'ตำรวจกับผู้ร้ายในชีวิตจริง'


เพิ่มเพื่อน    

           ละคร "เปลี่ยนฉาก" ทุกวัน!

                "สหรัฐฯ-อิหร่าน"

                ทำชาวโลกเกร็ง ด้วยกลัวจะฟัดกันจนเกิดสงครามอยู่แหม็บๆ

                รุ่งขึ้น พี่ทรัมป์บอก........

                "กรรมเก่าชดใช้ กรรมใหม่ไม่ก่อ อาตมาขอคว่ำบาตร"!

                ไฟจุ่มน้ำ ไปเรื่องนึง

                รุ่งขึ้น มีเรื่อง "บิ๊กโจ๊ก-บิ๊กแป๊ะ" ว่าด้วยคลิปเสียงหลุดเป็นฉากใหม่เข้ามาแทน

                จากประเด็น "ยิงรถเปล่า"......

                แล้วสาวโยงถึงเรื่องโครงการจัดซื้อเครื่องตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ด้วยเทคโนโลยีไบโอเมทริกซ์  ๒ พันกว่าล้าน และการจัดซื้อรถตรวจการณ์ไฟฟ้า ๒๖๐ คัน วงเงิน ๙๐๐ ล้าน ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

                บิ๊กโจ๊กบอก.........

                เรื่องนี้ ภายใต้การอนุมัติของบิ๊กแป๊ะ "มีเงื่อนงำ"!?

                ก็สอดรับกันพอดี

                คือเรื่องนี้ "ทนายษิทรา" คนที่เป็นทนายให้ "หมวดจรูญ" ในคดีลอตเตอรี่ ๓๐ ล้านกับ "ครูปรีชา" นั่นแหละ

                เขาไปร้อง ป.ป.ช.กล่าวหาบิ๊กแป๊ะกับนายตำรวจอีกหลายคนไว้ ตั้งแต่ พฤษภา ๖๒

                เรื่องพอดีถึงคิว วานซืน (๙ ม.ค.) ป.ป.ช.เรียกนายษิทราไปให้ปากคำ ในฐานะผู้ร้อง

                และเมื่อวาน ก็ถึงคิว "บิ๊กโจ๊ก" พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกฯ อดีตผู้บัญชาการตรวจคนเข้าเมือง

                ไปให้ปากคำ ป.ป.ช.ในฐานะพยาน

                คุยถึงเรื่องนี้แล้ว ก็คุยให้จบประเด็นไปเลย เพราะจากกรณีนี้ อาจเป็นประกายสู่การ "ปฏิรูปวงการตำรวจ" กันจริงๆ จังๆ เสียทีก็ได้

                คือบิ๊กโจ๊กให้สัมภาษณ์นักข่าว หลังเสร็จการให้ปากคำ ป.ป.ช.ว่า

                "วันนี้ ได้ให้ข้อมูลในประเด็น การทุจริตและความไม่คุ้มค่าของราชการ

                ในฐานะ เป็นผู้เซ็นบอกเลิกสัญญา

                คาดว่า ประมาณสัปดาห์หน้า จะต้องเข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีก โดย ป.ป.ช.กำหนดประเด็นให้ชี้แจงเพิ่มเติม

                รวมทั้ง จะต้องกลับไปทำเอกสารเปรียบเทียบราคา เช่น ปืนไฟฟ้า คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กอัจฉริยะ เครื่องละ ๒ แสนบาท ขณะที่ คอมพิวเตอร์ในท้องตลาด ขายกัน ๒ หมื่นบาท รถยนต์ BMW คันละกว่า ๔  ล้านบาท

                เหตุใด จึงไม่เลือกใช้ยี่ห้ออื่น ที่มีราคาเพียง ๑ ล้านบาทเศษ

                ให้ข้อมูลเพื่อชี้ให้ตรวจสอบว่า.......

                บริษัทที่ขายรถอัจฉริยะ เป็นผู้ผลิตรถยนต์หรือไม่ หรือผู้ประมูลไบโอเมทริกซ์ เป็นผู้เชี่ยวชาญที่เคยมีประวัติรับงานใน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) บ้างหรือไม่?

                รวมถึง การขยายวงเงินเพิ่มอีก ๑,๐๐๐ ล้านบาท ใครเป็นผู้ได้ประโยชน์?"

                นี่ .....

                ฟังแล้วอย่าด่วนสรุปว่าจริง-ว่าเท็จ, ว่าใครผิด-ใครถูก จนกว่า ป.ป.ช.ได้ทำงานตามกระบวนการเสร็จสิ้นแล้ว และแถลงผล

                ส่อไม่สุจริตเรื่องนี้ "ตำรวจล้วน"

                ผู้กล่าวหา ก็ตำรวจ ผู้ถูกกล่าวหา ก็ตำรวจ

                ประธานองค์กรไต่สวนเรื่องราว คือ ป.ป.ช. "พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ" ก็อดีตตำรวจ

                และทั้งหมด ผู้กล่าวหา ผู้ถูกกล่าวหา และประธานผู้ทำคดี ว่าไปทำไมมี

                "สายสะดือป้อม" เดียวกันทั้ง ๓ คน!

                ฉะนั้น อย่าทำเป็นว่า ไม่มีอะไร แค่โกรธก็สาวไส้กัน ทำสอบๆ แล้วก็ซุกข้ามทศวรรษให้ลืมกันไปอย่างนั้นเป็นอันขาด

                เพราะยุคนี้ พ้นยุคสื่อสาร "ทางรับ" ทางเดียวไปแล้ว

                สู่ยุค "สื่อสาร ๒ ทาง" ด้วยไอทีครองโลก

                ทุกคนเชื่อมโยงข้อมูลและเรื่องราวผ่านมือถือ คือทั้งทางรับและทางส่งได้ด้วยกันทั้งนั้น

                ดังนั้น ขืนทำแบบแมวกลบขี้ จะถูกสังคมคุ้ย ปอลี่หยุย "ตายยกรัง" เหมือนปลวกแน่!

                หลายคนอาจสงสัย ว่าโครงการ "ไบโอเมทริกซ์" ของบิ๊กแป๊ะ จริงๆ แล้ว ดีหรือไม่ดี ถ้าดี...ทำไมบิ๊กโจ๊ก จึงต่อต้าน?

                คำตอบจากบิ๊กโจ๊กมีว่า........

                "เป็นโครงการที่ดี เพียงแต่อุปกรณ์ที่มีอยู่มีคุณภาพหรือไม่

                วันนี้ จะผิดหรือถูก ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคำให้การของผม แต่ขึ้นอยู่กับพยานเอกสาร โดยเฉพาะ 'วันตรวจรับ' ว่างานเสร็จแล้วหรือยัง

                ผมไม่ห่วงตัวเอง ห่วงแต่คนที่เกษียณแล้วกลัวจะเดือดร้อน”

                สรุป...โครงการไบโอเมทริกซ์

                ดี!

                แต่ที่เป็นเงื่อนงำ ตรงคุณภาพอุปกรณ์ ราคา ความเหมาะสมวัสดุที่จัดซื้อ ว่าสอดคล้องกับพื้นที่ ที่จะนำไปใช้ และใช้ได้จริงหรือไม่

                ที่ราคาถูกกว่าและตรงลักษณะพื้นที่ใช้งาน ทำไมไม่ซื้อ กลับไปซื้ออีกอย่างที่แพงกว่าและใช้ไม่ได้

                และงานเสร็จแล้ว หรือยังไม่เสร็จ แต่ให้เซ็นรับไปก่อน เพื่อเบิกเงินงวด

                เหล่านี้ ที่เป็นประเด็นนำไปสู่การร้องเรียนให้ ป.ป.ช.สอบ ซึ่งจะมีทั้งพยานและทั้งผู้ถูกร้องเรียนตั้งแต่ระดับ ผบ.ตร.เรื่อยลงไปถึงระดับนายพล-นายพัน นับเป็นสิบๆ คน

                เรียกว่าเป็น "ประวัติศาสตร์" ของวงการตำรวจ

                ที่ปกติเป็นฝ่าย "สอบสวนผู้ต้องหา"

                ครั้งนี้แหละ...........

                ตำรวจ ตั้งแต่ ผบ.ตร.ตกเป็นฝ่ายถูกสอบสวนในฐานะ "ผู้ต้องหา" บ้าง!

                ผมจึงอยากให้จับตาดูกัน เพราะจากจุดนี้ ที่ประชาชนร่ำร้องให้ "ปฏิรูปตำรวจ" มายาวนาน แต่ไม่เป็นผล

                แม้ในยุค คสช.ก็เสียผู้-เสียคน เพราะ "พูดแล้วไม่ทำ"

                นี่..จะเป็นอีกครั้งของโอกาส.........

                ที่นายกฯ ประยุทธ์ ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ทำอย่างที่ประชาชนร้อยละ  ๙๙.๙๙ อยากให้ทำ

                คือ "ปฏิรูประบบตำรวจ" เป็นรูปธรรมซะที!

                ปฏิรูปที่ว่านี้ ไม่ได้หมายถึงให้ "ปฏิรูปตัวตำรวจ" ในแง่ว่า ตำรวจไม่ดี

                ไม่ใช่...

                ที่พูดหมายถึง ต้องการให้ "ปฏิรูประบบ" ในความเป็น "องค์กรตำรวจ" ที่ตกยุค

                เพราะสภาพพื้นที่-สังคม-การบ้าน-การเมือง-รูปแบบปัญหา ทุกวันนี้ มันเปลี่ยนไปแล้ว ชนิด ๓๖๐  องศา

                แต่รูปแบบบริหาร-จัดการ ทั้ง "อำนาจ" และตัว "องค์กรตำรวจ" ปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องลักษณะสังคมเป็นจริงในปัจจุบัน "น้อยมาก"

                นี่คือเหตุหนึ่ง.........

                ทำให้ตำรวจกับประชาชน เกิดทัศนคติปฏิปักษ์ ไปด้วยกัน ชนิด "ขบฟันเฟือง" ตลอด

                อะไรที่ขับเคลื่อนในสภาพ "ฟันเฟืองขบกัน"

                พังทั้งนั้น ไปไม่รอดหรอก!

                ครับ...

                ผมก็ "แช่ฉาก" ตำรวจซะยาว ทั้งที่สังคมวันนี้ เปลี่ยนฉากไปถึงเรื่อง "ไอ้เหี้ยมชิงบุกร้านทอง" ในห้างที่ลพบุรีแล้ว          

                มันเหี้ยม จนกระหึ่มเมือง "สมควรจับตาย"!

                เพราะมันฆ่าชนิดไม่มีเหตุผลและไม่เลือกหน้า กระทั่งเด็ก ๒ ขวบ มันก็ยิงจนตาย

                เรื่องนี้ เป็นข่าว "ระดับภูมิภาค-ระดับโลก" ไปแล้ว และสองจิต-สองใจกันว่า

                ไอ้เหี้ยมตัวนี้ อาจเป็นคน "ต่างชาติ" ก็ได้ เพราะลีลาชวนให้คิด!?

                มันมีค่าตัว-ค่าหัวหลายแสน ก็ช่วยกันทำหน้าที่พลเมืองดี ตามประกาศนี้นะ

                             ตำรวจภูธร ภาค ๑

                ขอความร่วมมือแจ้งเบาะแสคนร้ายชิงทรัพย์    

                ด้วยเมื่อวันที่ ๙ ม.ค.๖๓ เวลาประมาณ ๒๐.๔๕ น. ได้มีคนร้ายเป็นชายรูปร่างสมส่วน สูงประมาณ  ๑๗๐ ซม.แต่งกายด้วย เสื้อแขนยาวสีดำ กางเกงลายพราง รองเท้าผ้าใบหุ้มส้นสีดำ สวมหน้ากากไหมพรมแบบเต็มใบสีดำเพื่ออำพรางใบหน้า

                ใช้รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮา รุ่น ฟีโน สีแดง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ใช้อาวุธปืนพกสั้นขนาด ๙ มม. ติดที่เก็บเสียง ชิงทรัพย์และฆ่าผู้อื่น บริเวณ ร้านค้าทองออโรรา สาขาโรบินสัน ลพบุรี ต.กกโก อ.เมือง จว.ลพบุรี

                ตำรวจภูธร ภาค ๑ ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนที่พบเห็น หรือทราบเบาะแสคนร้าย โปรดแจ้ง

                -พล.ต.ต.ณัฐพล ศุกระศร               ผบก.ภ.จว.ลพบุรี โทร.๐๘-๑๔๒๑-๙๒๔๙

                -พล.ต.ต.สุภธีร์ บุญครอง ผบก.สส.ภ.๑ โทร.๐๘-๑๘๒๔-๙๕๖๔

                -พ.ต.อ.คงชาติ ทรงสุภาพ ผกก.สภ.เมืองลพบุรี โทร.๐๘-๙๙๑๘-๑๘๓๔

                มีเงินรางวัลให้กับผู้แจ้งเบาะแสที่สามารถนำไปสู่การจับกุมคนร้ายได้ เป็นเงินจำนวน ๒๓๐,๐๐๐  บาท

                หรือจะโทร.ไปที่เบอร์ ๑๙๑ และเบอร์ ๑๕๙๙ ก็ได้ ถ้าการแจ้งของใคร เป็นเบาะแสให้ตำรวจตามไปจับได้

                รวยเฉพาะกิจ "หลายแสน" จะบอกให้!

                แต่เตือนด้วยห่วงใยไว้อย่าง..........

                เจอแล้วอย่าทำเป็นพระเอกหนังคาวบอย ไล่ยิง-ไล่จับเองเชียว ขืนไปยิง ถึงเขาเป็นโจรก็เหอะ

                เราเจอข้อหา "ฆ่าคนตาย" ก่อน เดี๋ยวจะว่าไม่บอก

                การจับ ให้เป็นหน้าที่ตำรวจเขา

                ส่วนจับเป็นหรือจับตาย ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ขณะนั้น ถ้าต่อสู้ มีโอกาสตาย

                แต่ถ้าไหว้ปลกๆ มีโอกาสเป็น!

                เรื่องตำรวจ ยังไงๆ สุดท้ายแล้ว ยามประชาชนเหลียวซ้าย-แลขวา ถ้าถามว่า "มองหาอะไร?"

                คำตอบสั้นๆ ที่ได้

                "ตำรวจ"! 


ตลาดข่าววันนี้.......ยังคงเซ็งแซ่อยู่กับเรื่องศึกชิงตำแหน่ง "เจ้าสำนัก" พลังประชารัฐ ระหว่างทีมบุ๋น "สมคิด-อุตตม-สนธิรัตน์"กับทีมบู๊ "พลเอกประวิตร-สุริยะ-สมศักดิ์"

พปชร.ที่ 'อยู่เป็น-อยู่ไม่เป็น'
"การเมืองวันที่ไม่มีประยุทธ์"
เมื่อ "ทัวร์ลง" เดือนพฤษภา.
"ความต่างระหว่างคนกับสัตว์"
ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"