'วิ่งไล่ลุง'มากกว่า'วิ่งเชียร์ลุง'


เพิ่มเพื่อน    


    นิด้าโพลสำรวจ วิ่้งไล่ลุงเยอะกว่าวิ่งเชียร์ลุง "ช่อ" ยันควง "ธนาธร" วิ่งแน่ อ้างไม่ใช่การชุมนุม ตราบใดที่ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนวุ่นวาย ปิดถนนเป็นเดือนๆ ปิดสนามบิน หรือทำให้การจราจรติดขัด เพราะวิ่งกันแต่ในสวนไม่ได้เดือดร้อนใครก็สามารถทำได้ "หมอวรงค์" โวยมีคนลักไก่ใช้โรงเรียนในกาฬสินธุ์ชวนเด็กวิ่งไล่ลุง
    ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชนเรื่อง “วิ่งไล่ลุง-วิ่ง/เดินเชียร์ลุง 2563” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 23- 24 ธันวาคม 2562 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษาและอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,258 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการจัดกิจกรรม “วิ่งไล่ลุง-วิ่ง/เดินเชียร์ลุง” ในเดือนมกราคม 2563 ที่จะถึงนี้ การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 95.0
    จากการสำรวจเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อการจัดกิจกรรม “วิ่งไล่ลุง” ในเดือนมกราคม 2563 ที่จะถึงนี้ พบว่า ร้อยละ 40.86 ระบุว่าเห็นด้วยมาก เพราะเป็นเพียงกิจกรรมอย่างหนึ่งที่แสดงออกบนพื้นฐานของความถูกต้อง และเป็นการเรียกร้องให้รัฐบาลหันมาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอย่างจริงจัง, ร้อยละ 12.24 ระบุว่าค่อนข้างเห็นด้วย เพราะเป็นการแสดงออกทางประชาธิปไตยในสิทธิเท่าเทียมกัน ดีกว่าประท้วงรุนแรง และถือว่าเป็นการมาออกกำลังกายร่วมกัน, ร้อยละ 12.00 ระบุว่าไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะต่อให้จัดกิจกรรมขึ้นมาก็ไม่มีประโยชน์ อาจจะก่อให้เกิดความวุ่นวาย และอยากให้บ้านเมืองสงบสุข ไม่อยากให้มีการชุมนุมเกิดขึ้น, ร้อยละ 31.32 ระบุว่าไม่เห็นด้วยเลย เพราะ เป็นกิจกรรมที่ไม่เหมาะสมจะทำให้เกิดเรื่องวุ่นวาย ไม่ว่าจะมารูปแบบไหนก็ตาม และอยากให้คนไทยมีความสามัคคีกัน ไม่อยากให้มีการประท้วงเกิดขึ้น และร้อยละ 3.58 ระบุว่าไม่ตอบ/ไม่สนใจ
    ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อการจัดกิจกรรม “วิ่ง/เดินเชียร์ลุง” ในเดือนมกราคม 2563 ที่จะถึงนี้ พบว่า ร้อยละ 18.92 ระบุว่าเห็นด้วยมาก เพราะนายกรัฐมนตรีทำให้บ้านเมืองสงบสุข ถือว่าเป็นกำลังใจให้นายกฯ ทำงานต่อไป และเป็นการออกกำลังกายไปในตัว, ร้อยละ 9.30 ระบุว่าค่อนข้างเห็นด้วย เพราะอยากให้นายกรัฐมนตรีบริหารงานต่อไป เพื่อความสงบสุขของประเทศ และเป็นการแสดงให้อีกฝ่ายเห็นว่า มีคนรักเเละสนับสนุนฝ่ายรัฐบาลอยู่, ร้อยละ 17.65 ระบุว่าไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะเกิดความแตกแยก ส่งผลให้มีการปะทะกัน จนไปสู่ความไม่สงบเรียบร้อยของบ้านเมือง และกลัวจะเกิดปัญหาตามมา จึงไม่อยากให้มีการทำกิจกรรมทั้งสองฝ่าย, ร้อยละ 49.76 ระบุว่าไม่เห็นด้วยเลย เพราะไม่อยากให้ทำกิจกรรมพร้อมกันทั้งสองฝ่าย กลัวบ้านเมืองเกิดความวุ่นวาย อยากให้บ้านเมืองสงบ และอยากให้มีการเปลี่ยนรัฐบาลชุดใหม่ และร้อยละ 4.37 ระบุว่าไม่ตอบ/ไม่สนใจ
    เมื่อถามถึงความกังวลของประชาชนต่อประเทศไทยในปี 2563 จะเผชิญปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองแบบเดียวกับในอดีต พบว่า ร้อยละ 21.62 ระบุว่ากังวลว่าจะมีความขัดแย้งทางการเมืองรุนแรงมากกว่าในอดีต, ร้อยละ 21.86 ระบุว่ากังวลว่าจะมีความขัดแย้งทางการเมืองพอๆ กับในอดีต, ร้อยละ 22.81 ระบุว่ากังวลว่าจะมีความขัดแย้งทางการเมืองแต่คงไม่เท่าในอดีต,  ร้อยละ 13.04 ระบุว่าไม่ค่อยกังวล, ร้อยละ 19.00 ระบุว่าไม่กังวลเลย และร้อยละ 1.67 ระบุว่าไม่ตอบ/ไม่สนใจ
    ที่สวนครูองุ่น ปากซอยทองหล่อ 3 คณะผู้จัดงานวิ่งไล่ลุง นำโดยนายธนวัฒน์ วงค์ไชย ได้มีการตั้งโต๊ะเปิดลงทะเบียนวิ่งไล่ลุง  โดยมีประชาชนมารอเข้าแถวลงทะเบียนจำนวนมาก หลังพลาดโอกาสลงทะเบียนออนไลน์ไม่ทัน ท่ามกลางการสังเกตการณ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ โดยผู้กำกับการ สน.ทองหล่อ มาสังเกตการณ์ด้วยตัวเอง ซึ่งกิจกรรมวิ่งไล่ลุงจะจัดขึ้นในวันที่ 12 ม.ค.นี้ ตั้งแต่เวลา 05.00-09.00 น. ที่สวนรถไฟ
    นายธนวัฒน์กล่าวว่า ขณะนี้มียอดลงทะเบียนแล้วกว่า 10,000 คน โดยกิจกรรมจัดที่เดียวที่สวนรถไฟเท่านั้น ซึ่งได้รับการอนุญาตจากสวนรถไฟแล้ว ทั้งนี้ ขอเชิญชวนผู้ที่ลงทะเบียนแล้วมาร่วมกันอย่างพร้อมเพรียง ส่วนคนที่ไม่ได้ลงทะเบียนก็สามารถมาเป็นกำลังใจได้ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการจัดกิจกรรมยังคงดำเนินต่อไป เชื่อว่าผู้ใหญ่จะไม่กลับคำ ที่ได้อนุญาตไว้แล้ว เพราะเป็นการวิ่งเท่านั้น ไม่ได้มีการจัดม็อบปราศรัยทางการเมือง
    ที่มีข่าวการจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุงในจังหวัดอื่นๆ อีก 18 จังหวัดด้วยนั้น นายธนวัฒน์กล่าวยืนยันว่า เป็นเรื่องของผู้สนับสนุนที่จัดกันเอง ทั้งนี้ ขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหยุดติดตามทีมงานจัดกิจกรรมวิ่งครั้งนี้ เพราะมีการติดตามตัว รวมทั้งโทรศัพท์มาถามข้อมูลอยู่อย่างต่อเนื่อง
    การลงทะเบียนเพิ่มเติมในวันนี้ มี น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ มาลงทะเบียนด้วย โดย น.ส.พรรณิการ์เผยว่า ได้มาลงทะเบียนหลังจากที่พลาดไปทางออนไลน์ และได้ลงทะเบียนแทนนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่เดินทางไปต่างประเทศด้วย ส่วนคนอื่นๆ ภายในพรรคอนาคตใหม่นั้นเป็นสิทธิของแต่คนที่จะตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมหรือไม่ เพราะเรื่องนี้ไม่ได้คุยกันในพรรค แต่นายธนาธรและตนจะไปร่วมวิ่งแน่นอน
    โฆษกพรรคอนาคตใหม่กล่าวว่า มีความเป็นห่วงที่กิจกรรมครั้งนี้ถูกจับตามองจากผู้มีอำนาจ และห่วงว่าจะถูกสวนรถไฟยกเลิกกะทันหันหรือไม่ เพราะจะเป็นปัญหากับคนที่ลงทะเบียนชำระเงินไปแล้วได้ ส่วนที่มีการมองว่าเป็นการก่อม็อบนั้น ยืนยันว่ากิจกรรมนี้เป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ที่ คสช.ร่างขึ้นมาเอง ตราบใดที่ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนวุ่นวายปิดถนนเป็นเดือนๆ ปิดสนามบิน หรือทำให้การจราจรติดขัด เพราะวิ่งกันแต่ในสวนไม่ได้เดือดร้อนใคร ก็สามารถทำได้
    ด้าน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) แสดงความเห็นว่าพฤติกรรมวิ่งไล่ลุง กลายเป็นว่าการใช้สถานที่โรงเรียนอนุกูลนารี กาฬสินธุ์ จัดกิจกรรมการเมืองวิ่งไล่ลุง เป็นการแอบอ้างของผู้จัด โดยผู้อำนวยการโรงเรียนไม่ได้อนุญาต แต่นำไปเผยแพร่โฆษณาเสียเอง
    การออกหนังสือตราครุฑของทางราชการ ชื่อโรงเรียน แต่ลงนามกันเอง ก็เป็นการขัดระเบียบราชการ ที่สำคัญวันเสาร์และอาทิตย์ทางโรงเรียนก็มีการจัดติวสำหรับนักเรียนชั้น ม.6 เพื่อเตรียมสอบแอดมิชชั่น แต่คนเหล่านี้ก็หวังที่จะดึงเด็กๆ ร่วมกิจกรรมล้างสมอง สะท้อนให้เห็นว่าพวกวิ่งไล่ลุงกระทำในสิ่งต่างๆโดยไม่สนใจกฎกติกา บิดเบือนข้อเท็จจริง ทุกฝ่ายต้องช่วยกันปกป้องเด็กและเยาวชนที่จะเป็นเหยื่อ เสียเลือดเนื้อเพื่ออำนาจทางการเมืองของกลุ่มพวกเขา 
    ขณะที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงกิจกรรมวิ่งไล่ลุงว่า รัฐบาลต้องมีหน้าที่อำนวยความสะดวก ดูแลความปลอดภัย เพราะไม่ได้วิ่งในถนนใหญ่ ส่วนฝ่ายจัดแม้ไม่มีการปราศรัยทางการเมือง แต่ระบบเสียงต้องสามารถเข้าถึงควบคุมผู้มาร่วมกิจกรรมได้ด้วย เพื่อป้องกันหากเกิดเหตุวุ่นวาย
    "ผมพูดไม่ได้หวังว่าจะเกิดอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ต้องการให้กลไกรัฐต้องเข้าไปอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ ไม่ให้มีโรคแทรกซ้อนเข้ามาได้ ผมจึงต้องพูดเตือนเอาไว้ดังๆ เพื่อเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย" ประธาน นปช.กล่าว
    นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุว่า ได้ลงทะเบียนออนไลน์ไว้ในช่วงที่เขาเปิดให้ลงทะเบียน เนื่องจากหากมีโอกาสก็จะไปออกกำลังกาย ความจริงลังเลอยู่ เพราะไม่ค่อยชอบเสื้อยืดพื้นขาวและเหรียญที่ให้ดูตาใสเกินไป แต่เหตุที่จูงใจให้ต้องสมัครร่วมวิ่งไล่ลุงกับเขาด้วย เพื่อต้องการร่วมแสดงออกให้ลุงเห็นว่าบ้านเมืองนี้เริ่มมีคนอยากไล่ลุงมากขึ้น ด้วยหลายสาเหตุ
    1) ลุงอยู่บริหารบ้านเมืองมานาน แต่ไม่แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการจัดการเท่าที่ควรจะเป็น ความฝันและคำสัญญาที่ลุงสร้างว่าจะขอปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ก็ไม่เห็นเป็นจริง
    2) ลุงไม่ได้แสดงความแตกต่างในทางที่ดีกว่านักการเมืองรุ่นก่อนๆ ที่ลุงเคยว่าเขา แถมการตั้งรัฐบาลของลุงยังมาจากการรวบรวมสารพันนักการเมืองสายยี้ที่ประชาชนส่ายหน้า
    3) ลุงสร้างกลไกกติกาต่างๆ ที่ทำให้บ้านเมืองบิดเบี้ยว บทเฉพาะกาลในรัฐธรรมนูญที่ให้มี ส.ว.มาจากการแต่งตั้งของลุงเกือบทั้งหมด ไม่ใช่ความปรารถนาดีต่อบ้านเมือง แต่เป็นเพื่อความมั่นคงในตำแหน่งของลุงเท่านั้น
    4) ลุงยังคงนึกว่าตัวเองมีคะแนนนิยมดี คิดว่าตัวเองทุ่มเททำงานเหน็ดเหนื่อย ไปไหนก็มีแต่คนแวดล้อมยกย่องชมเชย ไม่รู้ถึงความรู้สึกที่แท้ของประชาชน
    "ดังนั้น การแสดงออกด้วยการร่วมวิ่งไล่ลุง จึงเป็นการส่งเสียงของประชาชนให้ถึงหูลุงว่า เขาเบื่อแล้ว เผื่อลุงจะปรับปรุงการทำงานตัวให้ดีขึ้น วันนี้ยังไม่ถึงไล่กันจริงจังหรอกครับ” นายสมชัยระบุ.


 ยินดีกับ "โอ๊ค-พานทองแท้" เขาหน่อย! เพราะเมื่อวาน (๒๘ พ.ค.๖๓) มีรายงานอ้าง "แหล่งข่าว" เผยแพร่ ว่าคดีร่วมกันฟอกเงินทุจริตปล่อยกู้แบงก์กรุงไทย ๑๐ ล้านบาท ที่ "โอ๊ค-พานทองแท้" เป็นจำเลย และศาลชั้นต้นยกฟ้องไปเมื่อ ๒๕ พ.ย.๖๒ 

ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'
"ฝันดี-ฝันร้าย"ของไทยวันนี้
"โลกเปลี่ยนไป-ไทยเปลี่ยนรวย"
ไม่มีประยุทธ์ "พปชร.ขายอะไร?"