ความพอดีของชีวิต


เพิ่มเพื่อน    

      เทศกาลวันหยุดยาวที่ผ่านมา ใครหลายคนคงจะเที่ยวกันสนุกสนานเฮฮาตามประสาของวัยและรสนิยมของตัวเอง

      มนุษย์ป้าถึงแม้ไม่ได้บ้างานก็ต้องอยู่เฝ้าโยงดูแลกรุงเทพมหานคร เพราะรู้สึกได้ว่าตัวเอง "หมดวัย" ที่จะแย่งกินแย่งเที่ยวในช่วงเทศกาลแล้ว

      ว่าด้วยรสนิยมแล้วก็ต้องยอมรับว่า สำหรับสังคมไทยแล้ว เรื่องของการทำบุญฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เป็นอะไรที่ "อินเทรนด์" ตลอดกาลนะคะ ไม่ว่าจะเป็นการเดินสายทำบุญ 9 วัด หรือบางวัดที่ชื่อเรียงเสียงนามฟังดูแล้วเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต

      การทำบุญด้วยการบริจาคซื้อยาหรือถวายอาหารที่โรงพยาบาลสงฆ์ ก็เป็นอีกแห่งที่คึกคักมาก จนที่นั่นมีจัดกิจกรรมพิเศษให้ทำสังฆทานและอื่นๆ อีกหลายอย่างด้วย เฉกเช่นเดียวกับการทำบุญด้วยการซื้อโลงศพที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งกับมูลนิธิร่วมกตัญญู เรียกว่าคนอุ่นหนาฝาคั่งเข้าคิวเพื่อทำบุญกันอย่างหนาแน่น

      ที่ไม่น่าแปลกใจก็เห็นจะเป็นบรรดา "ขอทาน"  บานผุดเป็นดอกเห็ดเหมือนกันนะ

        สังเกตดูก็ร่างกายสมบูรณ์กันดีอยู่ เพียงแต่ร่วงโรยราเพราะวัยชรา!!

      เห็นแล้วก็ให้รู้สึกสะท้อนใจ.. แต่ไม่สามารถที่จะไปตัดสินเขาเหล่านี้นะคะว่า ขี้คร้านทำมาหากิน เป็นเหตุให้ต้องมานั่งผงกๆ กลางแดดข้างถนนเพื่อขอความเมตตาจากคนเดินไปมา

      เพราะแต่ละชีวิต แต่ละครอบครัว ย่อมมีเหตุปัจจัยของตัวเอง

        ยากจนข้นแค้นจนหาทางอื่นเพื่อจะเอาชีวิตรอดนั้น ก็เชื่อว่ามีอยู่ไม่น้อย พวกมักง่ายที่คิดว่านี่เป็นการทำเงินโดยไม่ต้องเสียอะไรมากมาย ก็น่าจะมีอยู่เยอะพอสมควร

      ต้องบอกว่า สุดแต่ใจจะไขว่คว้า!! เพราะคนที่ง่อยเปลี้ยเสียขามากมาย เขาไม่ยอมเสียศักดิ์ศรีแบมือขอใครเขากิน ก็มีให้เห็นเป็นตัวอย่างที่น่าชื่นชมบ่อยครั้ง

      เอาเป็นว่า มนุษย์ลุงมนุษย์ป้าทั้งหลาย วันนี้ยังมีแรง หรือยังแค่ซ้อมๆ ใกล้เกษียณ อย่างไรเสียก็วางแผนชีวิตบั้นปลายของตัวเองไว้บ้างก็จะดีกว่าปล่อยไปตามดวงไม่ห่วงชีวิต เพราะติดยึดว่าควรจะอยู่กับปัจจุบันก็พอ

      พระธรรมคำสั่งสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่ใช่กรอบสี่เหลี่ยมที่เราจะจำกัดตัวเองอยู่ตรงนั้น แต่ให้ทุกผู้ทุกนามรู้จักใช้สติและปัญญา นำพุทธธรรมนำชีวิตต่างหากเล่า เพราะชีวิตของแต่ละคนนั้นมีรูปแบบที่แตกต่างกัน ไม่สามารถใช้สูตรตายตัวได้ ..จริงไหม

      การอยู่กับปัจจุบัน เพื่อให้เราหยุดคิดฟุ้งซ่านจนขาดสติ แต่การวางแผนชีวิตบั้นปลายนั้นคือ การไม่อยู่กับความประมาท ซึ่งก็เป็นข้อธรรมเฉกเช่นเดียวกัน

      ดังนั้น เลือกใช้ให้เหมาะสำหรับคนที่ยึดพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเป็นสรณะ มิเช่นนั้นจะหาความพอดีไม่ได้นะเจ้าคะ.

                                                              "ป้าเอง"   


"เคอร์ฟิว"! ตั้งแต่ ๔ ทุ่ม-ตี ๔ "ทั่วประเทศ" ตั้งแต่วันนี้ (๓ เม.ย.) เป็นต้นไป ไปถึงไหน? ถึงเมื่อ คณาจารย์แพทย์ บอกนายกฯ ว่า

เมื่อ 5-12 เข้ามาแทน 7-11
"โรงหมอ-กระทรวง"ร่วมโรค
ฉุกเฉิน 'ในระบบราชการ'?
อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'
'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'