ก็พากันไปเผาสถานทูตเป็นการประท้วง!

                ทรัมป์ก็โกรธมั่ง......

                ยิ่งจะลงชิงประธานาธิบดีสมัย ๒ ต้องการสร้างวีรกรรมเป็นฮีโร่อยู่ด้วย

                ได้จังหวะพอดี

                ทรัมป์ทวีตข้อความนำร่องฉับพลัน.....

                "อิหร่านน่าจะอยู่เบื้องหลังการประท้วงในอิรัก และอิหร่านจะต้องได้รับการลงโทษแน่ๆ ตอนนี้ ขอให้ทางกองกำลังอิรัก ปกป้องสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงแบกแดดไว้ด้วย"

                พอเช้ามืดวาน (๓ ม.ค.).......

                ต้องยอมรับว่า เทคโนโลยีการข่าวสหรัฐฯ เป็นเยี่ยมในปฐพีจริงๆ

                ขณะที่ พลเอก กัสเซ็ม สุไลมานี (Qassem Suleimani)

                ผบ.หน่วยรบพิเศษคุดส์ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC)

                และอาบู มาห์ดี อัล-มูฮันดีส์ (Abu Mahdi al-Muhandes) รอง ผบ.กลุ่มติดอาวุธ Popular  Mobilisation Forces (PMF) ของอิรัก

                พร้อมคณะ กลับจากปฏิบัติการลับที่ไหนซักแห่ง บินมาลงที่สนามบินแบกแดด

                ขณะนั่งรถออกจากสนามบิน ก็ถูกล็อกเป้า...

                "ทรัมป์สั่งยิง"

                ด้วยโดรนติดอาวุธ ถล่มทางอากาศ "แหลกคารถ" ทั้ง ผบ.รบอิหร่าน และรอง ผบ.รบอิรัก พร้อมคนอื่นๆ อีก ๕-๖ คน!

                แล้วทรัมป์ก็ทำเท่

                ทวีตภาพ "ธงชาติสหรัฐฯ" อวดเฉยๆ

                ซักพัก ค่อยมีข้อความจาก "ทำเนียบขาว" แถลงการณ์ตามหลังว่า

                "เป็นมาตรการป้องกันแบบหวังผลภายใต้การสั่งการจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ"

                เพนตากอนหรือกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ บอกว่า

                “พลเอกสุไลมานีเป็นผู้วางแผนโจมตีนักการทูตสหรัฐฯ และกองกำลังสหรัฐฯ ในอิรักและตลอดทั้งทั่วภูมิภาค

                การโจมตีครั้งนี้ มีเป้าหมายลดการคุกคามการโจมตีจากอิหร่าน

                สหรัฐฯ จะยังคงใช้ทุกมาตรการที่จำเป็น เพื่อปกป้องประชาชนของเราและผลประโยชน์ของเราไม่ว่าจะอยู่จุดใดของมุมโลก”

                แล้วทางอิหร่านว่าไง เมื่อทรัมป์ "ลงถนน" จะจะ แจ้งแจ้ง โดยไม่ต้องปลุกระดมใครอย่างนี้

                ลอกตามข่าวมาให้อ่านกัน ได้ประมาณนี้

                "ฮัสซัน โรฮานี" ประธานาธิบดีอิหร่าน ออกแถลงทางโทรทัศน์

                "การกระทำของสหรัฐฯ จะทำให้อิหร่านยิ่งต่อต้านมาตรการของสหรัฐฯ มากกว่าเดิม"

                "อยาตุลเลาะห์ รูฮุลลอฮ์ โคไมนี" ผู้นำสูงสุดด้านศาสนาของอิหร่าน กล่าวสั้น แต่ลึกถึงไขกระดูก

                "ฤๅการแก้แค้นที่โหดร้ายกำลังรอคอยอาชญากรอย่างสหรัฐฯ อยู่"

                "โมฮัมหมัด จาวัด ซารีฟ" รมว.ต่างประเทศอิหร่าน ทวีตข้อความ ว่า

                "สหรัฐฯ จะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำที่ป่าเถื่อน และการกระทำที่เป็นการก่อการร้ายข้ามชาตินี้ จะต้องได้รับบทลงโทษแน่ๆ"

                ย้ำหัวตะปูเปรี้ยงลงไปด้วยคำพูดรัฐมนตรีกลาโหม "นายพล อาเมียร์ ฮาตามิ"

                "อิหร่านจะแก้แค้นให้ นายพลกัสเซ็ม สุไลมานี แน่ๆ ใครก็ตามที่เกี่ยวข้องอยู่เบื้องหลังของการสังหารนี้ จะต้องชดใช้ทั้งหมด"

                "พลเอก กัสเซ็ม สุไลมานี" สำคัญและยิ่งใหญ่ขนาดไหน ก็เห็นได้จาก

                อิหร่าน ประกาศ "ไว้อาลัย" ทั้งประเทศ เป็นเวลา ๓ วัน!

                และทุกคนรู้.........

                พลเอกกัสเซ็ม สุไลมานี วัย ๖๒ ปี ผู้นี้ แม้ไม่ได้ศึกษาทางด้านศาสนา

                แต่เป็นผู้ได้รับความไว้วางใจ จากท่าน "อยาตุลเลาะห์ รูฮุลลอฮ์ โคไมนี"

                ได้เข้าร่วมกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามหลังการปฏิวัติ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๒

                เป็นหัวหน้ากองกำลังคุดส์ในปี ๒๕๔๑

                และเป็นหน่วยพิเศษ ปฏิบัติการนอกประเทศเพื่อแผ่อิทธิพลประเทศและเผยแพร่แนวคิดปฏิวัติอิสลาม

                แค่ย่อๆ ก็บอกน้ำหนักตัวพลเอกกัสเซ็ม สุไลมานี ได้แล้วว่า การถูกทรัมป์สั่งฆ่าครั้งนี้

                อิหร่าน "ไม่ยอมจบ" แน่นอน!

                สหรัฐฯ แหยงนิวเคลียร์คิม แล้วสหรัฐฯ ไม่เสียวนิวเคลียร์อิหร่านบ้างหรือ?

                นี่ก็เป็นอีกหนึ่งคำถาม ที่คนทั้งโลกถามกันอยู่!

                ผลฉับพลันของเรื่องนี้ เมื่อวาน น้ำมันตลาดโลก รวมทั้งตลาดไทยพุ่งขึ้นพรวดพราด

                ที่พุ่งกระฉูดเห็นจะเป็นทอง แต่ช่างมันเถอะ กินไม่ได้ ใช้ไม่ได้ และไม่มี!

                ที่กินไม่ได้ แต่ใช้ได้ และต้องใช้ ก็น้ำมันนี่แหละ

                และเจ้าน้ำมันนี่แหละ.......

                ตัวการที่จะทำให้ "สงครามอ่าว" เกิด!

                เจ้าประคู้นนน เกิดหน่อยเถอะ จะได้เรียก "ธนาธร ปิยบุตร" เข้าประจำการซะที

                เห็นมันคันยิกๆ อยากลงถนนนัก ก็ส่งไปแนวหน้าให้มันหายคันไปเลย

                มันชอบฝรั่ง ชอบระบบสปริงๆ อะไรแบบนั้นด้วย ติดยศนายร้อย-นายพันให้มันไปเลย

                เผื่อฝรั่งเรือแตกลอยคอจากมหาสมุทรอินเดียเข้ามา จะได้เจรจาความ "เพื่อชาติ" กันรู้เรื่อง

                ถ้าเกิดสงครามอ่าวจริงๆ ต้องบอกว่า ไทยเราแม้ไม่ถูกรางวัลที่ ๑ ก็จริง แต่รางวัลข้างเคียงที่ ๑ ถูกแน่!

                น้ำมันจากตะวันออกกลางทั้งหมด ในทางเดินเรือกว่า ๒๐% ของโลก

                ต้องออกจากช่องแคบ "ฮอร์มุซ" ทั้งนั้น

                และ "อิหร่าน" นี่แหละ เป็นโต้โผคุมช่องแคบ!

                ถ้าอิหร่าน "ปิดช่องแคบ" ฮอร์มุซ เรือบรรทุกน้ำมันทุกลำจะออกจากช่องแคบสู่มหาสมุทรอินเดียไม่ได้

                แบบนี้ ตอบโดยไม่ต้องรอใครถามได้เลยว่า "สหรัฐฯ ยอมไม่ได้" เป็นตายก็ต้องรบกันแหงแก๋

                ประเทศตรงภูมิภาคนี้ ไทย-มาเลย์-สิงคโปร์ อินโดฯ ก็จะได้รับผลกระทบตรงนี้ หนีไม่พ้น!

                ตรง "คอคอดกระ" ที่เรือบรรทุกน้ำมันจากช่องแคบฮอร์มุซ ที่จะไปสหรัฐฯ, จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลี ต้องมาลอดคอคอดกระไปออกทะเลจีนใต้ ไปมหาสมุทรแปซิฟิกนี่แหละ

                มันก็จะเกิดศึกชิงทั้งช่องแคบและคอคอดกันตรงนี้ เพื่อความได้เปรียบ-เสียเปรียบใน "เส้นทางขนส่ง" หลัก

                ทั้งน้ำมันและสินค้าทั้งปวง!

                เมื่อทั้งสหรัฐฯ ทั้งจีน ทั้งแขก ทั้งญี่ปุ่น ทั้งเกาหลี-เกาหลัง ใครต่อใคร ต่างมาปกป้องผลประโยชน์ทางน้ำมัน อันเป็นทั้งยุทธปัจจัยและเศรษฐปัจจัย

                จำเป็นต้องมายึดเพื่อตั้งฐานฟัดกันรอบบ้าน-รอบเมืองเรานี่แหละ แล้วจะรวยหรือซวย ก็ไม่รู้เหมือนกัน

                ต้องวานนายพลที่สอบไม่ผ่านโรงเรียนเสธฯ ที่ชื่อพงศกรอธิบายตำราพิชัยยุทธสงครามซุนวูให้ฟังแล้วล่ะ!

                ครับ...ก็คุยแก้บ้ากันไปอย่างนั้นเอง

                เห็นเพ้อคลั่งกันเหลือเกิน จะล้ม-จะไล่รัฐบาล-ไล่ทหาร ไม่ให้เป็นโน่น เป็นนี่

                ต้องให้ทอน ไอ้บูด หรือใครก็ได้ ใต้คราบตีนทักษิณมาเป็นเท่านั้น เศรษฐกิจถึงจะดี บ้านเมืองถึงจะประชาธิปไตย

                ก็คันและรำคาญ........

                เลยคุยไปไกลๆ เผื่อจะหายบ้าได้บ้าง เท่านี้แหละ.

 


ก็ "จบแบบเจ็บๆ" ของฝ่ายค้าน...... สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ที่เริ่มมาแต่ ๒๔ ก.พ. แล้วใครชนะ?

'เรื่องนักเรียนกับคนบ้าข่าว'
มหกรรม 'มหา'ลัย' แข่งติด #
ผ่ายุทธการอรุณรุ่งริ่ง
'สิ้นสุดทางคุก' ของ ๓ มะกอก
จบที่ 'ไม่ยอมจบ' ของทอน
ภาวะโลก "Covid-19" เซตซีโร