บิ๊กโจ๊กรู้ผู้มีอำนาจบงการ


เพิ่มเพื่อน    

 "บิ๊กโจ๊ก" ลั่นไม่ได้สร้างสถานการณ์เอง เชื่อปมขัดแย้งโครงการไบโอเมทริกซ์ชนวนโดนยิงรถ ฟุ้งรู้ตัวคนมีอำนาจสั่งลงมือ หยัน "ผบ.ตร." ถ้าจับคนร้ายไม่ได้ต้องรับผิดชอบ รับอยากกลับมาเป็นตำรวจอีกครั้ง "ป.ป.ช." เผยสอบทุจริตไบโอเมทริกซ์ยังอยู่แค่ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น "ผบช.น." เล็งขอรื้อรถตรวจหาหัวกระสุนอย่างละเอียด

    ที่ สน.บางรัก วันที่ 8 ม.ค. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นักบริหารระดับสูง) และอดีตผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) เดินทางเข้าให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนคดีที่รถยนต์ส่วนตัวถูกคนร้ายยิงขณะจอดอยู่บริเวณลานจอดหน้าร้านนวดแผนโบราณแห่งหนึ่งย่านสุรวงศ์ เขตบางรัก กทม. โดยมี พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. ในฐานะรักษาราชการแทน ผบ.ตร. และ พล.ต.ต.สุคุณ พรหมมายน รอง ผบช.น., พ.ต.อ.ดวงโชติ สุวรรณจรัส ผกก.สน.บางรัก ร่วมสอบปากคำ 
    พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวก่อนให้ปากคำว่า ได้นำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับโครงการไบโอเมทริกซ์มามอบให้กับพนักงานสอบสวน ซึ่งยืนยันตนไม่ได้สร้างภาพ สร้างสถานการณ์ เพราะไม่มีมูลเหตุจูงใจจะทำไปเพื่ออะไร เพราะรถก็เสียหาย และตนเป็นผู้ถูกกระทำ ย้อนไปเมื่อ 2 ปีก่อนมีเหตุคนร้ายยิงรถของนักข่าว เจ้าตัวที่เป็นนักข่าวก็รู้ว่าใครยิง ขณะนี้ก็ยังจับไม่ได้ เหตุการณ์แบบนี้มันเป็นแผนประทุษกรรมเดิมๆ ที่เขารู้กันหมดแล้วว่าใครทำ
    พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ประเด็นที่มองว่าเป็นเรื่องความขัดแย้งจากโครงการไบโอเมทริกซ์ เพราะมีมา 3 ผู้บัญชาการแล้ว ตนเป็นคนที่ 3 มันยังไม่เสร็จ การตรวจรับงานงวดแรกล่าช้าไปร้อยกว่าวัน งวดที่ 2 ก็ล่าช้าไปร้อยกว่าวัน งวดที่ 3 ส่งงานไม่ได้อย่างนี้ต้องปรับ ตนเองเห็นว่าเกิดความเสียหายต้องรักษาให้หน่วย เมื่อครั้งที่ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้เซ็นหนังสือ 2 ฉบับ ถึง ผบ.ตร.ให้ยกเลิกโครงการดังกล่าว เปลี่ยนผู้บัญชาการมาถึง 2 คนก็ไม่แล้วเสร็จ และไม่มีใครดำเนินการยกเลิกโครงการดังกล่าว ซึ่งถ้าตนไม่พบความผิดจริงๆ ก็คงไม่เซ็นยกเลิก เพราะบริษัทคู่สัญญาจะมาฟ้องได้
    "ก่อนนี้มีคนประสานมานัดพูดคุยกับผู้ใหญ่หลายท่านหลายครั้ง แต่ผมไม่ได้ไป อีกทั้งยังมีรอง ผบช.สตม.บางรายถูกย้ายไปทำงานในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เนื่องจากถูกกดดันให้เซ็นตั้งกรรมการตรวจสอบวินัยกับผม แต่ตำรวจนายนี้ไม่ยอมเซ็น และขอทำตามระเบียบก็ถูกย้าย ยืนยันว่าทุกขั้นตอนที่ผมดำเนินการสามารถตรวจสอบได้" พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าว
    ถามว่ามองใครเป็นผู้ต้องสงสัยก่อเหตุครั้งนี้ อดีต ผบช.สตม.กล่าวว่า ตนพอมีข้อมูล แต่ไม่ขอเปิดเผยว่าเป็นใคร หากไม่ใช่คนมีอำนาจก็ไม่มีใครกล้าทำแบบนี้ ถ้าตนเป็น ผบ.ตร.และจับคนร้ายไม่ได้ก็ต้องออกมารับผิดชอบ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่โต และที่ผ่านมาในหลายคดีก็มีตำรวจเก่งๆ ย้ายเข้ามาสังกัดในนครบาล แต่คดีของตนเข้าสู่วันที่ 3 แล้ว แต่ยังไม่มีวี่แวว จะสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนได้อย่างไร ทั้งยังเกิดในใจกลางเมืองด้วย เมื่อตอนตนยังเป็นตำรวจยังสามารถตามจับกุมคนร้ายคดีเชอร์รี่ฆ่าหั่นศพที่หลบหนีไปประเทศกัมพูชาได้ภายในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ 
    ซักว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้สอบถามเรื่องที่เกิดขึ้นหรือไม่ อดีต ผบช.สตม.กล่าวว่า พล.อ.ประวิตรไม่ได้พูดคุยอะไรกับตน ทั้งท่านก็ไม่ได้กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องของผู้บัญชาการปัจจุบัน
    พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ยืนยันว่า การออกมาในครั้งนี้ไม่ได้ท้าชนใคร เพราะต้องการให้ความจริงปรากฏ เนื่องจากโครงการไบโอเมทริกซ์เป็นสมบัติชาติ และมีมูลค่าถึง 2,000 ล้านบาท ส่วนการที่ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ไปร้องเรียนกับ ป.ป.ช.นั้น ก็เป็นช่วงหลังจากตนเซ็นหนังสือเอง และไม่ได้บอกใคร ก็ถือว่าทนายตั้ม ทำหน้าที่ในภาคประชาชน อาจมีคนอาจพอใจหรือไม่ก็ได้ แต่ตนก็ต้องยึดผลประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติเป็นหลัก
    “ยืนยันเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการชิงตำแหน่ง หรือกลับไปดำรงตำแหน่งกับตำรวจด้วยวิธีการแบบนี้ แม้จะอยากกลับ เพราะผมเป็นตำรวจอาชีพ กลับไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ขอทำหน้าที่ข้าราชการให้ดีที่สุด เพราะหลังจากโดนย้ายออกก็เก็บตัวมาเป็นปี และไม่ได้ไปร้องเรียนที่ไหน รวมถึงไม่มีสื่อได้สัมภาษณ์” พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าว
    จากนั้น พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ได้เข้าให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าร่วมฟัง หลังเสร็จสิ้น พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่าได้ให้ข้อมูลหลายส่วน ทั้งเรื่องโครงการทุจริตจัดซื้อจัดจ้างเครื่องไบโอเมทริกซ์ หรือเครื่องพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ที่ตนเซ็นยกเลิกคำสั่งสมัยเป็น ผบช.สตม. ซึ่งเชื่อว่าสาเหตุเกิดจากเรื่องดังกล่าว พร้อมกับนำเอกสารรายงานแจ้งปัญหาการใช้งานไบโอเมทริกซ์ ซึ่งผู้หวังดีได้ส่งมาให้ ยืนยันว่าระบบนี้ไม่ได้ดีจริง ที่จับได้หลายๆ คดีเป็นเพราะฝีมือตำรวจทั้งนั้น
    "ยังได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการติดตามคนร้ายที่ขี่รถจักรยานยนต์มาก่อเหตุ รวมถึงให้ข้อมูลเรื่องรถเบนซ์สีดำต้องสงสัยที่ขับมาวน ภายในบริเวณร้านนวดแผนโบราณก่อนเกิดเหตุ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน แต่ยังไม่สามารถพิสูจน์ทราบตัวบุคคลได้ว่าผู้ก่อเหตุเป็นใคร" พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าว
    ขณะที่นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงการเรียกพล.ต.ท.สุรเชษฐ์มาให้ข้อมูลโครงการไบโอเมทริกซ์วงเงิน 2,100 ล้านบาท ที่ถูกร้องเรียนเรื่องความไม่โปร่งใสว่า โครงการไบโอเมทริกซ์อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นของคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงในเบื้องต้น ยังไม่มีการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาไต่สวน กำลังรวบรวมพยานหลักฐานไปได้แล้วประมาณ 50% แต่เนื่องจากโครงการดังกล่าวมีมูลค่าสูง อาจจะต้องพิจารณาเรียกตัวบุคคลต่างๆ มาให้ข้อมูลต่อ ป.ป.ช.  
    "คณะทำงานกำลังพิจารณาว่าจะต้องเรียกใครมาให้ข้อมูลหรือไม่ และในสัปดาห์หน้าจะลงพื้นที่ไปตรวจสอบดูการติดตั้งเครื่องไบโอเมทริกซ์ตามพื้นที่จังหวัดต่างๆ ว่าสามารถใช้งานได้จริงหรือไม่  ส่วนจะต้องเรียก พล.ต.ท.สุรเชษฐ์มาให้ข้อมูลต่อ ป.ป.ช.หรือไม่นั้น อยู่ระหว่างการใช้ดุลยพินิจของคณะทำงานฯ แต่ยังไม่มีการแจ้งมายังที่ประชุม ป.ป.ช. ว่าจะเรียก พล.ต.ท.สุรเชษฐ์มาให้ข้อมูล" เลขาฯ ป.ป.ช.กล่าว
    ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ยังคงปฏิเสธไม่ตอบเรื่องที่รถ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ถูกคนร้ายยิง โดยระบุว่า ไม่รู้เป็นเรื่องของตำรวจเขา
    วันเดียวกัน พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กล่าวถึงความคืบหน้าคดีคนร้ายยิงรถยนต์ของพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ว่า ประเด็นในการตรวจสอบพยานหลักฐานด้านการตรวจสอบทางเทคนิคต้องใช้ความระมัดระวัง เนื่องจากรถยนต์เป็นรถที่มีราคาแพง การจะรื้อรถตรวจสอบหาหัวกระสุนที่อยู่ในรถจำนวน 6 หัว เกรงว่าจะทำให้ทรัพย์สินซึ่งเป็นรถราคาแพงเสียหายได้ โดยจะสอบถาม พล.ต.ท.สุรเชษฐ์จะอนุญาตให้รื้อรถยนต์โดยช่างหรือเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้หรือไม่ 
    "หากได้หัวกระสุนเพิ่มเติมจะช่วยในเรื่องการตรวจสอบเปรียบเทียบให้สิ้นสงสัยว่าหัวกระสุนตรงกับการก่อคดีอะไรหรือไม่ และจะได้ยืนยันว่ากระสุนที่ถูกใช้ในการก่อเหตุเป็นขนาดใด เบื้องต้นเชื่อว่าเป็นกระสุนขนาด .38 หรือขนาด 9 มม. ขณะนี้ทางชุดสืบสวนอยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์หาตัวผู้ก่อเหตุว่าเป็นบุคคลใด" พล.ต.ท.ภัคพงศ์กล่าว
    ถามถึงประเด็นการก่อเหตุครั้งนี้ ผบช.น.กล่าวว่า สาเหตุยังไม่ได้มีการตัดประเด็นใดทิ้ง ต้องพิสูจน์ทราบในทุกเรื่อง แม้ว่าทาง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์จะเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องไบโอเมทริกซ์ 
    "สำหรับลักษณะในการก่อเหตุ คนยิงรู้อยู่แล้วว่าในรถไม่มีคน จึงไม่น่าจะประสงค์ต่อชีวิต รวมทั้งทาง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ก็ยังไม่มีการร้องขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไปคุ้มกันแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังไม่รู้วัตถุประสงค์ในการก่อเหตุครั้งนี้ จะต้องจับตัวคนร้ายให้ได้ก่อนจึงจะทราบว่าสาเหตุเกิดจากอะไร ซึ่งชุดสืบสวนสอบสวนกำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการตรวจสอบหาข้อเท็จจริง" ผบช.น.กล่าว.
 


"การดําเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง ต้องอาศัยรายได้ของพรรคการเมือง ซึ่งกฎหมายกําหนดแหล่งที่มาไว้ตามมาตรา ๖๒

ภาวะโลก "Covid-19" เซตซีโร
'บทบาท กมธ.ที่น่าทบทวน'
เรื่องกฎหมาย 'สไตล์ปิยบุตร'
พงศกร 'สะท้อนภาพ' ธนาธร
จะเอาให้ 'เผาศาล' กันใช่มั้ย?
จำเลย 'สารภาพ' แต่ดิ้นโชว์