อิหร่านตอบโต้แล้ว ซัลโวมิสไซล์ถล่มฐานทัพสหรัฐในอิรัก


เพิ่มเพื่อน    

อิหร่านตบหน้าสหรัฐ ยิงขีปนาวุธ 22 ลูกโจมตีฐานทัพ 2 แห่งในอิรักที่ทหารอเมริกาประจำการอยู่ เมื่อเช้ามืดวันพุธ ยังไม่มีรายงานความสูญเสีย พร้อมเตือนสหรัฐอย่าตอบโต้ สายการบินพลเรือนเลี่ยงน่านฟ้า "โดนัลด์ ทรัมป์" เผยทุกอย่างยังอยู่ดี ขณะรัฐมนตรีอิหร่านบอกทำในขอบเขตของกฎบัตรยูเอ็นและไม่ต้องการให้ลุกลามเป็นสงคราม

    รายงานรอยเตอร์และเอเอฟพีอ้างคำแถลงของกองทัพสหรัฐว่า อิหร่านยิงขีปนาวุธมากกว่า 12 ลูกจากดินแดนอิหร่าน โจมตีฐานทัพอย่างน้อย 2 แห่งในอิรักที่กองกำลังผสมภายใต้การนำของสหรัฐประจำการอยู่ เมื่อเวลาประมาณ 01.30 น. ต่อมาสถานีโทรทัศน์ของทางการอิหร่านยืนยันว่า กองทัพพิทักษ์การปฏิวัติยิงมิสไซล์หลายสิบลูกโจมตีเพื่อตอบโต้ที่สหรัฐสังหารนายพลกาเซม สุไลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังกุดส์ โดยเตือนว่าหากสหรัฐตีโต้ อิหร่านจะตอบสนองอย่างรุนแรงยิ่งขึ้น

    คำแถลงยังแนะนำให้สหรัฐถอนทหารออกจากภูมิภาคนี้ เพื่อป้องกันการสูญเสียชีวิตเพิ่มเติม พร้อมเตือนชาติพันธมิตรของสหรัฐ รวมถึงอิสราเอล ว่าอย่าได้อนุญาตให้สหรัฐดินแดนเป็นฐานการโจมตีตอบโต้อิหร่าน

    อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมนี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ที่เคยขู่จะล้างแค้นการสังหารนายพลสุไลมานี กล่าวว่า การโจมตีครั้งนี้เป็นการ "ตบหน้า" สหรัฐ

    ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นรับข่าวนี้ทันที โดยน้ำมันดิบสัญญาซื้อขายล่วงหน้า WTI พุ่งมากกว่า 4.5% อยู่ที่ 65.54 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนจะปรับลดลงเล็กน้อย

    กระทรวงกลาโหมสหรัฐยังไม่รายงานความสูญเสียจากเหตุการณ์นี้ โจนาธาน ฮอฟแมน โฆษกเพนตากอนกล่าวว่า กำลังประเมินความเสียหายเบื้องต้นที่ฐานทัพ 2 แห่งนี้ โดยแห่งหนึ่งเป็นฐานทัพอากาศอัลอาซัด และอีกแห่งอยู่ในเมืองเออร์บิล และระหว่างการประเมินสถานการณ์และการตอบโต้ สหรัฐจะใช้มาตรการที่จำเป็นเพื่อคุ้มครองและปกป้องกำลังพลของสหรัฐ รวมถึงหุ้นส่วนและพันธมิตรในภูมิภาคนี้

    มีคำแถลงจากสเตฟานี กริแชม โฆษกทำเนียบขาวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเคยไปเยือนฐานทัพอากาศไอน์อัลอาซัดพร้อมกับนางเมลาเนีย ภริยา เมื่อเดือนธันวาคม 2561 ได้รับรายงานสรุปแล้วและกำลังเฝ้าติดตามสถานการณ์ ขณะที่มาร์ก เอสเปอร์ รัฐมนตรีกลาโหม และไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ มาถึงทำเนียบขาวแล้วเช่นกัน แต่ยังไม่ชัดเจนว่าสหรัฐวางแผนตอบโต้อย่างไร

    ทรัมป์มีกำหนดแถลงเช้าวันพุธตามเวลาสหรัฐ แต่เขาทวีตว่า การประเมินความเสียหายและความสูญเสียเบื้องต้นบ่งชี้ว่าทุกอย่างยังอยู่ดี และสหรัฐกำลังประเมินความสูญเสียและความเสียหาย

    ด้านกองทัพอิรักแถลงว่า ฐานทัพ 2 แห่งของอิรักโดนมิสไซล์ 22 ลูกโจมตีระหว่างเวลา 01.45 - 02.15 น.ตามเวลาท้องถิ่นวันพุธ (05.15 - 06.15 น.วันเดียวกันของไทย) โดย 17 ลูกโจมตีฐานทัพอากาศไอน์อัลอาซัด และอีก 5 ลูกโจมตีฐานทัพที่เมืองเออร์บิล แต่ไม่มีทหารอิรักบาดเจ็บหรือเสียชีวิต อย่างไรก็ดี คำแถลงไม่ได้กล่าวถึงทหารต่างชาติที่ประจำในฐานทัพเหล่านั้น

    แหล่งข่าวรายหนึ่งกล่าวว่า ส่งบ่งชี้เบื้องต้นไม่พบว่ามีคนอเมริกันเสียชีวิต ขณะที่เยอรมนี, นอร์เวย์ และเดนมาร์ก ก็ยืนยันว่าไม่มีทหารของตนบาดเจ็บหรือเสียชีวิตเช่นกัน เยอรมนีมีทหาร 115 นายประจำที่ฐานทัพเออร์บิล ส่วนนอร์เวย์มีทหาร 70 นายที่ฐานทัพอัลอาซัด และเดนมาร์กมีทหารราว 130 นายประจำที่นี่เช่นกัน ทหารของชาติตะวันตกเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังผสมนานาชาติที่ต่อสู้กับกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ในอิรักและซีเรีย

    รัฐบาลอังกฤษโดยโดมินิก ราบ รัฐมนตรีต่างประเทศ แถลงประณามการยิงมิสไซล์โจมตีฐานทัพในอิรักที่ถูกใช้เป็นฐานของกองกำลังผสม ซึ่งรวมถึงทหารอังกฤษ พร้อมกับแสดงความวิตกต่อ "รายงานการสูญเสียชีวิต" และการใช้ขีปนาวุธในการโจมตี

    ด้านสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐ (เอฟเอเอ) กล่าวว่า เอฟเอเอสั่งห้ามสายการบินพลเรือนของสหรัฐบินเหนืออิรัก, อิหร่าน และภูมิภาคอ่าวแล้ว และเอฟเอเอกำลังจับตาสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด และประสานความร่วมมือกับสายการบินต่างของสหรัฐและหน่วยงานด้านการบินของต่างประเทศเกี่ยวกับความปลอดภัยในการบิน

    สายการบินของหลายประเทศประกาศเลี่ยงเส้นทางการบินเหนือน่านฟ้าอิหร่านและอิรักเช่นกัน อาทิ โคเรียนแอร์ไลน์, การบินไทย, แอร์แคนาดา และไชน่าแอร์ไลน์ของไต้หวัน ส่วนสิงคโปร์แอร์ไลน์กล่าวว่าได้เปลี่ยนเส้นทางของทุกเที่ยวบินที่ต้องผ่านน่านฟ้าอิหร่าน มาเลเซียแอร์ไลน์บอกว่าจะไม่บินเหนือน่านฟ้าอิรักและจะเลี่ยงเส้นทางที่ผ่านน่านฟ้าอิหร่าน

    เวลาต่อมา รัฐบาลอิหร่านแสดงท่าทีว่าอิหร่านไม่ต้องการให้ความขัดแย้งนี้ลุกลามเป็นสงคราม โดยโมฮัมหมัด จาวัด ซาริฟ รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ทวีตว่า อิหร่านได้ดำเนินมาตรการตอบโต้เพื่อป้องกันตนเองอย่างสมน้ำสมเนื้อเสร็จสิ้นแล้ว ภายใต้มาตรา 15 แห่งกฎบัตรสหประชาชาติ "เราไม่ต้องการขยายขอบเขตหรือทำสงคราม แต่เราจะป้องกันตนเองจากการรุกราน" เขาโพสต์ทางทวิตเตอร์

    อิหร่านทำพิธีฝังศพของสุไลมานีที่เมืองเคอร์มานเมื่อวันอังคาร โดยชาวอิหร่านมาร่วมงานอย่างล้นหลามจนเกิดเหตุเหยียบกันตายอย่างน้อย 56 คน บาดเจ็บมากกว่า 200 คน สถานีโทรทัศน์ของอิหร่านกล่าวว่า ร่างของสุไลมานีเพิ่งถูกฝังที่สุสานวีรชนในบ้านเกิดของเขา ภายหลังอิหร่านยิงมิสไซล์โจมตีฐานทัพ "เราล้างแค้นให้เขาแล้ว ตอนนี้เขาสามารถไปสู่สุคติได้" รอยเตออร์กล่าวว่า การยิงมิสไซล์ของอิหร่านเกิดในเวลาเดียวกับที่โดรนของสหรัฐยิงมิสไซล์โจมตีสุไลมานีใกล้สนามบินแบกแดดเมื่อวันศุกร์ที่ 3 มกราคม.


ก็น่าตกใจอยู่หรอก... จู่ๆ ทหารอเมริกันนับร้อยมานอนโรงแรมกลางกรุง แถมข่าวสารยังสับสน

'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'
"บอส-เรดบูล" เมาหลังขับ?
ยิ่งกว่าสงครามเหลือง-แดง
'ข้อมูลใหม่กับคนเหนือดวง'