สาธารณสุขพิษณุโลก ตรวจผู้ต้องขัง 3,000 รายพบ 690 รายเสี่ยงไทรอยด์สูง


เพิ่มเพื่อน    

 

วันที่ 5 มกราคม 2562 จากเหตุการณ์ผู้ต้องขังในเรือนจำจังหวัดพิษณุโลก พบป่วยแขนขาอ่อนแรงจำนวนมาก และเสียชีวิตจำนวน 4 ราย ตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม 2562 เช้าวันนี้ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก   มีการประชุมศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข ประชุมให้การช่วยเหลือผู้ป่วยภายในเรือนจำจังหวัดพิษณุโลก  มีนายชัชพงศ์ เอมะสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสรุปสถานการณ์กรณีผู้ป่วยแขนขาอ่อนแรงเป็นกลุ่มก้อน (จำนวนมาก) ของเรือนจำจังหวัดพิษณุโลก

 หลังการประชุม นายแพทย์ปิยะ ศิริลักษณ์  นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่ผู้ต้องขังเสียชีวิตไล่เลี่ยกันดังกล่าว เกิดตั้งแต่วันที่ 29  ธันวาคม 2562 1 ราย และ วันที่ 30 ธันวาคม 2562 จำนวน 2 ราย และมีผู้ต้องขังทยอยป่วยต่อเนื่อง และมีผู้เสียชีวิตอีก 1 ราย ในวันที่ 4 มกราคม 2563 ได้ส่งทีมแพทย์เข้าไปในเรือนจำ พร้อมกับทีมสอบสวนโรค  หลังจากเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ระดมสาธารณสุข จาก 9 อำเภอ พร้อมเครื่องมือ เพื่อตรวจชีพจรผู้ต้องขัง ถ้ามีสัญญาณชีพจร ผิดปกติก็จะทำการเจาะเลือด ตรวจอีกครั้งเพื่อทำการรักษา  ซึ่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในจังหวัดพิษณุโลกมาเป้าหมายเดินทางมาที่เรือนจำเพื่อตรวจคัดกรองผู้ต้องขังป่วย จำนวนทั้งหมดกว่า 3,000 กว่าคน  แล้วเสร็จครบ 100% 

เมื่อคืนนี้ 4 มกราคม 2563 ตอน 4 ทุ่มกว่า  โดยจากการตรวจผู้ต้องขังทั้งหมดเมื่อคืนนี้พบว่าภาวะที่เกิดขึ้นกับผู้ต้องขังที่ป่วย จากการสุ่มตรวจพบผลเลือดออกหมดแล้ว มีภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนสูง และมีภาวะโปตัสเซียมในเลือดต่ำ สาเหตุสงสัยเรื่องอาหาร แต่ที่ยังไม่ฟันธง 100% เพราะผลตรวจอาหารยังไม่มา ต้องรอผลแล็ป 1-2 สัปดาห์

 นายแพทย์ปิยะ ศิริลักษณ์  นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยต่ออีกว่า เมื่อคืนได้ตรวจจนหมด 3 พันกว่าคน พบว่ามีคนที่มีหัวใจเต้นเร็ว คือเหมือนกับมีปัญหาเรื่องไทรอยด์ฮอร์โมนที่เกิน พบ 690 คน ซึ่งในเบื้องต้นจะคัดแยกเป็น 2 กลุ่ม ใน 690 คน กลุ่มที่ 1 คืออาการไม่มาก หมายถึงมีหัวใจเต้นเร็วไม่มากอาการยังอื่นไม่มาก เราให้ยารักษาในเรือนจำ ณ เดี๋ยวนั้นเลย แล้วจะมีการติดตามเอายาไปให้ทุกวัน

 ส่วนกลุ่มที่ 2 คนที่หัวใจเต้นเร็วมาก คือไปวัดบางคน 130-140 ต่อนาที คนปกติประมาณ 80 ต่อนาที อันนี้คือภาวะเร่งด่วน เราทำการเจาะเลือด เพื่อดูว่ามีภาวะรุนแรงเร่งด่วนแค่ไหน แล้วตอนที่เข้าไปพบว่ามีบางส่วนเหมือนกันที่มีภาวะหัวใจเต้นเร็วด้วย และภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงด้วย อันนี้เป็นกรณีเร่งด่วนสุดจำเป็นต้องส่งตัวออกมารักษาข้างนอกที่โรงพยาบาล ซึ่งเมื่อคืนได้ส่งมารักษาที่รพ.ค่ายสมเด็จพระนเรศวร  24  ราย อีกส่วนหนึ่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลวังทอง

 สำหรับภาวะไทรอยด์สูง จะนำไปสู่การมีหัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ บางคนใจสั่น เมือมั่น  และนำไปสู่การมีภาวะโปรตัสเซียมในเลือดต่ำ ซึ่งส่งผลให้เกิดภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรง และอาจจะทำให้เกิดการเสียชีวิตได้ ภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนสูง ไม่ใช่โรคติดต่อ เกิดจากสาเหตุ 1. ร่างกายสร้างฮอร์โมนตัวนี้ขึ้นมาเอง เยอะผิดปกติ  คือคนที่ป่วยด้วยโรคไทรอยด์ 2.ได้รับไทรอยด์ฮอร์โมนจากแหล่งภายนอก เช่น ยา หรือ ปนเปื้อนมาจากอาหาร และกินเข้าไป  ในกรณีผู้ต้องขังทั้งหมด ไม่ได้เกิดจากร่างกายของเขาเอง แต่น่าจะเกิดจากการได้รับไทรอยด์ฮอร์โมนจากภายนอก และที่น่าสงสัยมากที่สุดก็คือเรื่องของอาหาร แม้ว่าจะปรุงสุกแล้ว ก็ไม่ได้มีผลกับการจัดการไทรอยด์ฮอร์โมน เพราะสามารถทนความร้อนได้

 นายแพทย์ปิยะ ศิริลักษณ์  นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก บอกต่ออีกว่า ในกรณีทั้ง 4  ราย เสียชีวิตก่อนถึงมือ รพ. เขาเสียชีวิตในเรือนจำ เรารับรู้ได้เพียงแค่เหตุการณ์ เขาไม่ได้มีอาการแล้วมารักษาที่เรา และเสียที่เรา เราเลยระบุลำบากเพราะเวลาที่เขาเสียชีวิตในเรือนจำกว่าจะตัวออกมาได้ขั้นตอนมีหลายอย่าง ขณะที่ผลการตรวจผู้เสียชีวิตรายล่าสุดเมื่อวันที่ 4 มกราคม นั้น คือ รายที่ 4 นั้น พบสาเหตุการเสียชีวิตแน่ชัดว่า เกิดจาก ภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนสูง ส่วนที่มีกระแสข่าวว่ามีผู้เสียชีวิต 5 รายนั้น 1 รายมาจากเรือนจำกลาง ซึ่งเสียชีวิตจากสาเหตุอื่น ไม่ใช่จากภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนสูง

สำหรับผู้ป่วย 690 ราย ที่พบผิดปกติจะให้ทานยาทุกวัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตราย  พร้อมกับวางแวนไว้ว่าในวันที่ 7 มกราคม 2563 นี้ จะทำการเจาะเลือดผู้ต้องขังทั้งหมด 3,000 ราย เพื่อตรวจหาภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนสูง 

 “ไม่อยากให้ตระหนกตกใจ ว่าโรคนี้ หรือเหตุการณ์นี้  จะแพร่ขยาย หรือ กระจายออกไปสู่ภายนอก และไม่ได้มีใครนิ่งนอนใจเลย ทางเรือนจำ หน่วยงานสาธารณสุข ทุกหน่วยงานทำงานหนักมาตลอดตั้งแต่เกิดเหตุ  พยายามที่จะหยุดยั้งปัญหานี้ให้ได้  ไม่ได้มีใครเพิกเฉยหรือละเลย เราทำอย่างเต็มที่”   นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก

 ขณะที่บรรยากาศที่หน้าเรือนจำจังหวัดพิษณุโลก วันนี้อาทิตย์ที่ 5 ม.ค.63 เป็นวันที่ไม่ได้เปิดให้มีการเยี่ยมญาติผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศว่าค่อนข้างเงียบเหงา เช้านี้ผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสได้พูดคุยกับผู้ต้องขังที่ได้รับการปล่อยตัวออกมา ซึ่งทุกคนสุขภาพร่างกายแข็งแรง ผู้ต้องขังรายหนึ่งบอกว่า ถูกส่งตัวเข้ามาที่เรือนจำในวันที่กำลังมีการป่วยรุนแรงพอดีคือวันที่ 29 ธันวาคม 2562 ช่วงนั้นก็พบเห็น ผู้ต้องขังหลายรายมีอาการป่วยแขนขาอ่อนแรง และทราบข่าวว่ามีผู้ต้องขังเสียชีวิตด้วยสำหรับอาหารการกินนั้นก็สะอาดครบทุกมื้อส่วนใหญ่รสชาติค่อนข้างจืด

สำหรับญาติผู้ต้องขังรายหนึ่งเมื่อทราบข่าวได้มาติดต่อเนื่องจากร้อนใจ กลัวลูกป่วย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ให้เข้าเยี่ยมจะเยี่ยมได้ตามเวลา และได้รับการชี้แจ้งว่าถ้าหากลูกป่วยก็จะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อไป แต่อย่างไรก็ยังรู้สึกเป็นห่วง คงได้มาเยี่ยมตามวันเวลากำหนด


เอาละครับ..... นับจากวันนี้ (๘ ส.ค.๖๓) เป็นต้นไป ถึงสิ้นปี และมีความเป็นไปได้ ที่จะติดพันไปถึงต้นปีหน้า

"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ
'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'