'คู่จิ้นเพื่อแม้ว'ประสานเสียงชูปรากฏการณ์'วิ่งไล่ลุง'สะท้อนรัฐบาลบิ๊กตู่เวลาเหลือน้อยแล้ว


เพิ่มเพื่อน    

13 ม.ค.63 -  ที่พรรคเพื่อไทย นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกิจกรรมวิ่งไล่ลุงว่า  การที่คนไทย 40 จังหวัดทั่วประเทศลุกขึ้นมาทำกิจกรรมวิ่งไล่ลุง เป็นสัญญาณที่บอกว่า เวลาของรัฐบาลเหลือน้อย จึงขอเสนอ 5 ประการไปยังรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ว่า 1.อย่าสกัดกั้นประชาชน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใด หากใครอยากลุกขึ้นมาวิ่งไล่ลุงก็ไปวิ่ง ใครอยากเดินเชียร์ลุงก็เดิน ไม่ใช้กฎหมายสองมาตรฐาน 2.เจ้าหน้าที่รัฐ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงต้องวางตัวเป็นกลาง อำนวยความสะดวกประชาชนเท่าที่กฎหมายจะเอื้อได้ 

3.รัฐไม่ควรมีเกมเลื่อน ลด ปลด ย้าย ข้าราชการฝ่ายปกครอง ไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด เช่น จังหวัดใดมีคนวิ่งไล่ลุงมากก็จะถูกปลดย้าย ไม่สมควรใช้เรื่องนี้เป็นเครื่องมือ 4.อย่าผลักคนเห็นต่างเป็นศัตรู หมายความว่าหากเสร็จแล้วเขาจะรุกคืบต่อ เช่น กิจกรรมวิ่งที่จังหวัดเชียงใหม่ วันที่ 2 ก.พ.ต้องห้ามเข้าไปดำเนินการแทรกแซง ข่มขู่ กดดัน คุกคาม และให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเท่าเทียมทั้งสองฝั่ง และ 5.ต้องยอมรับ และรับฟังเสียงที่เห็นต่างของประชาชน เพื่อยกระดับคุณภาพการทำงานในช่วงเวลาที่เหลือน้อยของรัฐบาล

ขณะที่ ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากกิจกรรมวิ่งไล่ลุง จะเห็นว่ามีสัดส่วนของคนรุ่นใหม่เข้าร่วมกิจกรรมค่อนข้างเยอะ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้คนหนุ่มสาวออกมาแสดงพลังต่อต้านรัฐบาลประยุทธ์จำนวนมากขนาดนี้ น่าจะเกิดจากเงื่อนไข 3 ประการ คือ 1. ปัญหาสองมาตรฐานในสังคมไทย 2. ความล้มเหลวในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาล ที่บริหารประเทศมานาน 5-6 ปี ทำให้คนไทยยากจนและเป็นหนี้ท่วมหัวเป็นอันดีบต้นๆ ของโลก 3. คือ ปัญหาการปิดกั้นสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชนอย่างหนักในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา ทำให้คนรุ่นใหม่รู้สึกอึดอัดจึงออกมาแสดงพลังดังกล่าว ทั้งที่ โดนกีดกันทุกวิถีทาง โดยคนรุ่นใหม่เป็นห่วงอนาคตของประเทศ มากกว่าห่วงความปลอดภัยของตัวเอง และสิ่งที่น่ากลัวสำหรับพวกเขาไม่ใช่มือที่สาม แต่สิ่งที่คนรุ่นใหม่กลัวมากกว่า คือ กลัวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะอยู่บริหารประเทศนานเกินไป เพราะจะยิ่งทำให้ประเทศถอยหลังลงคลอง และเศรษฐกิจจะยิ่งพังพินาศ.


ไม่อยากใช้คำว่า "เคยบอกไปแล้ว" ในการเขียนหนังสือ แต่วันนี้ "จำเป็น" ขออนุญาตซักครั้ง คือหลังจากเหตุ "ผีน้อย" เกิดเป็น "กรณีศึกษา" ขึ้นแล้ว

ประเทศไทย 'ยังไงๆ ต้องรอด'
เคอร์ฟิว "เซฟก่อนตายจริงๆ"
เมื่อ 5-12 เข้ามาแทน 7-11
"โรงหมอ-กระทรวง"ร่วมโรค
ฉุกเฉิน 'ในระบบราชการ'?
อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'