'รำไทย' กลางศึก 'ฝรั่ง-แขก'


เพิ่มเพื่อน    

                ดูเหมือนสหรัฐฯ จะ "เตะเม่น" ซะแล้ว กรณีสั่งฆ่านายพลอิหร่าน-อิรัก!

                นอกจากไม่มี "เสียงตอบรับ" จากมิตรประเทศแล้ว

                หุ้นส่วนใหญ่ อย่าง "ฝรั่งเศส-อังกฤษ"

                รวมทั้ง "นาโต"..........

                ยังมีท่าที "ไม่เห็นด้วย" กับระห่ำลำหักของทรัมป์ และทั้งท่าที "ไม่เอาด้วย" ของมวลมิตร

                สหประชาชาติ หรือ UN ไม่ต้องพูดถึง

                เพราะนั่น เป็นแค่ "มะเหงก" มีไว้สำหรับให้สหรัฐฯ ใช้ไล่เขกหัวเด็กเท่านั้น

                ดังนั้น สถานการณ์ต่อจากนี้ของสหรัฐฯ ไม่ง่ายเหมือนปี ๔๖ ที่บุช บุกอิรัก "โค่นซัดดัม" แล้วตั้งฐานทัพ "ยึดประเทศ" แบ่งบ่อน้ำมัน "สูบกันเพลิน" ตามใจชอบ ถึงขณะนี้

                ตอนนั้น.....

                ขนาดบุช เครดิตเฟื่องกว่าทรัมป์ ยังต้องใช้ลูกนักเลง บังคับให้ประเทศต่างๆ "เลือกข้าง"

                แต่ตอนนี้.......

                เห็นคน "เป็นแสน-เป็นล้าน" ร่วมขบวนแห่ศพนายพลกอเซ็ม สุไลมานี

                และท่าทีสังคมโลก ไม่พอใจ ที่สหรัฐฯ ใช้อำนาจบาตรใหญ่ เข้าไปฆ่าเขาถึงในบ้าน-ในเมืองเขาอย่างนั้นแล้ว

                ก็ต้องบอกว่า ทรัมป์ติดกับดัก "สังคมโลกยุคไอที" เข้าจั๋งหนับซะแล้ว

                โลกยุคไอที ต่อให้ มีอำนาจ มีอาวุธ เหนือกว่าขนาดไหน.......

                ด้วยภาพ-ข่าว ที่ทรัมป์ "ทำไม่แฟร์" กระจายออกไปกว้างขวางฉับพลัน นั้น           

                ในคำว่ายุติธรรมในหัวใจมนุษย์ ต่อให้ทรัมป์ขู่ จะกดปุ่ม "นิวเคลียร์" ใครก็ไม่กลัว

                ไม่มีความหมาย..........

                ไม่มีอิทธิพลต่อทัศนคติ ต่อจิตใจใครๆ เหนือไปกว่าอิทธิพลออนไลน์

                เพราะ "สื่อสาร" มัน "ครองโลก" ซะแล้ว!

                ฟังดู...เหมือนไม่จริง

                แต่เชื่อเถอะ เพราะที่ทรัมป์ทำ มันไม่เสรีภาพ ไม่เสมอภาค ไม่ภราดรภาพ

                ธนาธร เขารับไม่ได้ ปิยบุตร ก็รับไม่ได้ ยิ่งนังสัมปะแหลด ด้วยแล้ว เขายิ่งรับไม่ได้

                เพราะมันเผด็จการ ไม่ประชาธิปไตย ทรัมป์หวังสืบต่ออำนาจเทอม ๒ ใช่มั้ยทอน?

                นายพลสอบตกโรงเรียนเสธฯ พรรคกางเกงในเก่าล่ะ ว่าไง ใช่มั้ย...เผด็จการหวังสืบต่ออำนาจ?

                วัน-สองวันนี้ คงไม่มีปฏิบัติการสนองตอบอะไรจากฝั่งอิรัก-อิหร่าน เพราะเป็นช่วงจัดงานศพ

                ต้องรู้ไว้อย่าง..........

                กองกำลังที่ออกฟัดไอซิสของสหรัฐฯ และอัลกออิดะห์ของซาอุฯ จนขี้หักคาไส้ นั้น

                เกือบทั้งหมด เป็นฝีมือเครือข่ายกองกำลังคุดส์ ภายใต้การบัญชาการรบโดยตรงของ "นายพลกอเซ็ม สุไลมานี"

                กลุ่มฮิซบุลเลาะห์ ฮามาส และปาเลสไตน์ พระเอกเขาเลยแหละ

                อีกกลุ่ม อยู่ในการบัญชาการของ "อาบู มาห์ดี อัล-มูฮันดีส์" ผู้เป็นรองผู้บัญชาการของกลุ่ม "ฮาชด์ชาบี" อิรัก

                ก็คนที่ถูกทรัมป์สั่งถล่มเละคาที่พร้อมกับนายพลสุไลมานี นั่นแหละ

                ภายในไตรมาส คือใน ๓ เดือน เมื่ออิหร่าน-อิรัก "พร้อมคน-พร้อมแผน"

                จะได้เห็นอะไรสนุกๆ เป็นปฏิบัติการแก้แค้น จากหัวหน้า "ฮิซบุลเลาะห์" ที่เขาประกาศออกมาแล้ว แน่นอน

                รัฐสภาอิรัก ลงมติขับ "ฐานทัพสหรัฐฯ" พ้นประเทศ

                ทรัมป์บอก...เรื่องอะไรกูจะไปให้โง่!

                จะไปก็ได้ แต่อิรักต้องจ่ายมา

                ค่าขนย้าย ค่าที่ตั้งใหม่ และค่าปฏิกรรมสงคราม พูดง่ายๆ คือค่านักเลงคุ้มครอง ตั้งแต่สมัยบุชโค่นซัดดัมโน่น

                สหรัฐฯ อ้างว่า มาช่วย "ปลดแอก" จากซัดดัมให้

                เอาต้นประชาธิปไตยมาปลูก....

                ออกลูก-ออกดอกเป็น "เสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ" ในบ้าน-ในเมือง ถึงทุกวันนี้แล้วไง

                มันมีค่าใช้จ่ายนะ......

                ถ้าไม่จ่าย ก็จะตั้งฐานทัพ "ยึดแบกแดด" อยู่นี่แหละ ไม่ไปไหน!

                พวกอนาคตใหม่ใฝ่ต่ำทั้งหลาย

                ดูและจำใส่กระบาลไว้ ที่ไปตะกายเกาะโคนขาไอ้กัน ให้มาช่วยทำประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยนั่นน่ะ

                สมมุติเขามา เสร็จแล้ว นึกหรือว่า เขาจะให้พวกหน้าโง่-ใฝ่ต่ำ ได้เล่นประชาธิปไตย สบายใจเฉิบ อย่างที่ฝันเปียก

                มีแต่มันจะตั้งฐานทัพกลางเมือง อ้าง "อารักขา"

                แล้วคา "ยึดประเทศ" สูบทรัพยากร

                เหมือนที่ทำในอิรัก กระทั่งในเกาหลีใต้ ในญี่ปุ่น ถึงขณะนี้

                พูดแล้วหมั่นไส้ "รุ่นใหม่ดัดจริต" พวกนี้จริงๆ!

                พูดถึงเรื่อง "เลือกข้าง"

                ผมว่า ไม่พ้นหรอก ในภาวะสหรัฐฯ เหมือนถูกสังคมโลกลอยแพเวลานี้ เมื่อสถานการณ์ถึงจุดหนึ่ง  สหรัฐฯ ต้องแสวงหาพวก เป็นพยาน "ความชอบธรรม"

                "ชอบธรรม" ที่จะทำอะไรที่มันไม่เป็นธรรม แล้วอ้างอิงพวกว่า "เป็นธรรม" ประมาณนั้น

                ฟังที่รัฐมนตรีต่างประเทศ "ดอน ปรมัตถ์วินัย" เปรยๆ เป็นข่าวเมื่อวาน (๗ ม.ค.๖๓) นำมาปะติด-ปะต่อ จะเห็นภาพว่า

                เรื่องฆ่านายพลอิหร่าน ไม่ใช่เรื่องปัจจุบันทันด่วน หากแต่สหรัฐฯ มีแผน-มีเจตนาไว้ก่อน "นานพอสมควร" แล้ว

                เช่น ที่รัฐมนตรีดอน บอกว่า.....

                "อันที่จริง ก่อนเหตุการณ์จะเกิดขึ้น ในวันที่ ๓ มกรา ทางสหรัฐฯ ได้ประสานมายังไทย เมื่อวันที่ ๒  มกรา ว่าเขามีเหตุว่า

                จะต้องทำอย่างนั้น...อย่างนี้

                และก็มีการติดต่อกับอาเซียนอยู่แล้ว โดยแจ้งก่อนล่วงหน้า ๑ วัน เพื่อให้เกิดความเข้าใจว่า จะมีอะไรเกิดขึ้น

                แต่แน่นอนว่า ไม่ใช่ช่องว่างที่จะไปยับยั้งอะไรกันในวันนั้นๆ

                เราเชื่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วจะไม่เกิดซ้ำ หรือว่าไม่บานปลายไป"

                ครับ....

                ทราบอย่างนี้ ก็ "อึ้ง" เหมือนกัน

                มันเป็นเทคนิค "กลไก-กลเกม" การเมืองระหว่างประเทศ เป็นน้ำจิ้มสำหรับบริหารประเทศเล็กๆ

                ภายใต้นิยาม "เราจะเสนอในสิ่งที่เจ้าไม่สามารถปฏิเสธ"

                ซึ่งไม่เพียงไทยเรา อาเซียน ๑๐ ประเทศ ก็ต้องได้แมสเสจนี้ ในกิริยาอาการที่เรียก "โดยดุษณี"

                และจากที่รัฐมนตรีบอก ยังทราบต่อไปด้วยว่า ก่อนหน้าจะแจ้งข่าวสาร "เพื่อทราบ" เป็นการผูกมัดทางกลไกแล้ว

                ทรัมป์ ในฐานะประธานาธิบดีประเทศ "พี่เบิ้มโลก"

                ยังได้จัดงานวันผู้ใหญ่อาเซียน........

                โดยเชิญคุณหนูๆ ทั้ง ๑๐ ประเทศ ไปเยือนสหรัฐฯ เป็นแขกประธานาธิบดี พร้อมหน้ากัน

                วันไหนยังไม่กำหนด เพียงแต่ตีกรอบว่า ภายในไตรมาสแรกของปี ๒๐๒๐

                ก็จาก ๑ มกรา - ๓๑ มีนา วันใด วันหนึ่ง นั่นแหละ!

                จะบอกว่า......

                นี่คือปฏิบัติการ "เลือกเขา" หรือ "จะเลือกเรา" คงไม่ผิด!

                แต่เรื่องอย่างนี้ ไม่ต้องห่วง ไทยเราเก่ง แทงหวยไม่เคยพลาด โต๊ด-เต็ง ถูกทั้งข้างล่าง-ข้างบน มาทุกงวด

                ฉะนั้น อย่าแปลกใจ

                ที่วานซืน (๖ ม.ค.) กระทรวงการต่างประเทศของไทย ออกแถลงการณ์

                "ไทยติดตามเหตุการณ์ต่างๆ ที่นำไปสู่การเพิ่มขึ้นของความตึงเครียดในอิรักอย่างใกล้ชิดด้วยความกังวลอย่างยิ่ง ประเทศไทยร่วมกับประชาคมระหว่างประเทศเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องใช้ความอดทนอดกลั้นสูงสุด หลีกเลี่ยงการยั่วยุและละเว้นการใช้กำลัง

                เพื่อลดความตึงเครียด และเพื่อรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค"

                ก็บอกแล้ว เรื่อง "เลือกข้าง" ในความเป็น "การเมืองระหว่างประเทศ" ไทยเราเป็นสารที่มี "คุณสมบัติเป็นกลาง"

                เก่งที่สุด!

                ไม่งั้น เมื่อปี ๒๕๑๕ เดือนธันวา ใกล้ๆ ปีใหม่นี่แหละ กลุ่มปาเลสไตน์ เข้ามาไทย แล้วบุกเข้าสถานทูตอิสราเอล ย่านถนนเพลินจิต

                จับเจ้าหน้าที่ทูต และเอกอัครราชทูตอิสราเอล ประจำเขมร ที่บังเอิญมางานเลี้ยงในสถานทูต เป็นตัวประกัน รวม ๖ คน

                ยื่นเงื่อนไขให้ปล่อยพวกเขาที่ถูกจับขังอยู่ในอิสราเอล เป็นการแลกเปลี่ยน

                ไทยเราเจรจาด้วยมิตรภาพ ไมตรี เข้าใจ เห็นอก-เห็นใจทุกฝ่าย จนพวกก่อการร้ายใจอ่อน

                ยอม...ไม่ฆ่า ไม่ระเบิดสถานทูต

                ไทยจัดเรือบินพาไปส่งถึงอียิปต์ โดย พล.อ.อ.ทวี จุลละทรัพย์ รมว.เกษตรฯ สมัยนั้น และพลจัตวาชาติชาย ชุณหะวัณ ยอมเป็นตัวประกัน นั่งไปกับเครื่องบินด้วย

                ฝ่ายก่อการร้ายปาเลสไตน์ ก็ชอบใจ ขอบอก-ขอบใจประเทศไทย

                ฝ่ายอิสราเอล ก็ชอบใจ ขอบอก-ขอบใจประเทศไทย

                และสังคมโลก ก็ประโคมข่าว สรรเสริญการแก้ปัญหาโดยไม่มีการเจ็บ การตาย การเสียหายใดๆ ว่าประเทศไทยเยี่ยม

                ทำได้ เป็นที่แรกของโลก!

                ที่จำได้ติดตา เพราะทำข่าวอยู่ตอนนั้น มาโลกหมุนทับรอยด้วยบรรยากาศคล้ายๆ กันอีก

                ตอนนั้น ๒ เส้า แต่ตอนนี้ ไทยอยู่ในสถานการณ์ "รัก ๔ เส้า" คือ ทั้งอิรัก ทั้งอิหร่าน ทั้งสหรัฐฯ ทั้งอิสราเอล

                ทั้งหมด ล้วนอันเป็นที่รักของไทยเราด้วยกันทั้งนั้น เมื่อเขามีปัญหาต่อกัน ส่วนเราอยู่ตรงกลาง

                ขั้นแรก เมื่อยังไม่ถึงขั้นเชิดฉิ่ง

                รำไทย........

                กระทรวงการต่างประเทศก็ "รำเบิกโรง" นั่นแล้วไง! 


"๘ กรกฎา" ไม่ใช่วัน "แดงเดือด"! แต่เป็น "วันส้มเดือด" หรือ "วันปลอกแตก" ก็ได้เหมือนกัน สุดแต่ใครพอใจเรียกแบบไหน

'การเมืองหน้ากาก' ไทย-สหรัฐฯ
'การเมือง' ที่ไม่มี 'วันพระ'
'การอยู่-การไป' ของสมคิด
หมอชาญชัย"เผยตาหมาก"
ภาพสะท้อน 'อนาคตไทย'
อาจารย์แหม่ม 'ผิดตรงไหน?'