ขู่ลงดาบ'งูเห่า'โหวตงบ


เพิ่มเพื่อน    


    พรรคร่วมรัฐบาลขอบคุณทุกฝ่ายช่วยทำให้ร่าง พ.ร.บ.งบฯ 63 ผ่านสภา รองโฆษก พปชร.ชมนายกฯ มีสปิริต เข้ารับความเห็นฝ่ายค้านไปปรับปรุงหวังร่วมกันทำงาน ดีกว่าชวนคนก่อม็อบลงถนน "เทพไท" ให้ 8 เต็ม 10 คะแนนสอบผ่านทุกฝ่าย ส.ว.เปิดให้สมาชิกแสดงความจำนงอภิปราย 20 ม.ค.นี้ก่อนชงนายกฯ นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย พท.คาดโทษ ส.ส.งูเห่าไม่ให้ร่วมกิจกรรม-ไม่ส่ง ส.ส.สมัยหน้า "สมชัย" จ่อชงแก้ รธน.มาตรา 256เปิดทางตั้ง ส.ส.ร.
    เมื่อวันอาทิตย์ น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ในวาระที่ 2 และวาระ 3 ว่าพรรคพลังประชารัฐขอขอบคุณ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลและส.ส.พรรคฝ่ายค้าน ที่ช่วยกันทำหน้าที่ในการพิจารณางบประมาณอย่างเข้มแข็ง และเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ในการผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ เพื่อไปใช้ในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือวิปรัฐบาล สามารถบริหารจัดการได้อย่างเป็นเอกภาพ ที่สำคัญคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่แม้ในวาระนี้จะไม่มีหน้าที่ต้องชี้แจงต่อสภา ประกอบกับมีภารกิจมาก แต่ได้แสดงสปิริตในการทำหน้าที่ในสภาด้วยการเข้าไปขอบคุณสภาด้วย และน้อมรับข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของฝ่ายค้านที่เป็นประโยชน์ เพื่อนำไปประกอบการปรับปรุงการดำเนินงานของส่วนราชการและหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์มากที่สุด
    “ข้อห่วงใยของฝ่ายค้านที่นายกฯ และรัฐบาลรับไปนั้น พรรคพลังประชารัฐหวังว่าหลังจากนี้ฝ่ายค้านจะได้ร่วมกันทำงานในสภาอย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไป ซึ่งชัดเจนแล้วว่าเสียงของฝ่ายค้านในสภานั้นมีความหมาย ฉะนั้นพรรคหรือบุคคลใดที่อ้างว่าเสียงในสภาไม่มีความหมายไปทำการเมืองนอกสภา หรือชวนคนไปลงถนนนั้น เป็นเพียงข้ออ้างเพื่อหวังประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะใช้จ่ายเงินทุกบาททุกสตางค์ได้อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชน" น.ส.ทิพานันกล่าว
    นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธาน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวว่า อยากฝากให้รัฐบาลนำคำอภิปรายของ ส.ส.ในสภาไปใช้ในการบริหารจัดการงบประมาณให้เป็นไปตามพันธกิจ วิสัยทัศน์ และวัตถุประสงค์ของการจัดสรรงบประมาณเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง สำหรับรายงานข่าวที่ระบุว่า ส.ส.ปชป. 3 คนไม่แสดงตนเป็นองค์ประชุมและไม่ลงมติในวาระ 3 นั้น ตรวจสอบพบว่า นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ป่วยอยู่ในระหว่างพักฟื้นจากการผ่าตัดใหญ่ นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ติดภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ ส่วน น.ส.วชิราภรณ์ กาญจนะ ส.ส.สุราษฎร์ธานี ก็ป่วยจนไม่สามารถมาประชุมได้เช่นกัน การไม่ได้ลงมติในวาระ 3 ของทั้ง 3 คนไม่มีนัยทางการเมืองแต่อย่างใด
ให้ 8 เต็ม 10 คะแนน
    นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค ปชป. ได้เฟซบุ๊กไลฟ์ว่า ต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้ความร่วมมือพิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณฯ ทุ่มเทกำลังกายกำลังใจ ใช้เวลา4 วัน 3 คืน จนกฎหมายฉบับนี้ผ่านมติโดยเอกฉันท์ ซึ่งความสำเร็จในครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมไม้ร่วมมือของทุกฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 1.ผู้ทำหน้าที่ประธานที่ประชุมทั้ง 3 คน คือ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ, นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ คนที่ 1 และนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ คนที่ 2 2.ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล ได้อภิปรายอยู่ในกรอบ ปฏิบัติตามมติวิปรัฐบาลอย่างเคร่งครัด แม้ว่าช่วงท้ายจะถูกขอความร่วมมือไม่ให้อภิปรายก็ตาม ทั้งๆ ที่เป็นสิทธิ์ แต่ก็ยอมปฏิบัติตามทุกอย่าง 3.ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้อภิปรายกันอย่างสร้างสรรค์ มีเหตุมีผล ใช้ข้อมูลอภิปรายอย่างเต็มที่ ได้ให้ความร่วมมือกับการประชุมเป็นอย่างดี การลงมติก็ใช้วิธีการงดออกเสียงเป็นส่วนใหญ่ 4.ฝ่ายรัฐบาล ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ก็ได้ให้ความสำคัญกับการประชุม ได้กล่าวคำขอบคุณต่อที่ประชุมด้วยตัวเอง
     "การประชุมสภาครั้งนี้มีประชาชนตื่นตัว ให้ความสนใจติดตามการประชุมอย่างกว้างขวาง เป็นนิมิตหมายที่ดี เพราะบรรยากาศของการประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีการอภิปรายในลักษณะเสียดสี โจมตี จนถึงขั้นมีการประท้วง ไล่ออกนอกห้องประชุม หรือต้องถอนคำพูดใดๆ ทั้งสิ้น บรรยากาศการประชุม 4 วัน 3 คืน เป็นที่น่าพอใจของทุกฝ่าย นับว่าเป็นการประชุมที่สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่สภาผู้แทนราษฎรโดยความร่วมมือของทุกฝ่าย ถ้าจะให้คะแนนของการประชุมครั้งนี้ ให้ 8 เต็ม 10 ถือว่าสอบผ่านกันทุกฝ่าย" นายเทพไทกล่าว
     พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยต้องขอขอบคุณทั้ง ส.ส. เจ้าหน้าที่สภา และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน ทุกฝ่าย ที่ได้ช่วยกันพิจารณาให้ พ.ร.บ.งบประมาณฯ ผ่านสภา และส่งต่อไปยังวุฒิสภา เพื่อพิจารณาและรอให้มีผลบังคับใช้ต่อไป ในฐานะที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงที่ต้องนำงบประมาณที่ผ่านสภามาบริหารประเทศ เรายืนยันว่าจะใช้งบประมาณซึ่งเป็นภาษีของพี่น้องประชาชนทุกบาททุกสตางค์ ด้วยความรอบคอบ คุ้มค่า ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาปากท้อง เราจะไม่ยอมให้มีการใช้งบประมาณไปในทางที่ไม่ถูกไม่ควร หรือส่อไปในทางทุจริต จึงอยากขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจ
    นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา เปิดเผยว่า สภาผู้แทนราษฎรได้ประสานมายังวุฒิสภา จะส่งร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ที่ผ่านความเห็นชอบจากสภาแล้วมายังวุฒิสภาในวันที่ 13 ม.ค.นี้ เบื้องต้นจะมีการบรรจุวาระเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภาในวันที่ 20 ม.ค.นี้ ซึ่งจะกำหนดไว้ 1 วันก่อน โดยจะต้องดูว่ามีผู้ประสงค์อภิปรายจำนวนเท่าไหร่ โดยในการอภิปรายของวุฒิสภาไม่สามารถแปรญัตติปรับลดได้ ทำได้เพียงแค่เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบเท่านั้น หากพิจารณาแล้วเสร็จภายในวันที่ 20 ม.ค. วันรุ่งขึ้นก็สามารถส่งให้นายกรัฐมนตรีเพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายได้ โดยตามไทม์ไลน์ที่มีการประสานกันไว้ คาดว่าร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายได้ภายในวันที่ 27 ม.ค.
ส.ว.จ่อถก พรบ.งบฯ20ม.ค.นี้
     นายคำนูณ สิทธิสมาน วิปวุฒิสภา เปิดเผยว่า วันที่ 13 และ 14 ม.ค.นี้ จะเปิดให้สมาชิกวุฒิสภาที่สนใจอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ กรอกใบแสดงความจำนงอภิปราย เพื่อจะได้สรุปจำนวนผู้อภิปรายมาหารกับเวลาที่วางไว้ 600 นาที หรือ 10 ชั่วโมง ซึ่งกำหนด จะอภิปรายในวันที่ 20 ม.ค.นี้เพียงวันเดียว ก่อนจะส่งไปให้รัฐบาลเพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายต่อไป ทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาต่างก็เร่งรัดพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ให้รวดเร็วขึ้นโดยในส่วนของสภาก็ใช้เวลาไม่ถึง 105 วันเช่นเดียวกับวุฒิสภาที่ใช้เวลาไม่ถึง 20 วัน เนื่องจากเห็นว่ากฎหมายงบประมาณล่าช้ามามากแล้ว จึงอยากเร่งรัดให้มีผลบังคับใช้โดยเร็วเพื่อนำไปบริหารประเทศชาติ
    นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงกรณี ส.ส.พรรคเพื่อไทย โหวตสวนมติพรรคในการลงมติวาระ 3 ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ซึ่งเป็นหน้าเดิมที่เคยโหวตสวนมติพรรคมาก่อนหน้านี้ว่า การตั้งคณะกรรมการสอบสวน ส.ส.ที่โหวตสวนมติพรรคครั้งที่แล้วยังไม่ได้ข้อสรุปออกมา แต่เมื่อมีการทำผิดซ้ำขึ้นมาอีก จะทำให้กระบวนการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนเรื่องนี้ทำได้ง่ายและรวดเร็วมากขึ้น พรรคเพื่อไทยคงมีมาตรออกมาเร็วๆ นี้ แต่ถ้าจะให้ถึงขั้นขับออกจากพรรค คงต้องคิดให้รอบคอบ เพราะมีรัฐธรรมนูญคุ้มครองอยู่เรื่องเอกสิทธิ์การลงมติของ ส.ส. ดังนั้นคงไม่ถึงขั้นขับออกจากพรรค แต่น่าจะมีการดำเนินการวิธีอื่น เช่น การไม่ให้ร่วมกิจกรรมของพรรค และการไม่ส่งลงสมัคร ส.ส.ในการเลือกตั้งสมัยหน้า เชื่อว่าในเร็วๆ นี้พรรคน่าจะมีบทลงโทษ ส.ส.เหล่านี้ออกมา
    ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนั้น ประธานวิปฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า วันที่ 14 ม.ค. จะมีการประชุมวิปฝ่ายค้าน เพื่อหาข้อสรุปเรื่องจำนวนรัฐมนตรีที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขณะนี้ยังไม่เป็นข้อยุติว่าจะอภิปรายไม่ไว้วางใจ 5 รัฐมนตรีตามที่มีข่าวออกมา ได้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม, นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ, นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ,  พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ จะต้องรอฟังข้อสรุปจากพรรคร่วมฝ่ายค้านในที่ประชุมวิปฝ่ายค้านวันที่ 14 ม.ค.อีกครั้ง มีรัฐมนตรีในกระทรวงเศรษฐกิจอีก 2-3 คน อยู่ในข่ายอาจถูกอภิปรายเพิ่มเติม ขณะนี้กำลังรวบรวมข้อมูลอยู่ว่ามีหลักฐานเพียงพอยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจได้หรือไม่ ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ต้องรอฟังความเห็นจากพรรคร่วมฝ่ายค้านอีกทีว่าจะยื่นอภิปรายด้วยหรือไม่ หลังจากได้ข้อสรุปในวันดังกล่าวแล้วจะรีบเขียนญัตติแล้วดำเนินการยื่นเรื่องอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อสภาต่อไป
    ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวถึงเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ไม่มีความหวังใดๆ ทั้งสิ้น เพราะการไปตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อซื้อเวลานั้น ส่วนตัวมองว่าฝ่ายค้าน 7 พรรคไม่ควรไปเล่นการเมืองใดๆ ทั้งสิ้นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพียงแค่มอบให้พรรคประชาธิปัตย์ได้ดำเนินการ เนื่องจากเป็นเงื่อนไขของพรรคประชาธิปัตย์ที่เข้าไปร่วมรัฐบาล หากเดินแนวทางนี้ก็จะไม่เสียเวลา โดยมุ่งไปที่มาตรา 256 ดังนั้นการที่ตนบอกให้เริ่มต้นที่มาตรา 256 ซึ่งทุกฝ่ายก็เห็นด้วย ส่วนที่เหลือให้เป็นเรื่องของประชาชนทั้งหมด
ชงแก้ ม.256 เปิดทางตั้ง สสร.
    นายจตุพรกล่าวว่า การเลือกตั้งภายใต้กติกาอย่างเดิมไม่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาประเทศได้ บวกกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะเกิดขึ้น และปัญหาเศรษฐกิจที่มาพร้อมกับภัยแล้ง หากรัฐบาลแก้ไขสถานการณ์ไม่ได้ อย่างไรเสียรัฐบาลก็อยู่ไม่ได้ ติดตามสถานการณ์บ้านเมืองอย่างใกล้ชิด และรู้ว่าเวลาไหนควรทำอะไร เพียงแต่ไม่สะใจก็เท่านั้น ดังนั้นอย่าร้อนเกินสถานการณ์  ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น หากสมาชิกพรรคฝ่ายค้านเอาเรื่องที่ใช่ ใช้คนพูดไม่มาก หากพูดกันคนละเล็กน้อยก็ไม่ได้ใจความ ก็จัดการรัฐบาลไม่ได้ แต่หากนำเรื่องที่ใช่ เช่น เรื่องทุจริตฉ้อฉล หากเป็นพฤติกรรมที่คนไทยฟังแล้วรับไม่ได้เพียงไม่กี่เรื่องโดยไม่จำเป็นต้องอภิปรายข้ามวันข้ามคืน ดังนั้นเพียงแต่เอาเรื่องที่ใช่ รวมถึงคนที่มีความสามารถในการอภิปราย
    นายสมชัย ศรีสุทธิยากร รองประธาน กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาหลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ให้สัมภาษณ์ว่า การประชุม กมธ.ศึกษาฯ สัปดาห์นี้จะประชุมในวันที่ 14 ม.ค. และวันที่ 17 ม.ค. โดยจะยังคงอยู่ในวาระที่ให้แต่ละฝ่ายเสนอความเห็นและท่าทีเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือที่เรียกว่าสนทนาธรรม เพื่อให้ได้ข้อมูลและข้อเท็จจริงสำหรับนำมาพิจารณาให้มากที่สุด ถึงเวลาแล้วที่ทาง กมธ.ศึกษาฯ จะต้องกำหนดแผนงานและขั้นตอนที่ชัดเจน เพราะมีเวลาในการทำงาน 120 วัน
    นายสมชัยกล่าวว่า ขณะนี้ใน กมธ.ศึกษาฯ มีความเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญหลายแนวทาง เช่น การเสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญทำงานขึ้นและการแก้ไขมาตรา 256 พร้อมกับให้มีการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) และการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราที่ไม่เกี่ยวกับ 256 แต่ส่วนตัวคิดว่าจะเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาถึงความเป็นได้ในการแก้ไขมาตรา 256 เพื่อตั้ง ส.ส.ร. เพราะจะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเกิดจากการมีส่วนร่วมของประชาชนมากที่สุด
    "การแก้รัฐธรรมนูญจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเปิดประตูเพื่อแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 256 รวมทั้งจะต้องสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ เพราะต้องยอมรับว่ามีบางฝ่ายยังไม่ไว้วางใจว่าเมื่อแก้รัฐธรรมนูญจะมีการแก้ไขในประเด็นใดบ้าง ดังนั้นจำเป็นต้องสร้างความไว้วางใจให้เกิดขึ้น" นายสมชัยกล่าว.


เฮ้อ..... เราจะต้องนับหัวคนป่วย-คนตายเป็น "ปฏิทินรายวัน" กันอีกนานมั้ยเนี่ย? พูดแล้วก็เหงาใจนัก! แต่ไม่น่ะ....

'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"
ที่สุด 'ในสถานการณ์' คิดบวก
โควิด-๑๙ 'ภาคนรก-สวรรค์'