จตุพรชี้วิ่งไล่ลุงแค่จุดเริ่มต้น ย้ำถ้าแก้โกงและเศรษฐกิจไม่ได้ รัฐบาลไม่รอดแน่


เพิ่มเพื่อน    

12 ม.ค. 2563 ที่ร้านกาแฟ พีซคอฟฟี่แอนด์ ไลบรารี่ อิมพีเรียล ลาดพร้าว ชั้น 5 มีการจัด รายการลมหายใจ พีซทีวี เวทีทัศน์  ที่ออกอากาศผ่านทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมพีซทีวี โดยมีแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ มาพบปะพูดคุย ร้องรำทำเพลงกันสนุกสนานกันเป็นประจำทุกสัปดาห์

 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. กล่าวว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาประเทศไทยเจอเรื่องแปลกๆ ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะเรื่องสงคราม เรื่องการก่ออาชญากรรม เรื่องการยิงรถ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หรือบิ๊กโจ๊ก ที่เต็มไปด้วยความแปลกประหลาด ซ่อนเงื่อน ทั้งทางข้อเท็จจริงและการเมือง รวมถึงกรณีการปล้นร้านทองที่จังหวัดลพบุรี ก็เห็นได้ชัดเจนว่าต้องการพื้นที่ข่าวมากกว่าจำนวนทองที่จะได้เนื่องจากมีการฆ่าคนโดยไม่ต้องใช้เหตุผลใดๆทั้งสิ้น ส่วนเรื่องสงครามอิหร่านกับสหรัฐอเมริกา ที่สหรัฐอเมริกาใช้โดรนสังหารผู้นำทางการทหารของอิหร่าน และทางการอิหร่านก็ไปทำปืนลั่นใส่เครื่องบินของยูเครนตายยกลำ ขณะเดียวกันรมว.ต่างประเทศของไทย ซึ่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรก็ทำ ประทัดลั่นใส่มือตัวเอง สร้างความเดือดร้อนกันทั่วหน้า พูดในลักษณะชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน แต่สุดท้ายก็บอกว่าข้อมูลดังกล่าวข้างคลาดเคลื่อนแต่กลับไม่แสดงความรับผิดชอบใดๆ ทำให้หามาตรฐาน ทางจริยธรรมในทางการเมืองได้ยาก แต่กรณีนี้หากเกิดในต่างประเทศรัฐมนตรีก็จะต้องลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ ดังนั้นหากรัฐมนตรีไม่แสดงความรับผิดชอบ นายกรัฐมนตรีก็ต้องปลดรัฐมนตรีคนนั้น แต่กลับเงียบ

       นายจตุพร กล่าวว่า วันนี้ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดีไม่ว่าจะเป็นการวิ่งไล่ลุงที่สวนรถไฟที่มีประชาชนไปร่วมจำนวนมากโดยเฉพาะคนที่ไม่พอใจรัฐบาลและคนที่ได้รับความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจ รวมถึงผู้รักประชาธิปไตยทั้งหลาย ส่วนฝ่ายเดินเชียร์ลุง ก็ไปรวมตัวกันที่สวนลุมพินี ดังนั้นท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว เราอยู่ในสนามรบมานาน เข้าใจสถานการณ์ต้องไม่ใจร้อน และไม่กลัว เพราะที่ผ่านมาเราอยู่ในสถานการณ์ของความตายมาหลายครั้ง จึงไม่มีเรื่องความกลัวใดๆ แต่ที่ต้องคิดมากคือในสถานการณ์ความเป็นจริงนั้นเรารู้ว่าอยู่ตรงไหนในสถานการณ์นี้อย่างไรตนเข้าใจสถานการณ์ และพร้อมเป็นผู้ตาม  เพราะผ่านสัจธรรมทางการเมืองมามาก ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้นำทุกเวลา เหมือนยุคที่เราเป็นผู้นำ คนในวันนี้ก็เป็นผู้ตาม ซึ่งตนก็บอกอยู่เสมอว่าวันนี้เป็นเวลาของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจเป็นผู้นำ  ดังนั้นต้องให้โอกาสเดินกันอย่างเต็มที่ 

     เพียงแต่ที่ผ่านมาได้ส่งเสียงเตือนทั้งรัฐบาล และผู้กิจกรรมวิ่งไล่ลุงก็ได้นำไปปฏิบัติในแนวทางเพื่อให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด อย่างไรก็ตามกิจกรรมเหล่านี้ไม่ได้จบลง เพระทางผู้จัดได้ประกาศจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุงอีกครั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่จังหวัดเชียงใหม่ ดังนั้นถือเป็นการเริ่มต้นซึ่งส่วนตัวเคยวิเคราะห์ไว้ว่าการจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุงนี้เป็นกิจกรรมที่น่ารัก เพียงแต่วันนี้ ต้องการให้เห็นทั้งกระดาน ซึ่งถือว่าเป็นยกแรกที่ผ่านพ้นไปด้วยดี และถือว่าเป็นการจุดประกายกันทั้ง 2 ฝ่าย

     นายจตุพรกล่าวถึงเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่มีความหวังใดๆทั้งสิ้น เพราะการไปตั้งคณะกรรมาธิการ ศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อซื้อเวลานั้นส่วนตัวมองว่า ฝ่ายค้าน 7 พรรคไม่ควรไปเล่นการเมืองใดๆทั้งสิ้นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียงแค่มอบให้พรรคประชาธิปัตย์ได้ดำเนินการเนื่องจากเป็นเงื่อนไขของพรรคประชาธิปัตย์ที่เข้าไปร่วมรัฐบาล หากเดินแนวทางนี้ก็จะไม่เสียเวลา  โดยมุ่งไปที่มาตรา 256 ดังนั้นการที่ตนบอกให้เริ่มต้นที่มาตรา 256 ซึ่งทุกฝ่ายก็เห็นด้วย ส่วนที่เหลือให้เป็นเรื่องของประชาชนทั้งหมด

ทั้งนี้การเลือกตั้งภายใต้กติกาอย่างเดิมไม่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาประเทศได้ บวกกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะเกิดขึ้นและปัญหาเศรษฐกิจ ที่มาพร้อมกับภัยแล้ง หากรัฐบาลแก้ไขสถานการณ์ไม่ได้ อย่างไรเสียรัฐบาลก็อยู่ไม่ได้ ติดตามสถานการณ์บ้านเมืองอย่างใกล้ชิดและรู้ว่าเวลาไหนควรทำอะไร เพียงแต่ไม่สะใจก็เท่านั้น ดังนั้นอย่าร้อนเกินสถานการณ์ 


นายจตุพรยังกล่าวถึงกรณีของฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนั้นส่วนตัวมองว่า หากสมาชิกพรรคฝ่ายค้านเอาเรื่องที่ใช่ ใช้คนพูดไม่มาก หากพูดกันคนละเล็กน้อยก็ไม่ได้ใจความก็จัดการรัฐบาลไม่ได้ แต่หากนำเรื่องที่ใช่เช่นเรื่องทุจริตฉ้อฉล หากเป็น พฤติกรรมที่คนไทยฟังแล้วรับไม่ได้เพียงไม่กี่เรื่อง โดยไม่จำเป็นต้องอภิปรายข้ามวันข้ามคืน  ดังนั้นเพียงแต่เอาเรื่องที่ใช่รวมถึงคนที่มีความสามารถในการอภิปราย

อย่างไรก็ตามหลังจากพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ที่ฝ่ายค้านงดออกเสียงนั้นก็เป็นเรื่องปกติ ฝ่ายค้านได้ทำหน้าที่อย่างเรียบร้อย และแสดงจุดยืนงดออกเสียงทุกครั้ง เพราะงบประมาณ ไม่ใช่เรื่องการล้มรัฐบาล  แม้ว่าฝ่ายค้านจะเป็นเสียงข้างน้อย แต่หากอภิปรายแล้วรัฐบาลไร้ซึ่งความชอบธรรมทั้งปวง รวมถึงความเดือดร้อนของประชาชน เหล่านี้ก็อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนทางการเมือง 


ก็ "จบแบบเจ็บๆ" ของฝ่ายค้าน...... สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ที่เริ่มมาแต่ ๒๔ ก.พ. แล้วใครชนะ?

'เรื่องนักเรียนกับคนบ้าข่าว'
มหกรรม 'มหา'ลัย' แข่งติด #
ผ่ายุทธการอรุณรุ่งริ่ง
'สิ้นสุดทางคุก' ของ ๓ มะกอก
จบที่ 'ไม่ยอมจบ' ของทอน
ภาวะโลก "Covid-19" เซตซีโร