‘ดอน’อ้างสหรัฐ แจ้งไทยล่วงหน้า ก่อนฆ่าสุไลมานี


เพิ่มเพื่อน    

 "บิ๊กป้อม" สั่งเหล่าทัพ-บัวแก้วเกาะติดใกล้ชิดสถานการณ์สหรัฐ-อิหร่าน พร้อมเตรียมการไว้ทุกเรื่อง "ดอน" เผยมะกันส่งซิกก่อนโจมตี 1 วัน "บิ๊กตู่" จ่อเยือนอเมริกาถกนัดพิเศษไตรมาสแรกของปี พลังงานการันตีเอาอยู่อย่าตื่นตระหนก แบงก์ชาติรับกระทบค่าเงินบาท แนะบริหารสต๊อกน้ำมันให้ลงตัว

    ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่่ 7 มกราคม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านว่า สิ่งที่ประเทศไทยเตรียมการติดตามสถานการณ์ คือให้เหล่าทัพและกระทรวงการต่างประเทศประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดว่าจะเป็นอย่างไร จะส่งผลอะไรถึงประเทศไทยบ้าง ต้องเตรียมการไว้ทุกเรื่อง เช่น สถานทูตและบ้านพักทูต เราจะให้ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทย โดยเฉพาะสถานทูตสหรัฐ อิสราเอล อิหร่าน 
    ส่วนการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยหากมีเหตุการณ์เกิดขึ้น กระทรวงพลังงานได้เตรียมการในเรื่องของน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในการใช้พลังงาน ถือว่าเราเตรียมการในทุกเรื่อง
    นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ทุกประเทศยังมีความกังวลในเรื่องดังกล่าวอยู่ โดยมีคนไทยอยู่ในประเทศอิหร่านประมาณ 200-300 คน ส่วนในอิรัก 80-90 คน ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษา คนทำงาน และแม่บ้าน ซึ่งได้แจ้งเตือนไปแล้ว แต่สถานการณ์ตอนนี้ทุกอย่างยังปกติดี เป็นเหตุการณ์ที่หวังว่าจะไม่เกิดสถานการณ์บานปลาย เชื่อว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องยับยั้งชั่งใจ ไม่ยั่วยุเพื่อไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายลง จะไม่ส่งผลกระทบอะไรกับประชาชนทั่วไป ส่วนผลกระทบด้านเศรษฐกิจนั้น รับทราบกันอยู่ว่าเมื่อมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นราคาน้ำมันจะพุ่งสูงขึ้น ซึ่งหวังว่าจะไม่บานปลายเช่นกัน
    เมื่อถามว่า หลายฝ่ายกังวลว่าจะมีสถานการณ์วุ่นวายตามมา ได้เตรียมการย้ายคนไทยกลับประเทศอย่างไรบ้าง นายดอนกล่าวว่า เท่าที่ได้รับรายงานขณะนี้สถานการณ์ยังปกติ และไม่มีเหตุจลาจล เพียงแต่มีขบวนแห่ศพ 3 วันตามที่มีการประกาศไว้เท่านั้น ช่วงเวลานี้ยังไม่มีเหตุการณ์รุนแรงอะไรที่น่าเป็นห่วง
    "ก่อนเหตุการณ์จะเกิดขึ้นในวันที่ 3 ม.ค. ทางสหรัฐได้ประสานมายังไทยเมื่อวันที่ 2 ม.ค. ว่ามีเหตุว่าจะต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ และมีการติดต่อกับอาเซียนอยู่แล้ว โดยแจ้งก่อนล่วงหน้า 1 วันเพื่อให้เกิดความเข้าใจว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น แต่แน่นอนว่าไม่ใช่ช่องว่างที่จะไปยับยั้งอะไรกันในวันนั้นๆ เราเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วจะไม่เกิดซ้ำหรือว่าไม่บานปลายไป ส่วนท่าทีของไทยก็มีคำกล่าวออกไปแล้ว และได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และไม่อยากให้สถานการณ์บานปลาย ไม่มีการยั่วยุ อยากให้ช่วยกันลดความตึงเครียด เพื่อให้ความสงบสุขและสันติภาพไม่ถูกรบกวน" นายดอนระบุ
    รมว.การต่างประเทศยังกล่าวถึงกรณีที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้เชิญผู้นำอาเซียนเยือนสหรัฐเพื่อหารือสมัยพิเศษในช่วงไตรมาสแรกของปี 2563 ซึ่งเป็นคำเชิญก่อนเกิดสถานการณ์ความขัดแย้งนั้นว่า หลายๆ ประเทศทราบว่าได้มีการตอบรับไปแล้ว ยังคงเป็นแค่คำเชิญอยู่ ส่วนไทย ในหลักการตกลงแล้ว เพียงแต่ยังติดในเงื่อนเวลาเท่านั้นเอง เบื้องต้นอาจเป็นเดือน มี.ค. แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นช่วงไหน
    ที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจนครบาล และตำรวจสันติบาล ได้เดินทางมาพบหารือกับเจ้าหน้าที่สถานทูตเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล และวางมาตรการในการรักษาความปลอดภัยของสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลในประเทศไทย
    พล.ต.ท.ปิยะเปิดเผยว่า สืบเนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางในเวลานี้ระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ซึ่งอาจมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีเคลื่อนไหวในรูปแบบต่างๆ ซึ่งสร้างความวิตกกังวลและกระทบต่อความสงบเรียบร้อย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้สั่งการให้ตำรวจทุกหน่วย ทั้งตำรวจนครบาล ตำรวจสันติบาล ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษ และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ทำการสืบสวนหาข่าวและเฝ้าติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด รวมทั้งให้แลกเปลี่ยนข้อมูลทางด้านการข่าวกับสถานเอกอัครราชทูต หรือหน่วยร่วมปฏิบัติอื่นๆ เพื่อป้องกันเหตุแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
    "ผบ.ตร.ได้มีคำสั่งไปยังผู้บังคับบัญชาตำรวจทุกหน่วย ให้ยกระดับและเพิ่มความเข้มในการดูแลความปลอดภัยสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลทุกแห่งในประเทศไทย รวมไปถึงโบสถ์ มัสยิด สถานที่สำคัญทางศาสนาและจุดล่อแหลมต่างๆ ทั้งนี้ ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลร่วมกับตำรวจที่รับผิดชอบในพื้นที่ในการจัดกำลังไปตรวจสอบ ดูแล ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด บริเวณพื้นที่สำคัญต่างๆ เพื่อเพิ่มความปลอดภัย พร้อมทั้งในช่วงนี้ก็ได้ประสานงานกับประเทศคู่ขัดแย้งอย่างใกล้ชิด หากมีการร้องขอใดๆ ก็ยินดี ภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ ยืนยันว่าประเทศไทยไม่ใช่ประเทศคู่ขัดแย้ง ประกอบกับการข่าวในขณะนี้ยังไม่พบความเคลื่อนไหวและยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แต่เราก็ไม่ประมาท" โฆษก ตร.ระบุ
    จากนั้น พล.ต.ท.ปิยะได้เดินทางไปตรวจสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลและสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทย
    นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า สถานการณ์ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนักในเชิงราคาน้ำมัน ยังไม่อยู่ในเกณฑ์ที่จะต้องดำเนินการใดๆ เพราะภายใต้กลไกปกติยังบริหารจัดการได้ แต่ได้มีการเตรียมการที่จะใช้มาตรการต่างๆ ไว้แล้ว ขอให้ประชาชนไม่ต้องตื่นตระหนก ขอให้มั่นใจว่าเรามีมาตรการรองรับ ไม่มีผลกระทบอะไรรุนแรง อาจมีกระทบต่อตลาดหุ้นบ้าง กระทบต่อค่าขนส่งบ้าง และราคาน้ำมันขยับขึ้นไปบ้าง ทั้งนี้ จะมีการเชิญประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงประเมินสถานการณ์อีกครั้งในวันที่ 10 ม.ค.
    วันเดียวกัน นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ค่าเงินบาทในช่วงหลังเทศกาลปีใหม่ ตลาดมีความสมดุลมากขึ้น ทั้งฝั่งผู้ซื้อและผู้ขาย ซึ่ง ธปท.ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ยอมรับว่าสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่านเป็นเรื่องที่จะต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากไทยเป็นประเทศที่นำเข้าน้ำมันในสัดส่วนที่ค่อนข้างสูงในแต่ละปี และระบบเศรษฐกิจไทยพึ่งพิงพลังงานค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับประเทศตลาดเกิดใหม่หลายประเทศ โดยสถานการณ์นี้กระทบค่าเงินบาทและค่าเงินในภูมิภาค และส่งผลให้ราคาพลังงานในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น
        ทั้งนี้ เป็นโอกาสและจังหวะที่เหมาะสมในการบริหารน้ำมันสำรองให้เพิ่มมากขึ้น เชื่อว่ากระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด แม้ว่าภาพรวมเสถียรภาพด้านต่างประเทศของไทยไม่ได้เปราะบาง แต่มูลค่านำเข้าที่เพิ่มขึ้นย่อมทำให้การเกินดุลบัญชีเดินสะพัดลดลง อย่างไรก็ตาม การที่ไทยยังคงเกินดุลบัญชีเดินสะพัดอยู่ มีข้อดีคือทำให้สามารถนำเข้าพลังงานได้เพิ่มมากขึ้นหากเกิดความไม่แน่นอนของตลาดพลังงานในอนาคต
    ขณะที่นักลงทุนต่างชาติเริ่มมองว่า เงินบาทไม่ได้เป็น Safe Haven (สินทรัพย์ที่นักลงทุนใช้หลบภัย) แล้ว เพราะภาวะเศรษฐกิจไทยชะลอตัว ประกอบกับอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรยังอยู่ระดับต่ำ รวมทั้งการที่ไทยยังพึ่งพิงรายได้จากการท่องเที่ยวค่อนข้างสูง ซึ่งหากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่านมีมากขึ้น จะยิ่งกระทบกับแหล่งรายได้ต่างประเทศที่สำคัญของไทย รวมทั้งมีความเป็นไปได้ที่อัตราเงินเฟ้อของไทยจะมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นตามไปด้วย และยังดำเนินแนวทางนโยบายการเงินตามเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
        โดย ธปท.ยืนยันว่าการพิจารณาปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย จะยึดหลัก Data Dependent โดยจะประเมินสถานการณ์ตลอดเวลา และดูความเสี่ยงในระยะข้างหน้าอย่างใกล้ชิด ซึ่งหากเห็นว่าสถานการณ์เศรษฐกิจต่างไปจากที่ ธปท.ได้ประเมินไว้ ก็พร้อมจะใช้เครื่องมือด้านนโยบายเพิ่มเติม.
 


เรื่องหน้ากากอนามัย ๒๐๐ ล้านชิ้น มีแต่ตัวเลข ไม่มีตัวหน้ากากที่พูดกันมานานนั้น บทจะจบ..... ก็จบดื้อๆ แค่รองนายกฯ วิษณุพูดว่า "ของเก่าไม่ต้องพูดถึง.......

ฉุกเฉิน 'ในระบบราชการ'?
อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'
'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"