"สมคิด" เร่งอีอีซีสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน


เพิ่มเพื่อน    

 

7 ม.ค. 2563 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ เปิดเผยภายหลังเข้าตรวจเยี่ยมสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(สกพอ.) พร้อมด้วยนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)  สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) มาหารือ เพื่อเร่งรัดการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) ให้คืบหน้าในปี 2563 โดยจะต้องเน้นสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างชาติ ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองเป็นแบบปัจจุบัน โดต้องอาศัยปัญหาเชิงลบภายนอกประเทศ ที่จะทำให้นักลงทุนไหลเข้ามายังไทย

ทั้งนี้จึงต้องการเร่งรัด  4 โครงการหลัก ทั้งท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง มาบตาพุด อาคารผู้โดยสารสนามบินอู่ตะเภา  และศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน ต้องชัดเจนภายในครึ่งปีแรก เพราะขณะนี้แอร์บัสและรายอื่นสนใจเข้ามาร่วม จึงต้องการให้การบินไทยเร่งรัดข้อสรุป ไม่เช่นนั้นจะเปิดให้รายอื่นเข้ามาร่วมแทน หรืออาจจะทำให้ประเทศเวียดนามนั้นดึงผู้เล่นในตลาดไปลงทุนภายในแทนประเทศไทย ขณะเดียวกันก็ต้องการเร่งรัดโครงการขนาดใหญ่ โดยเฉพาะโครงการสมาร์ทซิตี้ ที่ต้องการให้ตั้งคณะทำงานบริการและเร่งให้สามารถลงทุนได้ภายในปีนี้ โดยจะต้องตั้งคณะทำงาร่วมกันเพื่อผลักดันแผนการทำงานไม่ใช่ใมันอยู่แค่ในกระดาษ

"การทำงานของราชการไทยนั้นมีเวลายาวนานเกินไป อยากให้ตัด ๆ ขั้นตอนที่ไม่จำเป็นออกไปหน่อย เพราะเราไม่ได้ต้องการให้ลูกหลายมาสานต่องาน ต้องมีคนทำงานที่มีความรู้และความคิดจริง ๆ ถ้าทุกฮย่างสามารถสรุปได้ภายในไตรมาสแรกของปีนี้ ก็จะสามารถดำเนินการก่อสร้างลงทุนได้ภายในไตรมาสที่ 3-4 ของปีนี้ โครงการที่เป็นแฟล็คชิปจะต้องเกิดในปีนี้ การพัฒนาเมืองใหม่หรือสมาร์ทซิตี้ต้องจริงจัง และการพัฒนาที่อยู่อาศัยจะต้องตามมา ถึงจะทำให้สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนได้"นายสมคิด กล่าว

อย่างไรก็ตามแผนที่ต้องทำต่อไป เช่น  โครงการตลาดไทยเด็ด ขายสินค้าชุมชน ของ บมจ.ปตท. ไม่ใช่เรื่องเพื่อสังคม(ซีเอสอาร์) แต่กลายเป็นยุทธศาสตร์หลักธุรกิจไปแล้ว โดยต้องส่งเสริมการท่องเที่ยว พัฒนานโยบายเมืองรอง ต้องโฟกัสเชื่อมโยงภาคท่องเที่ยว มอบหมายให้คลังดูแลความยากจน กระทรวงอุตสาหรกรรม นำภาคเกษตรแปรรูปมาร่วม  เพื่อร่วมกันพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน ขอให้ทุกหน่วยงานสื่อสารกับชาวบ้าน ชุมชนในพื้นที่มีความเข้าใจ เพื่อให้มีส่วนร่วม

นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการ กพอ. กล่าวว่า การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในอีอีซีจำนวนเงิน 650,000 ล้านบาท จะเห็นภายในปลายปีนี้ หลังจากศาลปกครองพิจารณาให้เดินหน้าเปิดประมูลพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังได้ คาดว่าไตรมาส 1 จะสรุปแนวทางและเปิดประมูลจากภาคเอกชน  ประชากรในอีอีซี 3.4 ล้านคน วัยเรียน 1.2 ล้านคน ต้องพัฒนาให้เป็นคนรุ่นใหม่ 340,000 ราย ร่วมกับสถาบันการศึกษาพัฒนาบุคลากร โดยขอบัณฑิตอาสาเพื่อร่วมสร้างบุคคลากรรองรับผู้ประกอบการ สิทธิประโยชน์มีทั้งบีโอไอและของอีอีซี  สำหรับการสร้างเมืองใหญ่ให้เร่งวางแนวคิด เพื่อสร้างแหล่งอยู่ศัย  ตั้งคณะทำงานขึ้นมาเร่งรัดวางแผน โดยมีนายคณิศ เป็นประธาน เบี้องต้นการพัฒนาที่อยู่อาศัยไม่ต้องทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ) สร้างชุมชนในเมืองใหม่ 

"การลงทุนของอีอีซีจะแบ่งเป็น 2 ส่วนคือการลงทุนจริงอุตสาหกรรมทั่วไป ที่เราจะพยายามดึงดูดมาให้ได้ปีละแสนกว่าล้านบาท และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 6.5 แสนล้านบาท หากหาร 5 ปีก็จะตกปีละแสนกว่าล้าน เมื่อรวมกันก็จะอยู่ที่ประมาณปีละ 300,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นเป้าหมายที่เราวางไว้ โดยจำนวนเงินดังกล่าวจะสามารถกระตุ้นการเติบโต หรือจีดีพีของประเทศได้ 1.5-2% ขณะที่การลงทุนในปี 2562 ที่ผ่านมา เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น  404,982 ล้านบาท เกิดการจ้างงานทั้งสิ้น 44,571 ตำแหน่ง และเกิดโรงงานใหม่ 450 โรงงาน"นายคณิศ กล่าว

 


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"