ถกงบปี63กร่อย! คุมเข้ม‘วิ่งไล่ลุง’


เพิ่มเพื่อน    

 ตำรวจเรียกติวเข้มวางมาตรการรับมือ "วิ่งไล่ลุง"  ขณะที่ผู้จัด “เดินเชียร์ลุง” ลั่นต้องรวมตัวกันเพื่อแสดงให้เห็นว่าคนรัก "ประยุทธ์" มีอยู่อีกมาก ซัดพวกวิ่งไล่ลุงกร่าง ดรามา "อุ๊" แพลมมีเซอร์ไพรส์ระดับวีไอพีหลายคนมาร่วม ด้านผู้จัดวิ่งไล่ลุงเล่นละครเชิญ ผบ.ทบ.มาร่วมด้วย สภาถกงบประมาณวาระ 2, 3 ฝ่ายค้านชี้ไม่เขียนเงินนอกงบขัด รธน. ขู่ยื่นตีความ จี้ตัดลดงบกลางหวั่นนำไปซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์-จ่ายค่าโง่เหมืองทองอัครา

     ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 8 มกราคม มีรายงานว่า พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทน ผบ.ตร. เรียกประชุมมาตรการรองรับกรณีกิจกรรม "วิ่งไล่ลุง" โดยมี พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผช.ผบ.ตร.,  พล.ต.ท.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. (ทำหน้าที่ประสานสานงาน สภาความมั่นคงแห่งชาติ), พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ รอง ผบก.สปพ. และตำรวจในสังกัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งมี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ได้เข้าร่วมกันประชุมให้คำแนะนำในการประชุมครั้งนี้
    พล.ต.อ.วิระชัย ประธานในที่ประชุม ได้กำชับหน่วยปฏิบัติให้อำนวยความสะดวกด้านการจราจรและรักษาความปลอดภัยกรณีที่จัดกิจกรรมถูกต้องตามกฎหมาย และถ้าหากมีการกระทำความผิดก็ให้มีการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยเด็ดขาด
    ในขณะเดียวกัน มีรายงานว่า พล.ต.ท.ศักดา ชื่นภักดี ผช.ผบ.ตร. ได้กำชับในการประชุม ศปก.ตร. ให้ทุกหน่วยมีมาตรการป้องกันการเผชิญหน้า การทะเลาะวิวาท หรือป้องกันเหตุร้าย ของมวลชนทั้งกลุ่มที่เห็นต่างและสนับสนุนรัฐบาล ที่จะจัดกิจกรรมหลายพื้นที่ในวันที่ 12 ม.ค.63 หากพบเหตุหรือส่อว่าก่อเหตุให้หยุดยั้งโดยเร็ว อย่าให้ขยายวงกว้างโดยเด็ดขาด
    ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของ "เพจเชียร์ลุง” ซึ่งเป็นที่สนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม รวมทั้งรัฐบาล และเป็นผู้ประกาศจัดงาน “เดินเชียร์ลุง” ในวันอาทิตย์ที่ 12 ม.ค.นี้ ที่สวนลุมพินี เมื่อเวลา 14.00 น. แอดมินเจน (นามสมมติ) และนางหฤทัย ม่วงบุญศรี น้องร้องนักแสดง ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว โดยแอดมินเจน กล่าวว่า ยืนยันว่าเพจนี้ไม่ได้เป็นเพจที่ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (ไอโอ) ตามที่หลายคนพยายามเชื่อมโยง เราไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับทั้งทหารและนักการเมือง ผู้ร่วมก่อตั้งเพจมีทั้งหมด 9 คน ประกอบอาชีพหลายอาชีพ จากหลายสาขาอาชีพ ส่วนใหญ่เป็น กปปส.มาก่อน
      แอดมินเจนบอกว่า งานนี้เรารวมตัวกันเพื่อแสดงให้เห็นว่ายังมีคนรักและพร้อมให้กำลังใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลอยู่อีกมาก ในส่วนของงบประมาณก็อาศัยการลงขันกันเองภายในกลุ่ม ซึ่งการทำเสื้อแจกหรือหมวกให้กับคนที่มาร่วมงาน ก็ไม่ได้เกิดความสามารถของพวกเรา ขนหน้าแข้งของพวกเรา ในส่วนของจำนวนคนมาร่วมงานตอนนี้ยอดคนที่มาร่วมงานทะลุเป้าไปมาก แต่ขอให้ดูพร้อมกันวันจริง รับรองว่ามีเซอร์ไพรส์แน่ โดยเราจะประกาศกำหนดการอีกครั้งผ่านเพจเชียร์ลุงวันเสาร์ที่ 11 เวลา 17.00 น.
       “พวกวิ่งไล่ลุงกร่าง คนเหล่านี้แสดงความเกลียดชัง พล.อ.ประยุทธ์ สื่อก็ช่วยลงข่าวจนเห็นกันทั้งประเทศ คนที่มีอุดมการณ์เดียวกับเราก็ต้องรวมตัวกันบ้าง เพื่อให้เห็นว่าทุกคนไม่ได้คิดแบบเดียวกับพวกเขา ผู้นำมาจากการเลือกตั้งอยู่ดีๆ ไม่ไล่ไปจัดกิจกรรมไล่เขา แต่ควรใช้กลไกตามรัฐสภา และฝากบอกพวกชังชาติด้วยว่า เราก็มีวิธีต่อต้านในแบบของเรา” เธอกล่าว และว่า ที่หลายคนตั้งข้อสังเกตว่าทำไมเราจัดงานได้สะดวกจัง ต้องบอกว่า เพราะพวกเราไม่ดรามา ไม่ใช่ว่าไม่เหนื่อย เกิดมาพึ่งจะรู้ว่าต้องเดินทางไปติดต่อสถานีตำรวจถึง 4 แห่ง แล้วต้องไป กทม.อีก เพียงแต่เราไม่ออกมาบ่นโอยๆ เท่านั้น
"อุ๊"แพลมมีเซอร์ไพรส์
     ขณะนางหฤทัยกล่าวว่า วันนี้เป็นวันแรกที่ตนได้เจอกับทีมงานของเพจเชียร์ลุง การรวมตัวกันครั้งนี้เกิดจากคนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน รวมตัวจากจุดเล็กๆ ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ มีหลายคนให้ความช่วยเหลือ จึงไม่จำเป็นต้องออกมารับบริจาค ส่วนที่สงสัยว่าทำไมฝั่งเราจัดงานแล้วดูแต่ละขั้นตอนสะดวกสบาย สิ่งที่เราทำเป็นไปตามข้อกฎหมายแสดงออกตามสิทธิเสรีภาพที่เรามี ภายใต้กฎหมายเดียวกัน แต่สิ่งที่พวกคุณทำคือการรบกวนผู้อื่น เพราะฉะนั้นก็ต้องมีกฎหมายหลายขั้นตอนตั้งไว้เป็นธรรมดา เพื่อป้องกันความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้น
      “สำหรับรายชื่อคนที่มาร่วมงานก็ต้องบอกว่ามีเซอร์ไพรส์หลายชื่อ ระดับวีไอพีหลายคน แต่เราก็ต้องบอกว่าถ้าจะมาในนามสมาคมหรืออะไร ก็ขอให้มาในฐานะประชาชนธรรมดาคนหนึ่ง และไปยังพวกวิ่งไล่ลุง ว่ามีพรรคการเมืองหนึ่งอยู่ข้างหลังหรือไม่ และงานนี้ไม่ใช่งานเดินแบบที่เข้าใจ แต่เป็นการเดินชมนกชมไม้ ท่ามกลางธรรมชาติ ที่มีแต่ความสงบและสนุก" นางหฤทัยกล่าว                วันเดียวกัน เวลา 10.20 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) นายธนวัฒน์ วงค์ไชย นักกิจกรรมทางการเมือง ในฐานะคณะกรรมการแนวร่วมสมาพันธ์ผู้จัดงานวิ่งไล่ลุง พร้อมพวกรวม 4 คน เดินทางมายังหน้า บก.ทบ. เพื่อจะยื่นหนังสือเชิญ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ให้เดินทางไปร่วมกิจกรรมวิ่งไล่ลุง ที่สวนรถไฟ 12 ม.ค.นี้ โดยมีสิบเวรรับมอบหนังสือ โดยบอกว่าทางกลุ่มไม่มีมาสเตอร์มายด์ หรือผู้อยู่เบื้องหลัง เพราะคนที่อยู่เบื้องหลังจริงๆ คือประชาชน และเห็นว่าผู้บัญชาการทหารบกนั้นเป็นคนชอบออกกำลังกาย จึงอยากชวนไปวิ่ง
    นายธนวัฒน์กล่าวว่า แคมเปญที่เชิญชวนให้กลุ่ม กปปส.และกลุ่มพันธมิตรฯ สามารถมาร่วมวิ่งได้โดยการนำนกหวีด มือตบ และภาพถ่ายหรือสัญลักษณ์ถึงการชุมนุม 2 ครั้งที่ผ่านมา แลกกับเสื้อวิ่งได้ ทั้งนี้ ทางกลุ่มได้เตรียมการที่จะดูแลความปลอดภัย ตลอดเส้นทาง 3.6 กิโลเมตร โดยได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางซื่อ และเจ้าหน้าที่เทศกิจกว่า 200 นาย พร้อมทั้งยังมีหน่วยรักษาความปลอดภัยของเครือข่ายคอยดูแลอำนวยความสะดวก โดยพรุ่งนี้เตรียมที่จะไปยื่นหนังสือเชิญชวนที่อาคารรัฐสภา เกียกกายต่อไป
    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุง ในวันอาทิตย์ที่ 12 ม.ค. ว่ายิ่งใกล้วัน เครือข่าย พล.อ.ประยุทธ์ยิ่งอยู่ไม่ติด เป็นเรื่องแปลกที่รัฐบาลกลัวความวุ่นวาย แต่กลับไฟเขียวให้กลุ่มเดินเชียร์ลุงมาจัดในวันเดียวกัน คนไทยทั้งประเทศเห็นว่าใครริเริ่ม ใครดำเนินการก่อน ใครมาทีหลัง เจตนาจะเป็นคู่เทียบ แต่ยังไม่ตกผลึกทั้งชื่อ รูปแบบ สถานที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตลอด อย่างนี้ใครเจตนาดี ใครเจตนาป่วนกันแน่ กิจกรรมวิ่งไล่ลุงไม่ใช่การชุมนุม ไม่ใช่การยึดสนามบินจับประเทศเป็นตัวประกัน 
    "คนที่มาเพียงต้องการสะท้อนเสียงของประชาชนที่เดือดร้อนจากการบริหารงานของรัฐบาลชุดปัจจุบันและรัฐบาลชุดก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นคนหน้าเดิมแทบทั้งนั้น แทนที่จะไปขัดขวางหรือปล่อยข่าวไอโอ ทำลายความชอบธรรมของพลังคนรุ่นใหม่ที่จัดกิจกรรมอย่างสร้างสรรค์ตามกรอบกฎหมาย รัฐบาลควรเตรียมการดูแลความปลอดภัย อำนวยความสะดวก และไม่ปล่อยให้มีการสร้างสถานการณ์ใดๆ อย่างเด็ดขาด" นายอนุสรณ์กล่าว
แนะล้ม รบ.โดยกลไกสภา
       ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) กล่าวว่า การจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุง หรือเดินเชียร์ลุงนั้น แม้ว่าเป็นสิทธิเสรีภาพที่ทำได้ แต่อยากจะให้คิดถึงความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นในหมู่ประชาชน ซึ่งทุกอย่างอาจจะบานปลายได้ โดยเฉพาะกิจกรรมวิ่งไล่ลุงมีเป้าหมายชัดเจนว่าไม่ใช่การวิ่งออกกำลังกาย อยากให้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค คิดทำในสิ่งที่เกิดประโยชน์กับประเทศชาติ คนรุ่นใหม่น่าจะคิดได้ 
    "วันนี้ในสังคมมีทั้งคนรัก พล.อ.ประยุทธ์ และคนที่ไม่รัก แต่พล.อ.ประยุทธ์ก็ยังรักคนไทยทุกคน และพยายามหลีกเลี่ยงความขัดแย้งมาตลอด หากพรรคอนาคตใหม่จะล้มรัฐบาลก็มีกลไกรัฐสภา หรือรอให้ประชาชนตัดสินในการเลือกตั้งครั้งต่อไป นี่คือประชาธิปไตยที่พรรคอนาคตใหม่ควรเรียกร้อง การคิดจะนำมวลชนชุมนุมล้มรัฐบาลมีแต่จะซ้ำเติมประเทศ" นายธนกรกล่าว 
     ที่รัฐสภา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ให้สัมภาษณ์ว่า กรณีคณะรัฐมนตรีเสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2563 ให้สภาพิจารณาเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เพราะไม่มีหน้าที่และอำนาจ เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ยังถวายสัตย์ฯ ไม่ครบ ดังนั้นนายกฯ และรัฐมนตรีจึงรับหน้าที่ไม่ได้ และไม่สามารถบริหารราชการแผ่นดินได้ ฉะนั้นจะมาเสนอให้พิจารณางบประมาณได้อย่างไร ดังนั้นอย่าดื้อ อย่าดึง อย่าดัน ในสิ่งที่ผิดกฎหมาย และ ส.ส.ทุกคนอย่าคิดว่าแปรญัตติเอาเงินไปลงจังหวัดของตนเอง เพื่อจะได้มีเงินใช้ไปทุจริตกัน เลิกกระทำกันสักที เพราะเป็นการแสดงให้เห็นว่าสภากำลังร่วมกันทำผิดกฎหมาย ถ้าใครโหวตเห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ตนจะดำเนินคดีทางกฎหมายกับคนทั้งหมด ถ้าตอนนี้ไม่มีงบประมาณ ก็ให้ใช้งบของปีก่อนไปพลางก่อน เพราะเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายยังหน้าด้านทำผิดกฎหมายกันอีก 
      นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ส่อผิดรัฐธรรมนูญว่า เรื่องนี้ในที่ประชุมจะมีการถามความชัดเจนว่า ที่สุ่มเสี่ยงจะผิดข้อกฎหมายเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งก็ต้องฟังคำตอบจาก กมธ.งบประมาณฯ และฝ่ายกฎหมายของฝ่ายค้านจะสรุปในเรื่องนี้ว่า ถ้าฟังการชี้แจงของสภาแล้วไม่ชัดเจน จะขอยื่นให้องค์กรที่เกี่ยวข้องได้ตีความเพื่อให้เป็นบรรทัดฐานไว้ เพราะ ส.ส.ก็กังวลหากจะต้องยกมือโหวต และมีปัญหาตามมาว่าผิดกฎหมาย เขาก็จะโดนไปด้วย ดังนั้นเรื่องนี้น่าจะมีการยื่นให้ตีความ 
    ส่วนกรณีที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ระบุว่า หาก ส.ส.คนใดโหวตเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบฯ จะแจ้งความดำเนินคดี นายสุทินกล่าวว่า ถือเป็นมุมมองของท่าน เพราะ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เห็นว่ารัฐบาลไม่ชอบ เพราะถวายสัตย์ฯ ไม่ครบ ดังนั้นการกระทำใดๆ ของรัฐบาลจึงไม่ชอบ จึงได้โยงมาถึงร่าง พ.ร.บ.งบฯ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าคิดเหมือนกัน ส.ส.ทุกคนคงจะตระหนักในเรื่องนี้ด้วย 
    ต่อมา เวลา 10.00 น. มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม มีวาระพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท ในวาระสองและวาระสาม โดยทางคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯ พิจารณาเรียบร้อยแล้ว
    ทั้งนี้ นายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรรมการพรรคการเมืองฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) หารือต่อประธานสภาฯ ถึงกรอบเวลาการอภิปรายรายบุคคลควรจะเป็นคนละ 10 นาที โดยยืนยันว่าจะบริหารจัดการเวลาให้เสร็จภายในวันศุกร์ที่ 10 มกราคมนี้แน่นอน
ชี้ พรบ.งบฯ ขัด รธน.
    นายชวนกล่าวว่า กำหนดไว้เบื้องต้นคนละ 5 นาที ซึ่งหากทุกคนอภิปรายทั้งหมดจะใช้เวลาถึง 16 วัน แต่เมื่อเช้าวันที่ 8 ม.ค. ได้หารือกันใหม่ โดยจะให้เวลาคนละ 7 นาที แต่ในประเด็นที่ต่อเนื่องจะอนุโลมให้ไม่เกิน 10 นาที โดยทุกฝ่ายทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านต้องควบคุมเวลาร่วมกันให้เสร็จภายในวันศุกร์นี้ ซึ่งนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล ก็เห็นด้วยในหลักการนี้ตามที่หารือกับประธานวิปฝ่ายค้าน พร้อมกันนี้นายชวนขอสมาชิกว่าอย่าไปไหนไกลจากห้องประชุม เนื่องจากจะต้องลงมติประมาณ 52 ครั้งเป็นอย่างน้อย
    ด้านนายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง ในฐานะประธาน กมธ. กล่าวว่า กมธ.ให้ความสำคัญกับความสอดคล้องตามแผนยุทธศาสตร์ชาติแผนการปฏิรูปประเทศแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และนโยบายสำคัญของรัฐบาล โดยเชื่อมโยงระหว่างเป้าหมายระดับชาติ รวมทั้งการกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ เพื่อให้การดำเนินงานของกระทรวง ทบวง กรม ตอบสนองต่อนโยบายของรัฐบาล พร้อมเสนอให้กำหนดเป้าหมายการทำงานและตัวชี้วัดเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการบูรณาการนั้นๆ  สามารถนำมาติดตามประเมินผลและใช้ข้อมูลในการประกอบการจัดสรรการพิจารณางบประมาณ 
    รมว.การคลังกล่าวว่า กมธ.ได้แต่งตั้งอนุกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณโดยละเอียด และตัดลดงบประมาณลง 16,231 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นงบประมาณที่ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน เช่น การจัดอบรม การจ้างที่ปรึกษา หรือบางรายการที่มีแผนการดำเนินงานล่าช้ากว่าแผนที่กำหนดเอาไว้ นำมาให้หน่วยงานอื่นให้มีงบประมาณเพียงพอสำหรับการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ชาติต่อไป 
    จากนั้นที่ประชุมเข้าสู่การพิจารณาเป็นรายมาตรา ตั้งแต่มาตรา 1 ชื่อร่าง พ.ร.บ. โดยนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ในฐานะกมธ.สงวนความเห็นให้เป็น พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 (ฉบับออกไม่ทันปีงบประมาณ) ซึ่งทาง กมธ.ยืนยันใช้ตามเดิม ทำให้นายเรืองไกรขอให้ที่ประชุมลงมติ ปรากฏว่าเสียงส่วนใหญ่ให้คงไว้ตามเดิม ด้วยเสียง 222 ต่อ 3 งดออกเสียง 175 ไม่ออกเสียง 2 เสียง
    ขณะที่มาตรา 4 มี กมธ.เสียงข้างน้อยและ ส.ส.หลายคนขออภิปราย เพื่อปรับลดงบประมาณตั้งแต่ 1-20% อาทิ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กมธ.เสียงข้างน้อย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การพิจารณางบประมาณครั้งนี้มีความผิดปกติหลายเรื่อง อาทิ ไม่ได้เขียนเรื่องเงินนอกงบประมาณไว้ในร่าง พ.ร.บ. แสดงให้เห็นว่ามีเงินส่วนหนึ่งที่รัฐบาลใช้จ่าย โดยไม่ผ่านร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ถือว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ กังวลว่าหาก ส.ส.เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.นี้ อาจนำไปสู่การยื่นให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบได้
    นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะ กมธ.เสียงข้างน้อย กล่าวว่า ขอตัดลดงบกลาง 15% หรือ 4.8 แสนล้านบาท เนื่องจากเดิมคาดว่าอัตราเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจปี 2563จะเติบโต 3-4% แต่ปัจจุบันโตแค่ 2.6% ทำให้รายได้ประเทศลดลง ขณะที่งบประมาณด้านการลงทุนที่ตั้งไว้ 6.4 แสนล้านบาทนั้น มีระยะเวลาการใช้งบประมาณเพียง 6 เดือน ตั้งแต่ปลายเดือน ก.พ.ที่คาดว่างบประมาณรายจ่ายปี 2563 จะมีผลบังคับใช้ไปจนถึงปลายเดือน ต.ค. ถือว่ามีเวลาใช้งบ 6 เดือน จึงจำเป็นต้องปรับลดงบรายจ่ายลง
    นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า การจัดสรรงบรายจ่ายปี 2563 ทั้งอำนาจ งบประมาณ และกำลังพลล้วนกระจุกอยู่ที่ส่วนกลาง ฟุ้งซ่านกับการทำโครงการต่างๆ ที่สร้างภาระแก่ผู้ปฏิบัติงาน มีแต่งานอีเวนต์ นิทรรศการ แต่ไม่เกิดประโยชน์ต่อประชาชน โดยเฉพาะในท้องถิ่นที่การใช้จ่ายงบประมาณไม่เกิดประโยชน์ต่อประชาชน ไม่ได้ถูกนำไปสร้างงาน สร้างอาชีพ ให้เกิดการหมุนเวียนในท้องถิ่น เพราะถูกสูบมาไว้ที่นายทุนส่วนกลาง
ฝ่ายค้านจี้ตัดงบกลาง
    ด้านนายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอเสนอตัดงบรายจ่าย 1% เพื่อให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปในหลายด้าน เช่น ปัญหาเศรษฐกิจเฉพาะหน้า ที่ผ่านมาประเทศไทยพึ่งพาการส่งออกมากไปจนเกิดปัญหา หรือปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจเปลี่ยนไป นำมาสู่การเกิดปัญหาหนี้สินจำนวนมาก คนไทยถูกฟ้องล้มละลายเป็นล้านคน พฤติกรรมการใช้เงินเปลี่ยนไป โดยเฉพาะการใช้เงินผ่านร้านสะดวกซื้อหรือซื้อของออนไลน์ นำมาซึ่งการกระจุกตัวในแง่อำนาจเศรษฐกิจ การแก้ปัญหานี้ต้องดำเนินการผ่านงบประมาณ จะต้องปฏิรูประบบภาษี 
    ขณะที่นายอนุรักษ์ จุรีมาศ ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะ กมธ.เสียงข้างมาก กล่าวว่า ได้หารือคณะกรรมการกฤษฎีกาและกรมบัญชีกลางแล้ว ยืนยันว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2563 ไม่ขัดรัฐธรรมนูญและกฎหมายใดๆ ส่วนเงินนอกงบประมาณนั้น หน้าที่ของ กมธ.พิจารณาเฉพาะเงินรายจ่ายในงบประมาณแผ่นดินเท่านั้น กมธ.ตั้งข้อสังเกตในส่วนเงินนอกงบประมาณว่าถ้าหน่วยงานต่างๆ มีเงินนอกงบประมาณจะต้องนำมาแสดงในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ด้วย 
    ภายหลังจาก กมธ.และ ส.ส.อภิปรายมาตรา 4 ครบถ้วนแล้ว ที่ประชุมลงมติเห็นชอบมาตราดังกล่าวตามที่ กมธ.เสนอมาด้วยคะแนน 244 ต่อ 88 งดออกเสียง 137 และไม่ลงคะแนน 3 เสียง
     ต่อมาที่ประชุมเข้าสู่การพิจารณามาตรา 6 งบกลาง ซึ่งมีทั้งกมธ.จากสัดส่วนฝ่ายค้านขอสงวนความเห็น และ ส.ส.แปรญัตติ โดยขอปรับลดเงินชดเชยค่างานสิ่งก่อสร้างและเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น อาทิ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กมธ.เสียงข้างน้อย อภิปรายขอให้ปรับลดเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นจากที่ตั้งไว้ 96,000 ล้านบาท ปรับลด 56,000 ล้านบาท เนื่องจากควรใช้งบประมาณตามที่จำเป็น เพราะระยะเวลาปีงบประมาณ 2563 เหลืออยู่อีกไม่กี่เดือน
    ขณะที่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะ กมธ.เสียงข้างน้อย อภิปรายขอตัดงบกลาง 20,000 ล้านบาท โดยกังวลว่าจะมีการใช้งบประมาณผิดประเภท อาจนำไปซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ หรือนำไปจ่ายค่าเสียหายกรณีปิดเหมืองทองอัครา อีกทั้งยังมีงบสำรองอีก 50,000 ล้านบาท ซึ่งสำรองไว้นอกงบประมาณตาม พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณปี 2561 ไว้อยู่แล้ว
    นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะ กมธ.เสียงข้างน้อย อภิปรายว่าขอปรับลดเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น 96,000 ล้านบาท ให้ลดลงอีกร้อยละ 15 เนื่องจากรัฐบาลสำรองไว้เกินความจำเป็น พฤติกรรมการใช้เงินของรัฐบาลมีความน่าสงสัย ใช้เงินไม่ตรงตามเจตนารมณ์ของเงินสำรองจ่ายเพื่อฉุกเฉินหรือจำเป็น และคิดว่าเงินสำรองจ่ายตั้งเกินกว่าความจำเป็นถึงร้อยละ 69 แล้วยังมีเงินสำรองจ่ายอีก 50,000 ล้านบาท ใน พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณปี 2561 
    ด้านนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ อภิปรายว่า เฉพาะรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จะพบว่าในเดือน พ.ย.58 พล.อ.ประยุทธ์ได้ยอมรับว่ามีการใช้งบกลาง 63.57 ล้านบาท ไปกับโครงการอุทยานราชภักดิ์ ซึ่งทุกวันนี้โครงการนี้ทุจริตคอร์รัปชัน โกงอย่างจงรัก หักหัวคิวอย่างภักดี ในวันที่ 9 ก.ค.62 ก่อนที่จะมีการโปรดเกล้าฯ ครม.ใหม่ ได้มีการอนุมัติงบกลาง 1,645 ล้านบาท ให้โครงการใช้ยางพารากับหน่วยงานภาครัฐ แต่รับผิดชอบโดยกองบัญชาการกองทัพไทยและกองทัพบก และวันที่ 19 มี.ค.62 ไม่กี่วันก่อนการเลือกตั้ง อนุมัติงบ 37,900 ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายของกองทุนประชารัฐ หลังรัฐประหารปี 2557 อนุมัติเงินงบ 567 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาความสงบเรียบร้อยการชุมนุมในช่วงระหว่างวันที่ 1-19 พ.ค.57 ให้กับหน่วยงานหลายหน่วยงาน รวมกำลังพลทั้งสิ้น 39,000 นาย เขาว่ากันว่านี่คือการจ่ายโบนัสให้กับพลทหาร พลตำรวจ ที่เข้ามาช่วยท่านรัฐประหาร 
    นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า ประชาชนสงสัยว่าทำไมงบกลางถึงมากมายมหาศาล หรือท่านมีงบก้อนใหญ่ที่ต้องจ่ายในอนาคตหรือไม่ เขาว่ากันว่าสงสัยจะเป็นเหมืองอัคราที่จะต้องนำเงินก้อนนี้ไปใช้จ่ายหรือไม่ และนำเงินไปจ่ายค่าโง่คลองด่านจำนวน 9,891ล้านบาท จึงขอตัดงบในส่วนสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นจำนวน 32,000 ล้านบาท 
    จากนั้น ที่ประชุมมีมติเห็นชอบในมาตรา 6 ตามที่กรรมาธิการเสียงข้างมากไม่มีการแก้ไขด้วยมติ เห็นด้วย 239 ไม่เห็นด้วย 78 งดออกเสียง 148.


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"