'หมวดเจี๊ยบ'แปลงสาร!ด่า'บิ๊กตู่'กระแนะกระแหนเด็ก พูดจาเหลวไหลเรื่องพญามัจจุราช


เพิ่มเพื่อน    

14 ม.ค.63 - ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คนรุ่นใหม่อย่าไปท้อใจ แม้จะโดนผู้ใหญ่ในรัฐบาลประยุทธ์สร้างวาทกรรมป้ายสีคนรุ่นใหม่ที่เข้าร่วมกิจกรรมวิ่งไล่ลุงว่า ทำให้บ้านเมืองขัดแย้งแตกแยก เนื่องจากความเงียบเพราะกลัวโดนทหารอุ้มคือ ความสงบแบบจอมปลอม แต่การต่อต้านรัฐบาลโดยใช้สันติวิธี ถีอเป็นเรื่องสร้างสรรค์ และเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่อาจไม่ถูกใจเผด็จการ เลยโดนดิสเครดิต พล.อ.ประยุทธ์ ก็ไม่ทราบว่าเป็นผู้ใหญ่ประเภทไหน ทำไมจึงพูดกระแนะกระแหนเด็ก ทั้งยังพูดจาเหลวไหลเรื่องพญามัจจุราช ทั้งที่ ใคร ก็มองออกว่าคนรุ่นใหม่กำลังท้าทายรัฐบาลประยุทธ์ ไม่ได้ท้าทายพญามัจจุราช ดังนั้นฟังแล้วก็อย่าไปคิดมาก ถือซะว่าเป็นคำเพ้อเฮือกสุดท้ายของไดโนเสาร์ใกล้หมดลม ในส่วนของเศรษฐกิจนั้นก็แย่มา 5-6 ปีแล้ว จากความล้มเหลวของรัฐบาลประยุทธ์ และจะยิ่งแย่ลงเรื่อย ๆ ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ยังบริหารประเทศต่อไป ดังนั้น อย่าไปโยนความผิดให้การชุมนุมของคนรุ่นใหม่

เธอบอกว่าคนหนุ่มสาวที่โดนดิสเครดิต ควรอดทนอดกลั้น และต่อสู้กับระบอบประยุทธ์ด้วยสติปัญญาและยึดแนวทางสันติวิธีแบบที่ทำอยู่ ส่วนรัฐบาลประยุทธ์ ต้องยอมรับกระแสความตื่นตัวทางการเมืองของประชาชนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเชียร์ลุงหรือไล่ลุง เพราะการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนเป็นเรื่องที่ดีและเป็นการใช้เสรีภาพตามสิทธิในรัฐธรรมนูญ เพียงแต่รัฐบาลต้องปฏิบัติต่อประชาชนทั้ง 2 กลุ่ม อย่างเท่าเทียม ไม่ใช่ว่าห้ามกลุ่มวิ่งไล่ลุง ชูป้ายวิจารณ์รัฐบาล อย่างเข้มงวด แต่กลับปล่อยให้กลุ่มเดินเชียร์ลุง โชว์สัญญลักษณ์ที่กระตุ้นความรุนแรงและความเกลียดชัง รวมทั้งปล่อยให้ใช้ Hate Speech กันอย่างเสรี ทั้ง ๆ ที่ รัฐบาลมีนโยบายควบคุมการใช้วาทกรรมสร้างความเกลียดชัง นอกจากนี้ คนจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุงในจังหวัดต่าง ๆ ก็โดนดำเนินคดีอย่างเคร่งครัด และมีข่าวว่าได้รับผลกระทบจากหน่วยงานต้นสังกัด แล้วแบบนี้ถือว่าสองมาตราฐานหรือเปล่า.


เอาละครับ..... นับจากวันนี้ (๘ ส.ค.๖๓) เป็นต้นไป ถึงสิ้นปี และมีความเป็นไปได้ ที่จะติดพันไปถึงต้นปีหน้า

"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ
'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'